คู่รักเผยเบื้องหลัง ชิงโชคได้บ้าน 136 ล้าน แบบฟรี ๆ โวยได้แค่บ้าน ของใช้ต่าง ๆ กว่า 3 ล้าน ถูกขนออก เศรษฐีลั่นใช้ตกแต่งเพื่อโปรโมต ผิดตรงไหนที่ไม่ได้ให้
![คู่รักโวย ชิงโชคบ้านฟรี 136 ล้าน คู่รักโวย ชิงโชคบ้านฟรี 136 ล้าน]()
เอเดรียน พอร์เทลลี / ภาพจาก Instagram lmctplus
โดยเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 เว็บไซต์ Ladbible รายงานว่า เควิน และ แอนเดรีย กริฟฟิน จากออสเตรเลีย เคยออกมาพูดถึงการได้รับบ้านมูลค่าหลายล้านจาก เอเดรียน พอร์เทลลี มหาเศรษฐีเจ้าของแพลตฟอร์ม LCMT+ ว่า นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ และภาพความยินดีของพวกเขาก็ถูกโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียของ LCMT+
สำหรับ LCMT+ คือบริการแบบสมัครสมาชิกระดับพรีเมียมของออสเตรเลีย ที่สัญญาว่าจะ "เปิดทางให้เข้าถึงดีลพิเศษ" เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดเงินในการซื้อสินค้า โดยสมาชิกยังมีสิทธิ์ได้เข้าร่วมกิจกรรมชิงโชคด้วย ซึ่งบางครั้งก็แจกรางวัลใหญ่เป็นบ้าน
คู่รักกริฟฟินคือผู้ชนะของกิจกรรมหนึ่ง ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะรับรางวัลเป็นเงินสด 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 96 ล้านบาท) หรือจะรับกรรมสิทธิ์ในบ้านมูลค่า 4.25 ล้านดอลลาร์ (ราว 136 ล้านบาท) ซึ่งทางเจ้าของ LCMT+ ได้มาจากการประมูลในรายการเรียลลิตี้ ที่จะให้ผู้เข้าร่วมรายการมาแข่งกันปรับปรุงบ้าน เพื่อขายในราคาประมูลสูงที่สุด
แต่หลังจากที่ภาพผู้โชคดีถูกเผยแพร่ไป ก็เกิดความขัดแย้งขึ้นเมื่อคู่รักที่ได้รับบ้าน ออกมากล่าวหาเจ้าของแพลตฟอร์ม LCMT+ ว่าไม่ยอมทำตามข้อตกลงในดีลที่พวกเขาสมควรได้รับ โดยอ้างว่า พอร์เทลลี ได้ขนของใช้ในบ้านมูลค่า 100,000 ดอลลาร์ (ราว 3.2 ล้านบาท) ออกไปจากบ้าน ทั้ง ๆ ที่คู่รักเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลที่ต้องได้
โดยข้าวของที่ถูกขนออกไปนั้น รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้าน และคอลเล็กชั่นไวน์ ซึ่งผู้ชนะรางวัลอ้างว่ามีของเหล่านี้ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอโปรโมตกิจกรรม
![คู่รักโวย ชิงโชคบ้านฟรี 136 ล้าน คู่รักโวย ชิงโชคบ้านฟรี 136 ล้าน]()
เอเดรียน พอร์เทลลี / ภาพจาก Instagram lmctplus
ต่อมา
พอร์เทลลี โพสต์คลิปของคู่รักกริฟฟิน ขณะชี้ให้ดูข้าวของที่หายไปจากบ้าน
พร้อมตราหน้าทั้งคู่ว่าเป็นพวกไม่รู้จักขอบคุณกับรางวัลที่ได้รับ
ขณะที่ทางคู่รักกริฟฟิน โต้กลับด้วยการปล่อยคลิปจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเผยให้เห็นภาพขณะที่พอร์เทลลีกับคนรู้จัก กำลังขนของออกไปจากบ้าน ในวันก่อนที่ทั้งคู่จะย้ายเข้ามาอยู่
ความขัดแย้งยังไม่จบง่าย เมื่อต่อมา พอร์เทลลีนำข้าวของที่ถูกกล่าวหาว่าเอาออกไปจากบ้าน ไปเปิดประมูล ก่อนจะประกาศขายของทุกชิ้นในราคา ชิ้นละ 1 ดอลลาร์ (ราว 32 บาท) โดยอ้างว่าต้องการให้ข้าวของเหล่านี้ ตกไปอยู่กับคนที่รู้จักคุณค่าและสมควรได้รับ รวมถึงจะนำรายได้ทั้งหมดไปช่วยเหล่าคนไร้ที่อยู่
