
เจ้าสัวซีพี ชี้ชาติอยู่ได้เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ ศาสนาพุทธ และทหาร ระบุการเมืองไทยไม่นิ่ง ปรับ ครม.บ่อยไป ทำให้เศรษฐกิจถดถอย ลั่นหากมีอำนาจจะปรับเงินเดือนให้ข้าราชการเท่ากับราคาสินค้า
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "มุมมองการพัฒนาเศรษฐกิจไทย" มี พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ต้อนรับ พร้อมด้วยข้าราชการกองทัพเรือเข้าร่วมรับฟังประมาณ 500 คน
นายธนินท์กล่าวว่า ประเทศไทยมีมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเรามีสถาบันกษัตริย์ มีศาสนาพุทธ และมีทหารที่เข้มแข็ง หากไม่มีสถาบันกษัตริย์ ไม่มีทหารที่เข้มแข็งอยู่คู่กับประเทศไทย ก็คงไม่มีวันนี้ แม้ว่าเราไม่ก้าวทันโลก แต่เราก็มีพื้นฐานพอไปได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้เราไม่น้อยหน้ากว่าประเทศอื่น เรามีข้าราชการที่เข้มแข็ง มีความรู้สูง แต่การเมืองเรายังไม่นิ่ง มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีบ่อยเกินไป แต่ยังไม่สายเกินแก้ เพราะในช่วง 1,000 ปีที่ผ่านมา เราไม่เคยเจอว่าสินค้าทางการเกษตรของเราจะมีโอกาสเช่นนี้ เราละเลยกันมาตลอด คิดว่าอาหารมนุษย์ไม่สำคัญเท่าน้ำมันหรือพลังงาน ซึ่งไม่เป็นความจริง พลังงานมนุษย์สำคัญยิ่งกว่าพลังงานของเครื่องจักร และวันนี้สินค้าเกษตรยังถูกกดราคา
นายธนินท์กล่าวว่า การเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีบ่อยทำให้เศรษฐกิจไม่ต่อเนื่อง รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าว ซึ่งหากมีการจัดระบบชลประทานได้สมบูรณ์แบบแล้ว จะทำให้ประเทศไทยสามารถปลูกข้าวได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 25 ล้านไร่ เป็น 67 ล้านไร่ และพื้นที่ที่เหลือ 42 ล้านไร่ จะสามารถนำไปปลูกยางพารา มันสำปะหลัง และปาล์มได้ การที่รัฐบาลไม่สามารถใช้โอกาสที่ข้าวในตลาดโลกมีราคาสูงให้เป็นโอกาสแก่ชาวนาไทยได้ และทำให้ราคาข้าวในประเทศตกต่ำ จะทำให้เกษตรกรหันมาปลูกมันสำปะหลังที่มีราคาดีกว่าหมด และหากไม่มีระบบบริหารจัดการรองรับที่ดี ราคามันสำปะหลังก็จะตกต่ำเช่นกัน
"อยู่ ๆ ก็ประกาศว่า จะให้ราคา 1.4 หมื่นบาท ผู้รับซื้อจะมีเงินพอหรือไม่ ที่เก็บข้าวพอหรือไม่ ข้าวที่เราต้องมีสำรองไว้ 2-4 ล้านตัน ถ้ารัฐบาลวางแผนไม่ดี ถึงตอนที่ข้าวราคาถูกแน่นอน ประเทศเราเสียหาย แต่ถ้าวางแผนให้ดี ข้าวไม่มีวันราคาถูก ข้าวมีแต่จะแพงกว่าน้ำมัน ในโลกนี้บริโภคข้าว 400 กว่าล้านตันและขาดแคลนทุกปี กินมากกว่าเพิ่มผลผลิต ทุกประเทศเห็นว่าข้าวถูก เลยไม่ซื้อไว้มาก ต่อไปประเทศไทยต้องกักตุนไว้บ้าง สัก 6 ล้านตัน ดินฟ้าอากาศแปรปรวนแบบนี้ เผื่อเกิดความเสียหาย คนไทยก็ยังมีข้าวกิน" นายธนินท์กล่าว
