บัตรเครดิตปลอม

บัตรเครดิต



          จากการที่ได้มีการจัดตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 และได้มีพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 รองรับอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ส่งผลให้ เจ้าหน้าที่ของรัฐทำงานในด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  

          จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมาสำนักกิจการต่างประเทศและอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษประสบผลสำเร็จในเรื่องการสืบสวนสอบสวนอย่างดี อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาที่พบจากการปฏิบัติงานอยู่บ้างโดยเฉพาะการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มอาชญากรรมปลอมบัตรเครดิต  

          พันตำรวจเอกทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการส่วนคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ 1 สำนักกิจการต่างประเทศและอาชญากรรมระหว่างประเทศ เปิดเผยเกี่ยวกับอาชญากรรมในเรื่องบัตรเครดิต ว่า "การทุจริตบัตรเครดิตมีหลายอย่าง  เช่น บัตรหาย หรือบัตรถูกโขมย แล้วมีการนำบัตรไปทุจริต หรือ บัตรอาจหายไประหว่างการส่งมอบให้ลูกค้าของธนาคาร หรือ การปลอมเอกสารการสมัครเป็นบุคคลอื่นแล้วนำบัตรไปใช้  แต่พฤติการณ์ที่กลุ่มคนร้ายกระทำความผิดที่พบในขณะนี้ เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการคัดลอกข้อมูลในบัตรและมีการปลอมแปลงบัตรใหม่ไปใช้ เป็นพฤติการณ์ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตรวจพบ และพฤติการณ์ดังกล่าวมีการกระทำความผิดเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ผู้กระทำความผิดมีทั้งคนไทยและต่างชาติที่เข้ามากระทำความผิด โดยบุคคลทั้งสองกลุ่มจะมีขั้นตอนการทำงาน และวางแผนการกระทำความผิดอย่างเป็นระบบ"  

          กรมสอบสวนคดีพิเศษเคยจับกุมชาวมาเลเซียที่เข้ามากระทำความผิดในลักษณะการใช้บัตรเครดิตปลอม โดยการขโมยข้อมูลบัตรเครดิตผ่านทางสายโทรศัพท์ (wire tapping) ของบุคคลอื่น เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วจะใช้เครื่องแปลงข้อมูลลงในบัตรใบใหม่โดยมีการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนปลอม หรือ หนังสือเดินทางปลอมใช้ควบคู่กับบัตรเครดิตที่ปลอมขึ้น การนำบัตรเครดิตไปใช้ บางครั้งร้านค้า หรือ ลูกจ้างของร้านค้าที่ได้บัตรเครดิตรู้เห็นเป็นใจและมีส่วนร่วมกระทำความผิดกับกลุ่มคนร้ายด้วย 

          จะเห็นได้ว่าการกระทำความผิดดังกล่าวแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ จะมีการติดต่อกันระหว่างภายในประเทศและภายนอกประเทศ โดยกลุ่มผู้กระทำความผิดได้นำเทคโนโลยีและมีการใช้เครื่องมือทันสมัยที่ผลิตจากประเทศเพื่อนบ้านมาใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งยากแก่การสืบสวนจับกุมดำเนินคดี   

          ทั้งนี้ จากการเฝ้าติดตามดูพฤติการณ์ของกลุ่มดังกล่าวจะพบว่ากลุ่มคนร้ายที่กระทำความผิดประเภทนี้จะมีความชำนาญ ระมัดระวังตัวอยู่เสมอไม่ค่อยจะเก็บหลักฐานไว้ที่ตัวและทำลายพยานหลักฐานที่ตัวเองทำไว้โดยตลอด รวมถึงใช้ช่องว่างของกฎหมาย ทำให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างยากลำบากและไม่สามารถสืบสวนถึงตัวผู้กระทำความผิดรายใหญ่หรือมีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม สำนักกิจการต่างประเทศและอาชญากรรมระหว่างประเทศ ได้ทำการจัดเก็บข้อมูลสำคัญและทำการสืบสวนกลุ่มคนร้ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง 

          ในด้านประชาชนผู้บริโภค กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจพบว่า มีการลักลอบขโมยข้อมูลบัตรเครดิตเว็บไซต์ โดยการเปิดเว็บไซต์หลอกเพื่อขโมยข้อมูลของ ลูกค้า และการแฮกฐานข้อมูลจากลูกค้า นอกจากนี้กลุ่มที่ประกอบการทุจริตบัตรเครดิตจะอาศัยเปิดบัญชีในนามของคนอื่น เพื่อเวลาสืบสวนจะได้ไม่ถึงตัวเอง ประชาชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์จะถูกหลอกให้ไปเปิดบัญชีกับธนาคารโดยได้รับค่าตอบแทนจากการเปิดบัญชี ซึ่งในลักษณะเช่นนี้อาจเข้าข่ายมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำความผิดนั้นได้ 

          ประชาชนทั่วไปไม่ควรหลงเชื่อหรือตกเป็นเหยื่อการกระทำดังกล่าว รวมถึงการระมัดระวังในเรื่องของการใช้บัตร ถ้าสูญหายต้องรีบทำการแจ้งระงับ เพราะบัตรเครดิตที่สูญหายคนร้ายสามารถเอาไปใส่ในเครื่องถอดรหัสออกมาได้  ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าโดยมากจะเป็นบัตรที่ได้รหัสมาจากต่างประเทศที่เป็นนักท่องเที่ยว และคนร้ายที่อยู่ต่างประเทศส่งรหัสมายังคนร้ายที่อยู่ในประเทศไทยนำไปใช้   

          การแก้ปัญหาจึงต้องเร่งดำเนินการอย่างเป็นระบบ และถือเป็นนโยบายสำคัญซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้เร่งดำเนินการ โดยจะมีการเชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และธนาคารพาณิชย์ ต่าง ๆ มาร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากธุรกิจการประกอบอาชญากรรมในเรื่องบัตรเครดิตอย่างเป็นระบบ

          เนื่องจากปัญหาการกระทำความผิดในเรื่องบัตรเครดิต ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม และความเชื่อถือของชาวต่างชาติ ซึ่งขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีการเฝ้าระวังการกระทำความผิดในลักษณะของการปลอมและใช้บัตรเครดิตปลอมซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มที่จะประกอบอาชญากรรมในด้านต่าง ๆ และได้จัดเก็บข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการปลอมบัตรเครดิตอยู่เป็นจำนวนมาก 

          พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายเป็นข้อสังเกตว่า พฤติการณ์ของคนเหล่านี้เมื่อได้เงินมาก็จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และมักประกอบอาชญากรรมอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น เกี่ยวข้องกับเรื่องของยาเสพติด เกี่ยวข้องกับการลักลอบปลอมบัตรประชาชน เกี่ยวข้องกับการที่จะต้องไปให้เงินสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนในการจัดทำบัตรปลอม หนังสือเดินทางปลอม เป็นต้น

          "บัตรเครดิตปลอม" จึงเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความเชื่อถือของประเทศอย่างมาก และเป็นอีกหนึ่งภารกิจท้าทายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ


ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
 

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
บัตรเครดิตปลอม โพสต์เมื่อ 7 กรกฎาคม 2551 เวลา 13:52:14 5,496 อ่าน
TOP
x close