
รายละเอียดหนึ่งในการเตรียมงานแต่งงานที่ "เป็นจุดที่คนส่วนมากมองข้าม แต่เมื่องานผ่านไปแล้ว จะกลับมาคิดว่ามองข้ามไปแต่แรกได้อย่างไร" คือการเตรียมอาหารและเครื่องดื่มซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาหากไม่คิดคำนวณให้รอบด้าน ขณะเดียวกันก็อาจเป็นหนึ่งในความประทับใจในวันแห่งความทรงจำดีๆ ของคุณสองคนก็เป็นได้
กองทัพเดินได้ด้วยท้องฉันใด งานแต่งงานก็ดำเนินอย่างราบรื่นได้ด้วยปากท้องที่อิ่มรสชาติเคล้าความประทับใจฉันนั้น
รูปแบบการจัดงาน
รูปแบบที่ใช้ในการจัดอาหารและเครื่องดื่มในงานแต่งงาน ที่นิยมใช้กัน คือ
1.) ค็อกเทล
2.) บุฟเฟ่ต์
3.) โต๊ะจีน
1 ใน 3 รูปแบบที่กล่าวมา ว่าที่บ่าวสาวจะเลือกใช้แบบใดดี?
คุณปกป้อง ขอประเสริฐ เชฟหนุ่มดีกรีกอด็องเบลอและโรงเรียนสอนการทำอาหารชั้นนำจากสหรัฐอมเริกา และปัจจุบันเป็น Executive Chef แห่ง JMF Party Solutions ซึ่งลงไปคลุกวงในในธุรกิจแคเทอริ่งครบวงจร ได้แนะนำวิธีเลือกรูปแบบการจัดงานว่าใช้หลักการเดียวกับการทำวิจัยทั่วไป นั่นคือ ควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
- จำนวนแขก
- เพศ
- อายุ
- งบประมาณ
สมมติแขก 100 คน เป็นแขกผู้ใหญ่ 80 คน เด็กและวัยรุ่นหนุ่มสาว 20 คน ควรเลือกจัดงานแบบโต๊ะจีน เนื่องจากแขกผู้ใหญ่ไม่คุ้นชินกับการเดินตักหรือยืนรับประทาน แต่หากเป็นงานที่มีแขกเด็กๆ ที่เป็นเพื่อนบ่าวสาวเยอะ ควรจัดงานแบบค็อกเทลหรือบุฟเฟ่ต์ เป็นต้น
เมื่อได้ข้อมูลที่แน่นอน โดยเฉพาะจำนวนแขกแล้ว จะทำให้ตัดสินใจเลือกรูปแบบได้ง่ายขึ้น ซึ่งสามารถจัดการให้เหมาะสมกับงบประมาณได้สะดวกขึ้นตามไปด้วย
Pros & Cons
ข้อเสียของงานแต่ละแบบ มีอะไรบ้าง เป็นทางเลือกประกอบการตัดสินใจ
- ค็อกเทล มีลูกเล่นสีสันมากที่สุด เหมาะกับงานที่มีแขกไม่สูงวัยมากนัก (เด็ก วัยรุ่นและวัยทำงาน)
- บุฟเฟ่ต์ ต้องคำนึงถึงแผนผังการจัดวางโต๊ะให้เข้ากับสถานที่ รูปแบบของงานไม่เป็นทางการนัก เช่นเดียวกับงานค็อกเทล
- โต๊ะจีน เหมาะกับงานที่มีแขกผู้ใหญ่จำนวนมาก ไม่สามารถเลือกเมนูอาหารได้เอง
Sit-Down Dinner: New Trend for Wedding Catering
นอกเหนือไปจากรูปแบบทั้งสามที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมีการจัดงานแบบซิทดาวน์ดินเนอร์ ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจาก
- คล้ายกับการจัดแบบโต๊ะจีน แต่เก๋และดูดีกว่า
- เลือกเมนูอาหารได้เองและหลากหลายมากกว่า
- อาหารแต่ละเมฯู เสิร์ฟเป็นจาน ดังนั้นแขกทุกคนจะได้รับประทานอาหารครบในจานของตนเอง ตั้งแต่สตาร์ทเตอร์ไปจนถึงของหวาน ไม่ต้องแบ่งตักอาหารไปทั่วโต๊ะเหมือนโต๊ะจีน
- ผู้ใหญ่ไม่ชอบค็อกเทลเพราะเขินที่จะยืนรับประทาน ในขณะที่เด็กไม่ชอบนั่งโต๊ะ ซิทดาวน์ดินเนอร์จึงเป็นรูปแบบที่อยู่ตรงกลางระหว่างงานค็อกเทลและโต๊ะจีนที่ลงตัวที่สุด
การเลือกเมนูอาหารและเครื่องดื่ม
