ศาล รธน. มีมติเอกฉันท์ รับตีความสถานภาพนายกฯ

ชัช ชลวร


          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (24 มิถุนายน) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีนายชัช ชลวร เป็นประธาน ได้ประชุมร่วมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก เพื่อพิจารณาคดีที่ค้างอยู่จำนวน 57 คดี และมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 เสียง มีคำสั่งให้รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งหมด 4 เรื่อง ได้แก่ 1) เรื่องที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) รวม 29 คน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรค 1 (7) และมาตรา 267 ประกอบมาตรา 182 วรรค 3 และมาตรา 91 หรือไม่

          ทั้งนี้กรณีดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจะแจ้งให้ประธานวุฒิสภาเพื่อแจ้งให้คณะ ส.ว. ที่เป็นผู้ร้องทราบและส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องเพื่อยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันรับสำเนาคำร้อง

          ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เรื่องที่ 2 ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องไว้วินิจฉัย คือ เรื่องที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองส่งคำโต้แย้งของจำเลยเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 30 เรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 ที่ลงวันที่ 30 กันยายน 2549 และ 2550 ที่ต่ออายุการปฏิบัติหน้าที่ของ คตส. ออกไปถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 หรือไม่

          อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจะแจ้งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้านของ คตส. และคำร้องโต้แย้งบทบัญญัติของกฎหมายที่จะใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมไว้ในสำนวนด้วย

          ผู้สื่อข่าวรายงานถึงคำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณาเรื่องที่ 3 ว่าเป็นเรื่องที่วุฒิสมาชิกจำนวน 36 คน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรค 1 (7) และมาตรา 269 ประกอบมาตรา 182 วรรค 3 และมาตรา 91 สำหรับคดีดังกล่าว ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคดีตุลาการประจำคดี (ที่เป็นองค์คณะตุลาการชุดก่อนหน้านี้) ได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว เมื่อผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จึงได้มีคำสั่งให้รับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมของผู้ถูกร้องรวมไว้ในสำนวน และให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังผู้ถูกร้องและประธานวุฒิสภาที่เป็นผู้ร้องทราบ

          ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เรื่องที่ 4 ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณา คือ เรื่องที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของ ส.ว.จำนวน 31 คน ขอให้พิจารณาวินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรค 1 (7) และมาตรา 269 ประกอบมาตรา 182 วรรค 3 และมาตรา 91 หรือไม่ ซึ่งจะแจ้งให้ประธานวุฒิสมาชิก และส่งสำเนาคำร้องให้กับผู้ถูกร้องเพื่อยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันรับสำเนาคำร้อง

          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ส.ว. จำนวน 29 คน นำโดยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ได้ยื่นเรื่องต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีที่จัดรายการชิมไปบ่นไปและรายการยกโขยงหกโมงเช้า ว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ที่ห้ามนายกฯ ดำรงตำแหน่งในบริษัท



ข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ศาล รธน. มีมติเอกฉันท์ รับตีความสถานภาพนายกฯ อัปเดตล่าสุด 25 มิถุนายน 2551 เวลา 11:44:10 5,293 อ่าน
TOP
x close