
โรงพยาบาลมนารมย์ จัดโครงการ คนไทยพลังใจดีเตรียมทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ เพื่อให้สอดคล้องกับวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม ศกนี้ เผยคนไทยตายด้วยบุหรี่ชั่วโมงละ 6 คน ชี้ชัดสูบมากส่งผลต่อสุขภาพจิตขั้นเครียด -ซึมเศร้า
นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลมนารมย์ เปิดเผยว่า ในวันเสาร์ที่ 31 พ.ค. นี้เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก ทางโรงพยาบาลจึงได้มีแนวคิดที่จะให้คำปรึกษาฟรีสำหรับผู้ที่ต้องการจะเลิกบุหรี่ หรือต้องการเข้ามาบำบัดเลิกบุหรี่ ภายใต้โครงการ คนไทยพลังใจดี โดยทางโรงพยาบาลได้จัดเตรียมทีมบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการงดสูบบุหรี่และสารเสพติดไว้เพื่อรองรับและให้คำแนะนำกับผู้ที่ต้องการจะเลิกบุหรี่ในวันงดสูบบุหรี่โลกนี้
ทางด้าน นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลมนารมย์ แนะนำว่า วิธีการช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่นั้น มีทั้งแบบสร้างแรงจูงใจให้เลิกด้วยการประเมินดูว่าจะเลิกด้วยวิธีไหน เช่น การหักดิบ แต่ถ้ารู้สึกทรมานก็มีสารอื่นๆ ทดแทน หรือค่อยๆ ลดบุหรี่ลงช้าๆ และใช้สารทดแทนได้ ในปัจจุบันมีทั้งหมากฝรั่งสำหรับเคี้ยวที่มีนิโคตินผสมอยู่มาทดแทน หรือนิโคตินแผ่นแปะติดกับผิวหนัง ซึ่งก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ นอกจากนี้ยังมียาที่ผ่านการศึกษาวิจัยแล้วว่าได้ผลดีในการลดการสูบบุหรี่ได้จริง นอกจากนี้ทางรพ.ยังมีวิธีการอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ การลดบุหรี่ด้วยการฝังเข็มโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
วิธีการหลีกเลี่ยงบุหรี่อย่างง่ายๆ มีหลายวิธี เช่น งดการเข้าสถานบันเทิงเริงรมย์ หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการสูดควันพิษจากบุหรี่ หรือแม้กระทั่งสูบเอง ฝึกพูดคำว่า ไม่ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ให้เทียบเท่ากับที่ตระหนักถึงสารอาหารในแต่ละครั้งที่รับประทานเข้าไป
เตือนสติตัวเองอยู่เสมอว่า บุหรี่คือสิ่งที่ฆ่าคนมากที่สุด มากกว่าสิ่งที่คนกลัว เช่น ผีสาง หรือสัตว์ดุร้ายต่างๆ และเมื่อมีเวลาว่างให้หยิบหนังสือ หรือทำสิ่งที่เกิดประโยชน์เพื่อให้มือไม่ว่าง และถ้าหากมีความตั้งใจที่งดบุหรี่ แต่อดใจไม่ไหวก็ควรปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดต่อไป
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชากรปี 2547 พบว่าอัตราการเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่เป็นภาระโรคอันดับที่ 2 ของคนไทยซึ่งรองจากโรคเอดส์ โดยโรคที่เกิดขึ้นมากที่สุดจากสาเหตุการสูบบุหรี่ก็คือ โรคหัวใจและโรคมะเร็ง และในปัจจุบันพบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคจากการสูบบุหรี่ปีละ 52,000 คน วันละ 142 คน หรือ ชั่วโมงละ 6 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมากทีเดียว
ผลเสียของการสูบบุหรี่ นอกจากจะทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็ง ไอเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง หลอดเลือดแดงแข็งตัว กระเพาะอาหาร ความดันโลหิต สมองเสื่อมสมรรถภาพ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และทำให้สิ้นเปลือง อากาศเป็นพิษ แล้ว บุหรี่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกด้วย
ทางตรง เช่น การสูบบุหรี่เป็นประตูนำไปสู่การเสพสารเสพติดชนิดอื่นๆ ได้แก่ กัญชา เฮโรอีน ยาบ้า เพราะผู้ที่ติดสารเสพติดเหล่านี้ส่วนใหญ่เริ่มมาจากการสูบบุหรี่ก่อนทั้งนั้น และมีการเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ได้สูบจะมีผลต่ออารมณ์ ทำให้มีอาการหงุดหงิดมาก ส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างจากอารมณ์ของผู้เสพและความไม่พึงพอใจของคนรอบข้างบ่อยๆ ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งในครอบครัว และสังคมที่ทำงานในที่สุด ส่วนผลเสียทางอ้อมก็คือ เป็นตัวการนำไปสู่ปัญหาโรคทางกายหลายอย่างข้างต้นเมื่อสะสมนานๆก็จะมีผลต่ออารมณ์ความเครียด และนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด นพ.กัมปนาท กล่าวทิ้งท้าย
ขอบคุณที่มาจาก
หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับ วันที่ 30 พฤษภาคม 2551
(ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต)