ทั้งนี้ แอนเดรีย กริฟฟิน ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตอนที่ได้เห็นภาพวงจรปิดขณะที่พอร์เทลลีขนข้าวของออกไปจากบ้าน เธอก็แค่รู้สึกว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงทำอะไรแบบนี้
อย่างไรก็ตาม พอร์เทลลีอ้างว่า เงื่อนไขและข้อกำหนดไม่ได้ระบุว่าคู่รักสามารถเก็บสิ่งของเหล่านั้นไว้ได้ เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับถูกระบุว่าเป็น "บ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์" เท่านั้น
เขายังกล่าวอีกว่า มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการโชว์ ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขข้อตกลงใด ๆ เขาบอกว่าจะให้บ้านพร้อมฟอร์นิเจอร์ ก็ทำตามนั้นไปแล้ว ฉะนั่นไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับข้าวของเหล่านั้น มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา จะเอาไปใช้ส่วนตัวหรือเอาไปแต่งบ้านสำหรับกิจกรรมแจงรางวัลครั้งต่อ ๆ ไป ก็ได้ทั้งนั้น
พอร์เทลลี ยังทิ้งท้ายว่า น่าเสียดายที่คนแบบครอบครัวกริฟฟินทำให้ทุกอย่างพังลงสำหรับคนอื่น ๆ และทำให้เขาไม่อยากจัดกิจกรรมลักษณะนี้อีกต่อไป

เอเดรียน พอร์เทลลี / ภาพจาก Instagram lmctplus
เรียกว่าเป็นโชคดีอย่างน่าเหลือเชื่อ
เมื่อคู่รักหนึ่งทราบว่าพวกเขาเป็นผู้ชนะในกิจกรรมแจกรางวัลใหญ่
โดยได้รับบ้านในฝันมูลค่า 4.25 ล้านดอลลาร์ (ราว 136 ล้านบาท) ไปแบบฟรี ๆ
แต่ในเวลาต่อมา ทั้งคู่กลับออกมาเผยประสบการณ์ที่เปลี่ยนเป็นฝันร้าย
หลังเกิดข้อพิพาทกับมหาเศรษฐี ที่เป็นคนจัดกิจกรรมแจกบ้านดังกล่าว
โดยเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 เว็บไซต์ Ladbible รายงานว่า เควิน และ แอนเดรีย กริฟฟิน จากออสเตรเลีย เคยออกมาพูดถึงการได้รับบ้านมูลค่าหลายล้านจาก เอเดรียน พอร์เทลลี มหาเศรษฐีเจ้าของแพลตฟอร์ม LCMT+ ว่า นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ และภาพความยินดีของพวกเขาก็ถูกโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียของ LCMT+
สำหรับ LCMT+ คือบริการแบบสมัครสมาชิกระดับพรีเมียมของออสเตรเลีย ที่สัญญาว่าจะ "เปิดทางให้เข้าถึงดีลพิเศษ" เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดเงินในการซื้อสินค้า โดยสมาชิกยังมีสิทธิ์ได้เข้าร่วมกิจกรรมชิงโชคด้วย ซึ่งบางครั้งก็แจกรางวัลใหญ่เป็นบ้าน
คู่รักกริฟฟินคือผู้ชนะของกิจกรรมหนึ่ง ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะรับรางวัลเป็นเงินสด 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 96 ล้านบาท) หรือจะรับกรรมสิทธิ์ในบ้านมูลค่า 4.25 ล้านดอลลาร์ (ราว 136 ล้านบาท) ซึ่งทางเจ้าของ LCMT+ ได้มาจากการประมูลในรายการเรียลลิตี้ ที่จะให้ผู้เข้าร่วมรายการมาแข่งกันปรับปรุงบ้าน เพื่อขายในราคาประมูลสูงที่สุด
