สามี-ภรรยา ซื้อเศษโลหะปริศนา ก่อนหอบให้ช่างทองช่วยดู ที่แท้อาจเป็น กลองมโหระทึก เก่าแก่ 3,000 ปี เจ้าของใจเด็ดปฏิเสธขายต่อ ตั้งใจยกให้เป็นสมบัติชาติ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ร้านทำทองนะโมบ้านช่างทอง เพชร ทอง & จิวเวอรี่
วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ร้านทองนะโมบ้านช่างทอง โพสต์คลิปเรื่องราวของสามีภรรยาจากอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำวัตถุโลหะขนาดใหญ่เข้ามาขอให้ช่วยดู หลังจากพบเจอโดยบังเอิญจากการใช้แบกโฮขุดดิน จึงอยากรู้ว่าของชิ้นนี้คืออะไร และหากเป็นของโบราณจริง ก็พร้อมมอบให้เป็นสมบัติของชาติต่อไป
สามีภรรยา เล่าว่า ได้ของชิ้นนี้มาจากร้านรับซื้อของเก่าในราคาทองเหลือง กิโลกรัมละ 260 บาท น้ำหนักรวม 22.8 กิโลกรัม คิดเป็นเงิน 5,928 บาท ตอนแรกทางร้านเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เพราะได้มาพร้อมกองเศษโลหะที่รถแบ็กโฮขุดขึ้นมาจากพื้นที่บ้านยางชุม อำเภอกุยบุรี มีดินเกาะเต็มจนดูไม่ออก จึงเก็บไว้เฉย ๆ นานกว่า 12 ปี กระทั่งจะนำไปขายเป็นทองเหลือง เจ้าของคนปัจจุบันเห็นรูปแล้วรีบบอกว่า "อย่าเพิ่งขาย เดี๋ยวขอไปดูก่อน"
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ร้านทำทองนะโมบ้านช่างทอง เพชร ทอง & จิวเวอรี่
นะโมบอกว่า วัตถุชิ้นนี้มีลักษณะคล้ายกลองมโหระทึก เก่าแก่ราว 2,000-3,000 ปี ทั้งลวดลายพระอาทิตย์ตรงกลาง ลายนก ปลา เต่า กระบือ และลายที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นลักษณะที่พบในกลองโบราณ พร้อมอธิบายว่า กลองมโหระทึกในอดีตใช้ประกอบพิธีกรรมและความเชื่อเรื่องการขอฝน หากชิ้นนี้เป็นของแท้จริง จะถือว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นของแท้หรือไม่ เพราะไม่สามารถนำเข้าเครื่องเอกซเรย์ได้ เนื่องจากชิ้นงานมีขนาดใหญ่ และไม่มีจุดผุกร่อนให้เก็บตัวอย่างตรวจ จึงได้เพียงทดลองตีฟังเสียง ซึ่งให้เสียงคล้ายฆ้อง พร้อมขอให้ผู้เชี่ยวชาญและกรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ร้านทำทองนะโมบ้านช่างทอง เพชร ทอง & จิวเวอรี่
ด้านเจ้าของยืนยันว่า ตั้งแต่ได้ของชิ้นนี้มา มีนักสะสมหลายคนติดต่อขอซื้อ แต่ปฏิเสธไปทั้งหมด เพราะตั้งใจไว้ว่าหากพิสูจน์แล้วเป็นโบราณวัตถุจริง ก็อยากมอบให้กรมศิลปากร เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ และยังอยากให้มีการศึกษาพื้นที่ที่พบวัตถุ เพราะเชื่อว่าอาจมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์รอการค้นพบอยู่
ช่วงท้ายคลิป นะโมกล่าวชื่นชมเจ้าของวัตถุที่แม้จะซื้อมาในราคาเพียง 5,928 บาท แต่กลับไม่ได้คิดหาผลประโยชน์จากสิ่งที่อาจมีคุณค่ามหาศาล พร้อมระบุว่าจะติดตามผลการตรวจสอบต่อไป และหวังว่าหากกลองใบนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นของแท้ ก็จะได้ส่งต่อเป็นสมบัติของคนไทยทุกคนตามความตั้งใจของเจ้าของ