คุณป้องออกตัวว่าไม่เคยทำอาหารโดยมีกฎเกณฑ์หรือแบบแผนตายตัว หากให้ความสำคัญกับสิ่งที่แสดงถึงตัวตนของว่าที่บ่าวสาวแต่ละคู่จริงๆ โดยคุณป้องแนะนำว่า การเลือกเมนูอาหารอาจปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแคเทอริ่ง ซึ่งจะจัดเซ็ทเมนูให้เหมาะสม แต่สำหรับ "emotional chef" อย่างคุณป้องมีวิธีการเลือกเมนูอาหารอีกแบบหนึ่ง คือ เข้าไปพูดคุยกับว่าที่บ่าวสาว เพื่อ "เก็บข้อมูล" เช่น อาหารที่ทั้งคู่ชอบ เมนูประทับใจ เมนูที่เคยรับประทานด้วยกันเมื่อออกเดทครั้งแรก การกพูดคุยกันจะทำให้คุณป้องสามารถหยิบจับตัวตนของลูกค้าและนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน "เพราะไม่มีใครอยากให้งานของตัวเองซ้ำกับคนอื่น"
ดังนั้น จึงมีเมนูชื่อแปลกๆ จากปลายจวักเชฟป้องออกมาให้ประหลาดใจ(แบบอิ่มท้อง) เสมอ เช่น Touching of Love โรตีสอดไส้ชีสผลไม้ซอสส้มตำ You Love Me or Not ข้าวอบชีสรีซอสโต้หอยเชลล์ย่าง Rollin Love ปอเปี๊ยะกล้วย เป็นต้น เบื้องหลังของเมนูอาหารฟิวชั่นชื่อหวานเหล่านี้ล้วนมาจากการพูดคุยเก็บข้อมูลจากว่าที่บ่าวสาวนั่นเอง
การประมาณปริมาณอาหารก็เช่นกัน แคเทอริ่งจะมีสูตรคำนวณจำนวนแขกให้พอดีกับอาหาร โดยจะทำเผื่อไว้อีก 15-20 เปอร์เซ็นต์ ในกรณีที่อาจมีแขกมาร่วมงานมากกว่าที่เชิญไป ซึ่งเกิดขึ้นได้บ่อยๆ ในสังคมไทยที่มักหอบลูกจูงหลานมาร่วมงานจากการ์ดเชิญใบเดียว
สำหรับเครื่องดื่ม
ปัจจุบันนิยมใช้ม็อกเทล เช่น น้ำมะนาวหรือน้ำแตงกวา ซึ่งให้สีสันสวยงามและยังเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ไวน์หรือแชมเปญ มักเสิร์ฟหลังทุ่มครึ่ง สองทุ่มเป็นต้นไป
ทำเองได้ ไม่ง่าย ไม่คุ้ม
หลายคู่เลือกที่จะไปงานที่โรงแรมเพราะให้ความสะดวกเรื่องสถานที่และอุปกรณ์ต่างๆที่มีครบครัน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายแพงลิบลิ่วที่ตามมา ซึ่งบางคนไม่ทราบว่า มีแคเทอริ่งที่สามารถรับผิดชอบงานด้านอาหาร เครื่องดื่มทั้งหมดให้คุณได้ถึงที่บ้าน
แต่บางคู่เลือกจัดเตรียมอาหารเอง อาจเพราะคิดว่าประหยัดกว่าหรือบางคนมีคุณพ่อคุณแม่หรือญาติที่ทำอาหารอร่อย แต่คุณป้องขอชี้แจงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของเหรียญว่า การทำอาหารจำนวนน้อยกับการทำอาหารเลี้ยงคนเป็นร้อยนั้นต่างกันมาก บางคนทำอาหารรับประทานกันเองอร่อย แต่ไม่ทราบสัดส่วนอาหารและเครื่องปรุงในการทำอาหารปริมาณมากๆ และยังต้องคำนึงถึงอุปกรณ์ จาน ชาม ช้อน ส้อม แก้วน้ำ หม้อ เตา ฯลฯ รวมไปถึงขั้นตอนการเก็บล้างทำความสะอาด ซึ่งคุณทำเองได้ แต่อาจเข้าข่าย "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" ก็เป็นได้ ดังนั้น ยุ่งวุ่นวายกับเรื่องอื่นๆ มากพอแล้ว อาหารหารกินขอยกให้เป็นหน้าที่ของแคเทอริ่งเสียแต่โดยดี
"ผมอยากให้ทุกคนคิดเรื่องอาหารเป็นอันดับต้นๆ เพื่อจะได้ตัดเรื่องนี้ออกจากลิสต์อีกร้อยแปดข้อที่คุณต้องเตรียม และอยากให้คิดว่าอาหารเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ที่จะสร้างความประทับใจให้คนที่มาร่วมงาน รวมทั้งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวในวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณด้วย"
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ฉบับเดือนกรกฎาคม 2551





