กรมสุขภาพจิตเผยคนไทย 3 ล้านเป็นโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า



          กรมสุขภาพจิตเผยคนไทยป่วยโรคซึมเศร้า 3 ล้านคน แต่มาหาหมอไม่ถึงแสน ชี้รักษาหายได้ด้วยกินยา ออกกำลังกาย วอนสื่อมวลชนเสนอข่าวเชิงลึกถึงสาเหตุ ป้องกันเหตุเลียนแบบ

          วานนี้ (10 มิ.ย.) ที่กรมสุขภาพจิต นพ.อภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าตามที่มีข่าวการฆ่าตัวตายรายวันนำเสนอในสื่อมวลชน อย่างล่าสุด กรณีนิสิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดดตึกเสียชีวิต ทำให้ทราบว่า นิสิตคนดังกล่าวเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อนนั้น

          "ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรค ซึมเศร้าประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ หรือ3ล้านคนแต่ปัญหาคือในปัจจุบันผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามาพบแพทย์น้อยมากไม่ ถึงแสนคน ส่วนอีก 2 ล้านกว่าคนไม่มาพบแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก"

          รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า ปัญหาวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจในขณะนี้คงไม่ทำให้คนเกิดโรคซึมเศร้าทันที แต่ปัญหาสุขภาพจิตจะเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ไปแล้ว 2 ปี เช่น ไทยมีวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 แต่ก็พบปัญหาสุขภาพจิตในปี 2542-2543 จำนวนมาก ซึ่งเมื่อเป็นโรคซึมเศร้าก็นำมาสู่การฆ่าตัวตาย โดยผู้หญิงมีแนวโน้มการฆ่าตัวตายมากกว่าผู้ชาย แต่ผู้ชายมีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าผู้หญิง 3 เท่า

          อย่างไรก็ตามการที่มีคนฆ่าตัวตาย 1 คน ตามหลักสถิติแสดงว่ามีความพยายามฆ่าตัวตาย 10 คน ดังนั้นแสดงว่า มีประชาชนที่ได้รับความทุกข์ทางจิตใจมากพอสมควร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังต่อไป

          นพ.อภิชัย กล่าวด้วยว่า โรคซึมเศร้าเกิดจากสารซีโรโตนินในสมองลดลง สามารถรักษาให้หายได้ ผู้ป่วยควรไปพบจิตแพทย์ ซึ่งต้องกินยาต่อเนื่อง 6 เดือน หรือนานกว่านั้น และควรมาพบจิตแพทย์ทุกครั้ง นอกจากนี้ ควรหมั่นออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วันๆ 30 นาที เลือกทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดี เช่น ฟังเพลง ดูหนัง ทำงานอดิเรกที่ชอบ พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ ผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีต่าง ๆ หลีกเลี่ยงการดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด หรือนอนดึก โดยเฉพาะความเครียดอาจทำให้โรคกำเริบได้ 

          รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันยารักษาโรคซึมเศร้า คือ ฟลูออกทีน มีราคาถูกมากเม็ดละ 1 บาท จากเดิม 70-80 บาท แต่กลับพบว่า โรงพยาบาลอำเภอบางแห่งไม่มียาตัวนี้ ดังนั้น ทางกรมสุขภาพจิตจะสำรวจ โรงพยาบาลทุกแห่งว่าที่ไหนไม่มีบ้าง

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การนำเสนอข่าวฆ่าตัวตายของสื่อมวลชนจะทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเลียนแบบหรือ ไม่ นพ.อภิชัย กล่าวว่า เนื่องจากสื่อมวลชนนำเสนอถึงสาเหตุของปัญหาว่าการฆ่าตัวตายเพราะเป็นโรคซึม เศร้า โดยไปสัมภาษณ์ญาติผู้ตาย ดังนั้นการฆ่าตัวตายเลียนแบบจะไม่เกิดขี้น แต่ถ้าสื่อมวลชนไม่นำเสนอเบื้องหลังถึงเหตุผลในการฆ่าตัวตาย เช่น บอกเพียงว่าเคยเรียนได้ที่ 1 แล้วตกมาอยู่ที่ 5 ลักษณะนี้อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้  

          นพ.อภิชัย กล่าวต่อว่าธนาคารโลกและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่าปัญหาโรคซึมเศร้าจะเป็นภาระแก่โลกมนุษย์ในปี 2020 อันดับ 2 รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นทางกรมสุขภาพจิต ได้ตื่นตัวเตรียมพร้อมรับมือในเรื่องนี้ โดยดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้มากขึ้น

          ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตได้มีแบบคัดกรองผู้ป่วยโรคซึมเศร้าด้วย 2 คำถาม คือ 1. ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณรู้สึกไม่สบายใจ ซึมเศร้าหรือท้อแท้หรือไม่ 2.ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณรู้สึกเบื่อ ทำอะไรๆ ก็ไม่เพลิดเพลินหรือไม่ ใครไม่มี 2 ข้อนี้เลยก็แสดงความยินดีกับเขาไว้ว่า ขณะนี้คุณยังไม่มีอาการของโรคซึมเศร้า



ข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
กรมสุขภาพจิตเผยคนไทย 3 ล้านเป็นโรคซึมเศร้า อัปเดตล่าสุด 11 มิถุนายน 2551 เวลา 15:49:45 27,355 อ่าน
TOP
x close