แต่หลังจากที่ภาพผู้โชคดีถูกเผยแพร่ไป ก็เกิดความขัดแย้งขึ้นเมื่อคู่รักที่ได้รับบ้าน ออกมากล่าวหาเจ้าของแพลตฟอร์ม LCMT+ ว่าไม่ยอมทำตามข้อตกลงในดีลที่พวกเขาสมควรได้รับ โดยอ้างว่า พอร์เทลลี ได้ขนของใช้ในบ้านมูลค่า 100,000 ดอลลาร์ (ราว 3.2 ล้านบาท) ออกไปจากบ้าน ทั้ง ๆ ที่คู่รักเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลที่ต้องได้
โดยข้าวของที่ถูกขนออกไปนั้น รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้าน และคอลเล็กชั่นไวน์ ซึ่งผู้ชนะรางวัลอ้างว่ามีของเหล่านี้ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอโปรโมตกิจกรรม

เอเดรียน พอร์เทลลี / ภาพจาก Instagram lmctplus
ขณะที่ทางคู่รักกริฟฟิน โต้กลับด้วยการปล่อยคลิปจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเผยให้เห็นภาพขณะที่พอร์เทลลีกับคนรู้จัก กำลังขนของออกไปจากบ้าน ในวันก่อนที่ทั้งคู่จะย้ายเข้ามาอยู่
ความขัดแย้งยังไม่จบง่าย เมื่อต่อมา พอร์เทลลีนำข้าวของที่ถูกกล่าวหาว่าเอาออกไปจากบ้าน ไปเปิดประมูล ก่อนจะประกาศขายของทุกชิ้นในราคา ชิ้นละ 1 ดอลลาร์ (ราว 32 บาท) โดยอ้างว่าต้องการให้ข้าวของเหล่านี้ ตกไปอยู่กับคนที่รู้จักคุณค่าและสมควรได้รับ รวมถึงจะนำรายได้ทั้งหมดไปช่วยเหล่าคนไร้ที่อยู่
"เรากำลังพูดถึงคนมากมายที่แค่มีหลังคาคุ้มหัวก็ดีใจแล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่านี่คือบ้านมูลค่า 4.25 ล้านดอลลาร์
ที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบและปลอดค่าจำนอง" พอร์เทลลี กล่าว
เอเดรียน พอร์เทลลี / ภาพจาก Instagram lmctplus
ทั้งนี้ แอนเดรีย กริฟฟิน ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตอนที่ได้เห็นภาพวงจรปิดขณะที่พอร์เทลลีขนข้าวของออกไปจากบ้าน เธอก็แค่รู้สึกว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงทำอะไรแบบนี้
อย่างไรก็ตาม พอร์เทลลีอ้างว่า เงื่อนไขและข้อกำหนดไม่ได้ระบุว่าคู่รักสามารถเก็บสิ่งของเหล่านั้นไว้ได้ เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับถูกระบุว่าเป็น "บ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์" เท่านั้น
เขายังกล่าวอีกว่า มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการโชว์ ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขข้อตกลงใด ๆ เขาบอกว่าจะให้บ้านพร้อมฟอร์นิเจอร์ ก็ทำตามนั้นไปแล้ว ฉะนั่นไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับข้าวของเหล่านั้น มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา จะเอาไปใช้ส่วนตัวหรือเอาไปแต่งบ้านสำหรับกิจกรรมแจงรางวัลครั้งต่อ ๆ ไป ก็ได้ทั้งนั้น
พอร์เทลลี ยังทิ้งท้ายว่า น่าเสียดายที่คนแบบครอบครัวกริฟฟินทำให้ทุกอย่างพังลงสำหรับคนอื่น ๆ และทำให้เขาไม่อยากจัดกิจกรรมลักษณะนี้อีกต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก Ladbible





