ไล่เรียงเหตุประท้วงฝรั่งเศส จากม็อบนักเรียนลามสู่จลาจลทั่วประเทศ ห้างและร้านค้าถูกปล้นเกลี้ยง ร้านอาหารปิดประตูแล้วยังถูกงัดบุก เจ้าของถูกทำร้าย ร้านถูกเผาวอด ช็อกคนปล้นคือเด็ก คาดอายุ 12-13

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ฝรั่งเศสยังอยู่ในบรรยากาศตึงเครียด หลังการประท้วงทั่วประเทศบานปลายเป็นเหตุจลาจลที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ มีทั้งการปะทะกับเจ้าหน้าที่ การเผารถและอาคาร และการปล้นร้านค้า ปล้นห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารในหลายเมือง
จุดเริ่มต้น ข้อเรียกร้องจากครู-นักเรียน
การประท้วงรอบนี้เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2569 ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในย่านชานกรุงปารีส โดยนักเรียนรวมตัวสนับสนุนครูที่นัดหยุดงานประท้วงเรื่องการขาดแคลนครูและบุคลากร ซึ่งแม้การะประท้วงหยุดงานที่โรงเรียนนี้จะจบลงเมื่อมีการส่งบุคลากรเพิ่มเติมมาที่โรงเรียน แต่เหตุการณ์นี้กลับจุดประกาย นำมาสู่การประท้วงในวงกว้าง
การประท้วงลุกลามไปทั่วภูมิภาคอีล-เดอ-ฟร็องส์ และขยายไปยังโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ พร้อมกับข้อร้องเรียนอื่น ๆ เช่น ห้องเรียนแออัด ตารางเรียนแน่นเกินไป อาคารเรียนทรุดโทรม และห้องเรียนที่ร้อนจัดในช่วงคลื่นความร้อน มีการปิดกั้นโรงเรียน มีโรงเรียนเสียหายกว่า 100 แห่ง และมีนักเรียนถูกจับกุมจำนวนมาก
รัฐบาลพยายามลดกระแสโกรธแค้นของกลุ่มนักเรียนด้วยการยกเลิกแผนขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษาบางส่วน และสัญญาว่าจะส่งครูทดแทน 3,000 คนเข้าไปช่วยโรงเรียนมัธยมปลาย แต่ยังไม่สามารถยุติการประท้วงได้
ประท้วงบานปลาย จากเรื่องโรงเรียน สู่ปัญหาค่าครองชีพ
หลังจากนั้นครู สหภาพแรงงาน นักศึกษามหาวิทยาลัย และเกษตรกรเข้าร่วม รวมถึงกลุ่ม "เสื้อกั๊กเหลือง" ที่เคยประท้วงค่าครองชีพครั้งใหญ่เมื่อปี 2561 ประเด็นจึงขยายจากเรื่องโรงเรียนไปเป็นความไม่พอใจต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความเหลื่อมล้ำ และการตัดงบบริการสาธารณะ ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2570
ภาพจาก JEFF PACHOUD / AFP
17 ตุลาคม : ม็อบหลายแสนคน ก่อนเกิดจลาจล
ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พบผู้ชุมนุมหลายแสนคนออกมาเดินขบวนทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ชุมนุมอย่างสงบ แต่เมื่อเข้าช่วงบ่ายถึงค่ำ สถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น เมื่อกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงเริ่มโจมตีอาคารสาธารณะ ห้างร้านหรู ซูเปอร์มาร์เกต ตลอดจนตำรวจกับรถตำรวจ
ในช่วงบ่ายพบว่าที่จัตุรัสปลาซ เดอ ลา เรปูบลิก กรุงปารีส ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำสลายกลุ่มคนสวมฮู้ดปิดหน้า ที่ขว้างพลุและก้อนหินปูถนนใส่เจ้าหน้าที่ มีการเผารถยนต์และถังขยะ ที่เมืองลียงเกิดไฟไหม้ในสำนักงานท่องเที่ยว ที่มาร์เซย์ผู้ประท้วงบุกเข้าไปถึงโถงศาลาว่าการ ส่วนที่เมืองลิโมจส์ ศาลาว่าการเก่าแก่ถูกเผาจนยอดหลังคาถล่ม