นายธนินท์กล่าวด้วยว่า เป็นห่วงเรื่องค่าครองชีพสูง หากเปรียบเทียบกับทองคำ เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาท ข้าราชการมีเงินเดือนที่ได้รับอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาท ซึ่งเมื่อ 30 ปีที่แล้วอาจจะซื้อได้ประมาณ 3-4 บาท ปัจจุบันข้าราชการที่จบใหม่ได้รับเงินเดือนอยู่ที่ประมาณ 7,000-8,000 บาท แต่ปัจจุบันทองคำอยู่ที่ 1.2-1.5 หมื่นบาท ซึ่งซื้อได้ประมาณ 1-2 สลึงเท่านั้น ดังนั้นจะเห็นว่าเงินเดือนข้าราชการต่ำไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ
"ไม่เห็นด้วยที่จะไปขึ้นค่ารถเมล์ ควรจะนำเงินดังกล่าวมาขึ้นให้แก่ข้าราชการจะดีกว่าแน่นอน ถ้าหากรถเมล์ขึ้นราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ผมมีโอกาสขึ้นรถเมล์วันละประมาณ 4 เที่ยวต่อวัน หากรถเมล์ขึ้นไปเรื่อยๆ ก็อาจจะเหลือเพียง 2 เที่ยวได้ และเปลี่ยนมาเดิน หรือใช้วิธีอื่นเพื่อประหยัด ที่ผ่านมาไม่เคยพูดถึงว่าประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะมีรายได้ขั้นต่ำเท่าไร มีเพียงแต่หัวเมืองต่างๆ แต่ไม่พูดถึงเกษตรกร นักการเมืองคิดแต่เอาใจคนในเมือง หลายคนพูดว่าคนต่างจังหวัดตั้งรัฐบาล แต่คนในเมืองขับไล่รัฐบาล ดังนั้นจะต้องคิดถึงคนส่วนใหญ่ของชาติ" นายธนินท์กล่าว
นายธนินท์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศจะต้องให้ประชาชนมีรายได้สูง และปล่อยราคาสินค้าให้ลอยตัว เพราะเมื่อประชาชนมีรายได้สูง รัฐบาลจะจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น การไม่ปล่อยให้ราคาสินค้าลอยตัว เป็นความล้าหลังของกระทรวงพาณิชย์ เราต้องคำนึงถึงผู้ผลิตด้วย ไม่ใช่เราซื้อของถูก แต่ผู้ผลิตอยู่ไม่ได้ หากรัฐบาลจะกู้เงินมาเพื่อขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการก็ไม่ใช่เรื่องผิด เวลานี้ไม่ต้องพูดเรื่องเงินเฟ้อแล้ว แต่ที่เป็นห่วงคือเรื่องเงินฝืด
"ตอนนี้ผมห่วงเศรษฐกิจของไทย จะประสบกับภาวะเงินฝืดมากกว่าเงินเฟ้อ หลังจากที่ราคาสินค้าแพงขึ้น แต่ประชาชนขาดกำลังซื้อ ดังนั้นรัฐบาลควรใช้ทฤษฎีสองสูง คือ ประชาชนมีรายได้สูงและสินค้ามีราคาสูง เพราะเชื่อว่าแก้ปัญหาได้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรปล่อยให้ราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาด และไม่ควรนำเงินภาษีไปอุดหนุนราคาน้ำมันสำหรับเรือประมง แต่ควรไปซื้อปลาจากชาวประมงในราคาสูงแทน และถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องใช้แรงงานประเทศอื่น ไม่ใช่ออกไปขายแรงงานในต่างประเทศ รวมทั้งควรส่งออกองค์ความรู้ต่างๆ ด้วย" นายธนินท์กล่าว และว่าถ้ามีอำนาจจะปรับเงินเดือนข้าราชการ ให้เท่ากับราคาสินค้าที่สูงขึ้นในเวลานี้
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()





