
ผงะ! กลุ่มรายได้ต่ำ หนี้ท่วม 7 เท่า เกษตร-แรงงาน เสี่ยง NPL สินเชื่อบุคคลส่อพุ่ง
ธปท. เผยกลุ่มเกษตรกร-แรงงาน เสี่ยงสูงก่อปัญหาหนี้ครัวเรือนในภาวะค่าครองชีพแพง พบกลุ่มรายได้ต่ำเฉลี่ย 4 พันบาท ก่อหนี้ล้นตัว 7 เท่า ขณะที่กลุ่มรายได้ปานกลางมีหนี้ 5 เท่าของรายได้ เตือนสัญญาณหนี้เน่าสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิตเริ่มก่อตัว จี้สกัดก่อนลุกลาม
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า สายนโยบายการเงิน ธปท.ได้ออกบทวิเคราะห์เรื่อง "ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหนี้ครัวเรือน" เนื้อหาสรุปได้ว่า ครัวเรือนรายได้น้อยที่อยู่ในภาคเกษตรและแรงงาน ยังมีความเสี่ยงซ้ำซ้อนต่อปัญหาหนี้ครัวเรือน จากการที่มีสัดส่วนหนี้สินทั้งหมดต่อรายได้และภาระหนี้สินต่อเดือนสูง รวมทั้งยังมีรายจ่ายมากกว่ารายได้และสะสมสินทรัพย์ทางการเงินน้อย ทำให้มีความสามารถการชำระหนี้ต่ำและเสี่ยงต่อปัญหาหนี้สิน เมื่อประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ครัวเรือนเกษตรกรรายได้น้อยคิดเป็นครึ่งหนึ่ง หรือ 47.15% ของเกษตรกรทั้งหมด และ 11.12% ของครัวเรือนทั้งหมดที่มี 18 ล้านครัวเรือน เท่ากับว่าปัญหาต่างๆ ในครัวเรือนกลุ่มนี้จะกระทบคนจำนวนมากของประเทศ โดยมีรายได้อยู่ในระดับล่างสุด และรายได้ยังต้องมีความผันผวนตามผลผลิต และราคาฤดูกาลเพาะปลูก ภูมิอากาศและอุปสงค์ ทำให้มีความเสี่ยงที่หนี้จะเพิ่มมากขึ้นและมีปัญหามากกว่ากลุ่มอื่นๆ ที่แม้จะมีรายได้น้อยเหมือนกันแต่ไม่ผันผวนเท่า
ขณะที่กลุ่มแรง 60% ของครัวเรือนมีหนี้สิน โดยอาศัยเงินกู้นอกระบบสูงถึง 31.60% ซึ่งมักจะเสี่ยงต่อการถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งวัตถุประสงค์หลักการกู้ยืมเพื่อการบริโภคเป็นหลัก 54.24% ทำให้มีความเสี่ยงด้านความสามารถชำระหนี้เพิ่มขึ้นเมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น ขณะที่รายได้คงที่
นอกจากนี้ พบว่าครัวเรือนรายได้น้อยหรือเฉลี่ย 4,342 บาทต่อเดือน มีหนี้สิ้นเฉลี่ย 32,000 บาท หรือ 7.3 เท่าต่อรายได้ กลุ่มรายได้ปานกลาง หรือเฉลี่ย 9,406 บาทต่อเดือน มีหนี้สิน 47,300 บาท หรือ 5 เท่าของรายได้
"แม้หนี้สินครัวเรือนในภาพรวมยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่ครัวเรือนรายได้น้อย กลุ่มเกษตรและแรงงานยังมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อหนี้เพิ่มขึ้นจากรายได้คงที่ แต่ค่าครองชีพเร่งขึ้น" บทวิเคราะห์ระบุ
นอกจากนี้ บทวิเคราะห์ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเร่งตัวหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในระบบสถาบันการเงินที่ขยายตัวสูงขึ้น เช่น ในส่วนของสินเชื่อบุคคลในธนาคารไทย ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 64% เทียบระยะเดียวกันปีก่อน
เมื่อพิจารณาแยกตามหมวดของสินเชื่อ สัดส่วน NPL ของสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตต่อสินเชื่อของแต่ละกลุ่มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยในระยะเริ่มต้น ดังนั้น สินเชื่ออุปโภคบริโภคในระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงมีความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าปัญหาค่าครองชีพยังมีอยู่ต่อเนื่อง ผลกระทบต่อความสามารถชำระหนี้ของครัวเรือนน่าจะเพิ่มขึ้น ดังนั้นภาครัฐและหน่วยงานเกี่ยวข้องจึงควรเข้ามาดูแลทันที
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบางอินเทอร์เน็ต





