
วันนี้ (24 มิถุนายน) นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ยืดเยื้อต่อเนื่อง เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยกว่า 4 หมื่นล้านบาท ในช่วงเวลาเดือนเศษที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นจากปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองที่มีมากขึ้น แม้ไม่ใช่สาเหตุหลักแต่ก็สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตามประธาน ตลท. เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์การเมืองในประเทศคลี่คลาย นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนไทยจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น เพราะตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจ โดยขณะนี้ดัชนีราคาหุ้นไทยก็ปรับตัวลดลงเกือบระดับต่ำสุดแล้ว จึงเป็นจังหวะเหมาะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี
ด้านนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ติดตามการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ ก็เห็นว่ายังมีทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย แม้ว่าจะมีการขายมากกว่าซื้อ แต่ก็เป็นปกติภายใต้สถานการณ์ความสับสนทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งประเด็นการเมืองเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนจะต้องพิจารณา นอกเหนือจากประเด็นทางเศรษฐกิจ แต่ที่ผ่านมาก็มีนักลงทุนต่างประเทศบางกลุ่มกลับเข้ามาซื้อเพราะเห็นแตกต่าง และยอมรับราคาหุ้นที่ลดลงมามากแล้ว
นางภัทรียา กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าอาจมีการโยกย้ายให้ออกจากตำแหน่ง ว่าไม่รู้สึกกังวลและไม่ถอดใจกับกระแสข่าวลือ จะทำงานตามที่ได้รับมอบหมายต่อไปให้ดีที่สุด ส่วนจะครบวาระการทำงานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพิจารณา
เกาะติดม็อบพันธมิตรฯ และข่าวการเมืองทั้งหมด คลิกเลย