งัดประตูเหล็ก กวาดของเกลี้ยงร้าน
ท่ามกลางความวุ่นวาย กลุ่มคนสวมหน้ากากและชุดดำได้เดินตระเวนทุบกระจกร้านค้า และดึงประตูเหล็กจนพัง ก่อนบุกเข้าไปกวาดสินค้าจากชั้นวาง ทั้งบุหรี่ แว่นกันแดด เสื้อผ้า เครื่องประดับ และอาหาร ทางการฝรั่งเศสระบุว่ามีการปล้นร้านค้าในหลายเมือง ทั้งปารีส ลียง มาร์เซย์ บอร์โดซ์ แรนส์ สตราสบูร์ก เกรอนอบล์ นีซ และลิโมจส์
เป้าหมายมีตั้งแต่ซูเปอร์มาร์เก็ตเครือใหญ่ ไปจนถึงบูติกแบรนด์หรู ร้านอาหาร บาร์ และร้านบุหรี่ไฟฟ้า โดยซีอีโอของคาร์ฟูร์เผยว่า ร้านในเครือราว 1,500 สาขาทั่วประเทศได้รับผลกระทบจากความรุนแรง ส่วนที่เมืองลีล ร้าน Apple ถูกบุกเข้าไปขนของจนเกลี้ยง
เจ้าของร้านค้ารายหนึ่งในปารีสให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า เขาเห็นคนที่บุกปล้นผ่านกล้องวงจรปิดอยู่ในร้านนานกว่าชั่วโมงครึ่ง โดยไม่มีวี่แววของตำรวจ เขายังเชื่อด้วยว่าคนที่ปล้นร้านนี้ไม่ใช่ผู้ประท้วงตัวจริง แต่เป็นพวกที่ฉวยโอกาสจากการชุมนุมที่เข้ามาก่อเหตุ
ขณะที่เจ้าของร้านอีกรายใกล้จัตุรัสเรปูบลิกเผยกับสื่อ Brut ว่า เขาทุ่มเงินเก็บทั้งหมดไปกับร้าน และรู้สึกเหมือนสูญเสียทุกอย่าง
ความวุ่นวายยังไม่จบแค่วันเสาร์ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ผู้สื่อข่าว AFP รายงานว่า BHV Marais ห้างเก่าแก่ใจกลางกรุงปารีส ก็ถูกกลุ่มคนจำนวนมากบุกปล้นเช่นกัน
ภาพจาก MATTHIEU RONDEL / AFP
ร้านอาหารปิดแล้วยังถูกบุก เจ้าของถูกทำร้าย ร้านวอดทั้งร้าน
หนึ่งในร้านที่เสียหายหนักที่สุดคือ La Barrique บาร์และร้านอาหารบนถนนโบเรแปร์ ซึ่ง อาลีน ลี และครอบครัวเปิดกิจการมาราว 4 ปี โดยเธอเผยกับสื่อว่า ตอนนั้นทางร้านปิดประตูเหล็กลงแล้ว แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงประตูเหล็กถูกงัดขึ้นมาจากทุกด้าน กลุ่มผู้ก่อเหตุบุกเข้าปล้นร้าน ทั้งขนบุหรี่ สลากขูด และขวดเหล้าออกไป เมื่อเธอพยายามขัดขวางก็ถูกชกเข้าที่ใบหน้า จนมีแผลที่หน้าผาก ตาบวม
เมื่อดูภาพเหตุการณ์ย้อนหลัง อาลีนเผยข้อมูลสุดช็อกว่า ในบรรดาผู้ก่อเหตุมีเด็กอายุน้อยมากบุกมาเป็นแนวหน้า โดยคาดว่าน่าจะอายุราว 12-13 ปีเท่านั้น พวกนั้นยังพกถุงมาด้วยเพื่อที่จะได้โกยของออกไปมากเท่าที่ต้องการ
หลังถูกปล้น ร้านยังถูกจุดไฟเผา ทุกอย่างถูกทำลายภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เหลือเพียงสายดอกกุหลาบพลาสติกสีชมพูที่ใช้ประดับป้ายร้าน
ความเสียหายและการจับกุม
การประท้วงครั้งนี้พบว่ามีผู้ถูกจับกุมแล้วไม่ต่ำกว่า 2,400 คน ขณะที่ทางตำรวจได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 1,000 นาย ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น และประกาศว่าผู้ที่ทำลายทรัพย์สิน โจมตีสถานที่ราชการ ปล้นร้านค้า และบุกศาลาว่าการ จะถูกดำเนินคดีและลงโทษ






