ภาวะตาแห้งและน้ำตาเทียม

ภาวะตาแห้งและน้ำตาเทียม


          ปกติตาของคนเราจะไม่แห้ง แต่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำหล่อเลี้ยง ซึ่งเราเรียกรวมๆ ว่า "น้ำตา" ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าการหยดติ๋งๆ ในขณะที่เราร้องไห้ น้ำตามีประโยชน์หลายประการ กล่าวคือ


         
1. ฉาบผิวหน้าของลูกตาดำให้เรียบ ทำให้มีการหักเหของแสงที่สม่ำเสมอ ทำให้ตาเรามองเห็นได้ชัดเจนดี ถ้าไม่มีน้ำตาฉาบ ผิวตาดำอาจไม่เรียบ ทำให้การหักเหของแสงไม่สม่ำเสมอ มีการแตกกระจายของแสง การมองเห็นลดลง


          2. ทำหน้าที่หล่อลื่นผิวดวงตา โดยการป้องกันความแห้งของผิวตาดำในขณะลืมตาและป้องกันการเสียดสีของเปลือกตากับตาดำเวลากระพริบตาทำให้ตาสบาย


          3. ในกรณีที่ผิวตาดำเป็นแผลขรุขระ ทำให้เจ็บตาเคืองตามาก น้ำตาจะฉาบผิวที่ขรุขระลดอาการเคืองตาลงได้


          4. ทำหน้าที่ชะล้างสิ่งแปลกปลอมที่อาจพลัดเข้ามาในตา อาจเป็นผง สารเคมี หรือแม้แต่เชื้อโรค


          5. น้ำตามีออกซิเจน ซึ่งเป็นอาหารต่อผิวดวงตา โดยปกติกระจกตาเป็นอวัยวะที่ไม่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงจึงอาศัยออกซิเจนจากอากาศและน้ำตาเป็นหลัก


          6. น้ำตายังเต็มไปด้วยวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินเอ แถมยังมีสารต้านจุลชีพ (antimicrobial) และสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) ซึ่งจำเป็นต่อการคงไว้ของสภาพที่ปกติของผิวตา หากขาดสารเหล่านี้พื้นผิวดวงตาจะแห้ง


ภาวะตาแห้งหรือน้ำตาน้อย


          อาการที่สำคัญ ได้แก่ ระคายเคืองตา คล้ายมีผงอยู่ในตา บางรายมีอาการมองไม่ชัดด้วย ต้องกระพริบตาจึงจะมองเห็นได้ดีขึ้น มักเป็นมากในช่วงบ่ายๆ เย็นๆ จะเป็นมากขึ้นเมื่อทำงานที่ต้องใช้สายตา เช่น อ่านหนังสือ ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดูโทรทัศน์ อาการต่างๆ เหล่านี้จะค่อยเป็นค่อยไป หากตาแห้งนานมากจะทำให้ผิวตาดำไม่เรียบ ตาติดเชื้อได้ง่าย หากติดเชื้อตาดำจะเป็นแผล ทำให้อาการแย่ลงไปอีก ถ้ารักษาไม่ดี แผลอักเสบในตาดำทรุดลง จะทำให้ตาบอดได้


การเลือกใช้น้ำตาเทียม


          น้ำตาเทียมช่วยให้ตาชุ่มฉ่ำได้ในรายที่ไม่มีน้ำตาตามธรรมชาติ น้ำตาเทียมที่ใช้ในปัจจุบันมี 2 ชนิด ชนิดขวดใหญ่ใช้ได้นาน กับชนิดใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งคิดค่าใช้จ่ายแล้วจะมีราคาแพงกว่า การจะเลือกใช้น้ำตาเทียมชนิดไหนขึ้นกับโรคและความรุนแรง โดยทั่วไปถ้าตาไม่แห้งมาก ควรเริ่มจากชนิดขวดใหญ่ แต่ควรพิจารณาใช้ชนิดที่มีอายุการใช้งาน 24 ชั่วโมงเมื่อภาวะตาแห้งค่อนข้างรุนแรง ต้องหยอดน้ำตาเทียมมากกว่า 4 ครั้งต่อวันเป็นเวลานาน ผู้ที่มีประวัติแพ้สาร preservative เป็นโรคที่ผิวกระจกตา เซลล์ของผิวกระจกตาไม่ค่อยสมบูรณ์ การใช้น้ำตาเทียมแบบมี preservative จะทำให้ผิวกระจกตาเสียมากขึ้น ในคนที่มีอาการมาก ควรไปตรวจสุขภาพดวงตากับจักษุแพทย์จะดีที่สุด



ข้อมูลและภาพประกอบจาก
 

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ภาวะตาแห้งและน้ำตาเทียม อัปเดตล่าสุด 9 กรกฎาคม 2551 เวลา 14:31:51 13,376 อ่าน
TOP
x close