จับโรงงานยาสัตว์เลี้ยงเถื่อน เอามาปรับสูตร อัดแป้ง - ใส่น้ำเพิ่มเพื่อลดต้นทุน เพิ่มกำลัง รวมมูลค่า 1 ล้านบาท ดูเลย ยี่ห้อไหนบ้าง
![ยาสัตว์เถื่อน ยาสัตว์เถื่อน]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค
วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้าตรวจค้นโรงงานแห่งหนึ่ง ม.7 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบนายทรงพันธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่และนำการตรวจค้น ผลการตรวจยึดผลิตภัณฑ์ของกลาง ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์ยาไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ Emune บรรจุในกล่องพร้อมขาย ขนาดต่าง ๆ ได้แก่ ขนาด 20 มล., 30 มล., และ 40 มล. รวมจำนวน 83 ชิ้น
2. ผลิตภัณฑ์ Emune ยังไม่ได้บรรจุกล่อง จำนวน 117 ชิ้น
3. เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต เช่น เครื่องตอกเม็ดยา เครื่องผนึกฝาไวอัล ถาดนับยา เครื่องเป่าลมร้อนและสารเคมีสำหรับใช้ผลิต
4. บรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดเปล่า 550 ชิ้น ฝาจุกสำหรับปิด 740 ชิ้น รวมถึงฉลากและบรรจุภัณฑ์จำนวน 4,690 ชิ้น
รวมตรวจยึดของกลางเป็นยาสัตว์ยี่ห้อ Emune ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 83 ชิ้น รวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต ส่วนผสม ฉลากและบรรจุภัณฑ์ มูลค่าของกลางกว่า 1,000,000 บาท
จากการสอบสวนพบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดไม่ได้เพียงแค่ลักลอบนำเข้ายารักษาโรคสัตว์เถื่อนมาขายผ่านเพจ Emune Thailand และ เว็บไซต์ https://www.emunefip.com เท่านั้น แต่ยังใช้วิธี "ลดต้นทุน-อัปกำไร" ด้วยการนำยาที่ลักลอบนำเข้ามาและผสมเพิ่มเอง โดยยาชนิดน้ำจะผสมน้ำเปล่า ส่วนยาชนิดเม็ดจะนำมาผสมแป้งแล้วอัดเม็ดใหม่ เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าให้มากขึ้นเป็นหลายเท่าตัว โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง ซึ่งการผลิตเพื่อขายยาสัตว์ดังกล่าว ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย อาจมีส่วนผสมอันตรายที่ส่งผลเสียต่อร่างกายสัตว์ ไม่ได้ผลเชิงการรักษา เนื่องจากกระบวนการผลิตมักไม่ถูกสุขลักษณะและไม่มีการควบคุมปริมาณตัวยาสำคัญที่ชัดเจน
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510
1. ฐาน ผลิต ขาย หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบัน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
2. ฐาน ผลิต ขาย ยาที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้ ระวางโทษจำ คุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ฐาน โฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
![ยาสัตว์เถื่อน ยาสัตว์เถื่อน]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค
![ยาสัตว์เถื่อน ยาสัตว์เถื่อน]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค
วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้าตรวจค้นโรงงานแห่งหนึ่ง ม.7 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบนายทรงพันธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่และนำการตรวจค้น ผลการตรวจยึดผลิตภัณฑ์ของกลาง ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์ยาไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ Emune บรรจุในกล่องพร้อมขาย ขนาดต่าง ๆ ได้แก่ ขนาด 20 มล., 30 มล., และ 40 มล. รวมจำนวน 83 ชิ้น
2. ผลิตภัณฑ์ Emune ยังไม่ได้บรรจุกล่อง จำนวน 117 ชิ้น
3. เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต เช่น เครื่องตอกเม็ดยา เครื่องผนึกฝาไวอัล ถาดนับยา เครื่องเป่าลมร้อนและสารเคมีสำหรับใช้ผลิต
4. บรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดเปล่า 550 ชิ้น ฝาจุกสำหรับปิด 740 ชิ้น รวมถึงฉลากและบรรจุภัณฑ์จำนวน 4,690 ชิ้น
รวมตรวจยึดของกลางเป็นยาสัตว์ยี่ห้อ Emune ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 83 ชิ้น รวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต ส่วนผสม ฉลากและบรรจุภัณฑ์ มูลค่าของกลางกว่า 1,000,000 บาท
จากการสอบสวนพบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดไม่ได้เพียงแค่ลักลอบนำเข้ายารักษาโรคสัตว์เถื่อนมาขายผ่านเพจ Emune Thailand และ เว็บไซต์ https://www.emunefip.com เท่านั้น แต่ยังใช้วิธี "ลดต้นทุน-อัปกำไร" ด้วยการนำยาที่ลักลอบนำเข้ามาและผสมเพิ่มเอง โดยยาชนิดน้ำจะผสมน้ำเปล่า ส่วนยาชนิดเม็ดจะนำมาผสมแป้งแล้วอัดเม็ดใหม่ เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าให้มากขึ้นเป็นหลายเท่าตัว โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง ซึ่งการผลิตเพื่อขายยาสัตว์ดังกล่าว ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย อาจมีส่วนผสมอันตรายที่ส่งผลเสียต่อร่างกายสัตว์ ไม่ได้ผลเชิงการรักษา เนื่องจากกระบวนการผลิตมักไม่ถูกสุขลักษณะและไม่มีการควบคุมปริมาณตัวยาสำคัญที่ชัดเจน
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510
1. ฐาน ผลิต ขาย หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบัน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
2. ฐาน ผลิต ขาย ยาที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้ ระวางโทษจำ คุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ฐาน โฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค





