พปช. ปลงตกหากยุบพรรค หลังศาลให้ใบแดง ยงยุทธ

ยงยุทธ ติยะไพรัช




สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก และหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

         หลังจากที่ ยงยุทธ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สัดส่วน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช.) และ น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส.ระบบแบ่งเขต เขต 3 จ.เชียงราย พรรคพลังประชาชน ถูกกล่าวหาว่าแจกเงินให้หัวคะแนนกลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ไปซื้อเสียงจากประชาชนนั้น เมื่อวานนี้ (8 กรกฎาคม) ศาลฎีกามีคำพิพากษา สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) นายยงยุทธ เป็นเวลา 5 ปี และสั่งให้มีคำสั่งเลือกตั้งใหม่ในเขต 3 จ.เชียงราย ที่ น.ส.ละออง ถูกใบเหลือง

         อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ศาลอ่านคำพิพากษาจบ ที่ทำการพรรคพลังประชาชน ประชาชนหลายคนที่มาเฝ้าฟังการตัดสินถึงกับมีอาการซึมเศร้า บางรายน้ำตาคลอ ขณะที่สมาชิกพรรคบางคนถึงกับช็อคกับคำตัดสิน แต่ก็ยืนยันไม่เสียขวัญ

         ด้าน ร.ท.กุเทพ ใส  กระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงภายหลังรู้ผลคำพิพากษาศาลฎีกาด้วยสีหน้าซึมเศร้า ว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชนรู้สึกเสียใจกับการที่อดีตรองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.ของพรรคถูกพิพากษาตัดสิทธิทางการเมือง แม้ว่าที่ผ่านมาจะเห็นการต่อสู้คดีมีเหตุมีผลและเราก็พอใจ แต่เมื่อคำพิพากษาออกมาอย่างนี้ก็เคารพ 

         พร้อมกันนี้ ร.ท.กุเทพ ใส  ยังกล่าวว่า ส.ส. ของพรรค ได้แสดงเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นหล่อหลอมความสมัครสมานสามัคคีและจับมือกันเดินไปตามทิศทางของพรรคต่อไปอย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอน และพรรคพลังประชาชนเผชิญกับความยากลำบากอย่างต่อเนื่อง แต่คนในพรรคพลังประชาชนไม่ขวัญเสีย ไม่หวั่นวิตก และจะขอให้เวลาที่มีอยู่และใช้ประสบการณ์จากกรณีพรรคไทยรักไทย และความคิดใหม่ๆ หล่อหลอมต่อสู้ขอความเป็นธรรมตามกติกาต่อไป แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยตั้งแต้ต้นเพราะเป็นกติกาที่เกิดขึ้นจากเผด็จการ 

         ''ส.ส.พรรคพลังประชาชนขอให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลเดินหน้าบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาประชาชนอย่างไม่ย่อท้อต่อไป ไม่ว่าเวลาทางการเมืองจะเหลือมากหรือน้อย และใช้อำนาจที่ประชาชนเลือกมาอย่างยาวนานที่สุดไม่ว่าจะเหลือลมหายใจเท่าไหร่ ส่วนเรื่องคดียุบพรรคพลังประชาชนเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปัญหาประชาชน ส่วนเรื่องตั้งพรรคการเมืองใหม่ยังไม่คิดทำในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรเป็นการเมืองแบบอัปลักษณ์ ทำลายระบอบประชาธิปไตย'' ร.ท.กุเทพกล่าว 

         ขณะที่ พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า จากนี้คงจะมีการประชุมพรรคภายหลังทราบคำพิพากษาศาลฎีกา เพื่อพิจารณาทิศทางการดำเนินการของพรรค เพราะคำพิพากษาที่ออกมาเชื่อว่า จะทำให้พรรคพลังประชาชนถูกยุบตามมาตรา 237 ที่รัฐธรรมนูญระบุไว้แน่นอน ส่วนกรรมการบริหารพรรคที่มีอยู่ 30 กว่าคนนั้น คงต้องถูกลงโทษ 

         ''จากนี้เชื่อว่าคงมีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งอยู่ที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีจะกำหนดให้มีการเลือกตั้งเมื่อใด เพราะพรรคจะถูกยุบแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ นอกจากจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือปาฏิหาริย์ แต่คงเป็นไปได้ยาก ส่วน ส.ส.ของพรรคที่มีอยู่ 200 กว่าคน ก็คงต้องไปอยู่พรรคใหม่ที่ปลอดภัย ส่วนพรรคพลังประชาชนก็คงถูกยุบไปตามกรรมการบริหารพรรค''

         ด้าน นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคพลังประชาชน (พปช.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางยุบสภาเพื่อหนีคดียุบพรรค เพราะถึงยุบสภาไป พรรคก็ยังอยู่ คดีความก็ยังดำเนินต่อไป ไม่เห็นว่าจะช่วยอะไรได้ ที่ผ่านมาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของแต่ละพรรค และกระแสข่าวเรื่องการปฏิวัติตนเองของรัฐบาลจะช่วยอะไรได้ทั้งคดีความของนายยงยุทธ หรือแม้แต่คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

         ส่วนทางออกที่ดีที่สุดคือ ต่อสู้คดีไปตามกฎหมายว่า พรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เหมือนที่พรรคไทยรักไทยเคยใช้ต่อสู้ และยอมรับว่าเคยได้ยินข่าวสมาชิกพรรคบางคนตั้งพรรคสำรองไว้รองรับหากถูกยุบพรรคแล้ว


หากมีการยุบพรรคพลังประชาชนจะมีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
 



         • ศาลฏีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีมติเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส. สัดส่วน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน

         • ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน สรุปสำนวนส่งต่ออัยการสูงสุด (อสส.) ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ. พรรคการเมือง มาตรา 94 และ มาตรา 95 

         • กรณี อสส. เห็นว่าสำนวน กกต. มีพยานหลักฐานชัดเจน จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคพลังประชาชนต่อไป ทั้งนี้ อสส. ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่รับแจ้งจาก กกต.

         • กรณี อสส. เห็นว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอ ต้องกลับมาตั้งกรรมการร่วมระหว่าง กกต. กับ อสส. อีกครั้ง หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่าหลักฐานพยานไม่เพียงพอ การยุบพรรคจะยุติลงทันที แต่หากมีหลักฐานเชื่อได้ว่าการกระทำของ นายยงยุทธ เข้าข่ายขัดต่อ พ.ร.บ. พรรคการเมือง มาตรา 94 และ มาตรา 95 จะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชนต่อไป




ข้อมูลจาก
 


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
พปช. ปลงตกหากยุบพรรค หลังศาลให้ใบแดง ยงยุทธ อัปเดตล่าสุด 9 กรกฎาคม 2551 เวลา 11:45:46 17,606 อ่าน
TOP
x close