








เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากมหา'ลัยชีวิต
"สุนัขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์
สุนัขเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์และรักเจ้าของมันมาก" หลายคนหลายครอบครัวอาจจะเลี้ยงสุนัขเพียงเพราะมันซื่อสัตย์ เพียงเพราะมันน่ารัก เหมือนตุ๊กตาที่มีชีวิตอยู่จริง น่าทะนุถนอม แต่แล้ววันหนึ่ง
เพื่อนที่ดีที่สุด เพื่อนที่ซื่อสัตย์ตัวนี้ เพื่อนที่น่ารักที่สุดตัวนี้ เหลือไว้เพียงความแก่ชรา หรือประสบเคราะห์กรรม ขาขาด ขาด้วน ใครเล่าจะสนใจพวกมัน? จะยังมีใครสนใจที่จะเลี้ยงดูมันเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า? ไม่เพียงไม่เลี้ยงดูเหมือนเดิม แต่บางคนถึงกับเลือกที่จะนำมันมาทิ้งอีกต่างหาก! แต่กับผู้หญิงคนหนึ่ง กลับยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อคงไว้ซึ่งมิตรภาพ ศรัทธา และความซื่อสัตย์ต่อเพื่อนพ้องร่วมโลกต่างสายพันธุ์อย่างเจ้าสุนัขที่ไม่มีที่พึ่งเหล่านี้
ป้าบัว หรือ นางกมลพร มโนประทีปธรรม หญิงชราวัย 60 ปี หนึ่งในคนรักสุนัข ที่มอบความเมตตา และความสุขให้เกิดขึ้นในหัวใจให้กับเจ้าสุนัขเร่ร่อนที่ปากซอยพหลโยธิน 71 ซึ่งป้าบัวเลี้ยงดูเจ้าเพื่อนยากเพียงเพราะป้าเป็นคนรักสุนัข รักจริงๆ รักแบบบริสุทธิ์ใจ (ไม่ใช่รักแต่สุนัขของตัวเอง) อุทิศตัวเพื่อเลี้ยงดู ให้ข้าวให้น้ำ รักษายามเจ็บป่วย ให้พวกสุนัขไร้บ้าน สุนัขพิการ สุนัขถูกทิ้ง หรือสุนัขที่ถูก "มนุษย์ใจทราม" ทารุณกรรม ... บางทีนั่งนึกว่า... โอ ช่างใจบุญจัง คนแบบนี้หายากนะ เพราะหากจะดูแลเขาแล้ว มันต้องใช้ "ใจ" ต้องทำให้ตลอดรอดฝั่ง เหมือนเอาภาระมาแขวนคอ ...นึกอีกทียิ่งแปลกใจหนัก ที่เกือบทั้งหมดของคนใจบุญเหล่านี้มักไม่ใช่คนร่ำรวยเงินทอง ซ้ำส่วนใหญ่ยังอยู่ในฐานะที่ยากลำบากด้วยซ้ำไป

บางทีป้าบัวก็ต้องทนกับกระแสสังคมต่างๆ นานา... เพียงเพราะเจ้าเพื่อนต่างสายพันธุ์เหล่านี้
"ไปๆ ไปให้ที่อื่น มันสกปรก"
"เหม็นฉิบ....เลย ไอ้....เอ๋ย เมื่อไหร่จะตาย ๆ หมดเสียที"
"เลี้ยงแล้วเดือดร้อนชาวบ้าน ไปทำบุญที่อื่นเลยไป"
"ไอ้สุนัขพวกนี้ เดี๋ยวฆ่าให้ตายเสียเลย ชอบไล่เห่ากูนัก" ฯลฯ
สารพัดคำด่าและคำพูดจาเสียดสี กระทบหูหญิงชราจนชาชิน... ไม่มีเสียงตอบ มือขวายังคงจับทัพพี ตักข้าววางให้เจ้าสุนัขข้างถนนหลายตัวที่ยืนกระดิกหางมองหญิงชราด้วยความหิว
สิบกว่าปีมาแล้วที่ ป้าบัว คอยหยิบยื่นแบ่งปันอาหารให้กับสุนัขที่พิการ ไร้บ้านถูกทอดทิ้งในละแวกบ้าน และย่านดอนเมือง แม้จะพบกับอุปสรรคมากมาย แต่เมื่อนึกถึงสุนัขและแมวที่บางตัวผอมโซ บางตัวเป็นขี้เรือน หน้าตาละห้อย บางตัวซึมเศร้านึกถึง เจ้านายเก่าที่ใจดำนำพวกมันมาทิ้ง หญิงชราจึงต้องอาศัยความอดทน และพยายามเลี้ยงดูพวกมันให้ดี และเกิดปัญหาน้อยที่สุด ด้วยรู้ดีว่าผู้คนในสังคมมีทั้งชอบและประณามการกระทำเช่นนี้

"ป้าไม่มีอาชีพอะไร ก่อนหน้านี้เมื่อ 20 ปีก่อนเคยมีบ้านในละแวกดินแดง ก็ขายบ้านไป ได้เงินมา 2 ล้าน มาซื้อทาวเฮ้าส์อยู่ หลังละ 1 ล้าน 3 แสน ที่เหลือก็หมดไปกับสุนัขแทบทั้งสิ้น จนต้องเป็นหนี้สินจากการต้องหยิบยืมเงินเพื่อนำไปซื้อข้าวให้สุนัขในบางเดือน ข้าวสารในการเลี้ยงดูสุนัขก็อาศัยจากผู้ใจบุญนำมาบริจาคให้ อาจจะพอบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่พอก็ต้องหาเงินซื้อเพื่อไม่ให้สุนัขต้องหิวโซ"

ในทุกๆ วัน ป้าบัวจะตระเวนไปเก็บเศษข้าว และอาหารที่ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงมาให้ รวมถึงหุงปรุงเพิ่มตามจำนวนสุนัข แล้วนำมาแจกจ่ายให้กับเจ้าตูบข้างถนน โดยที่ป้าบัวและเพื่อนบ้านร่วมอุดมการณ์ ต้องเดินไม่ต่ำกว่า 10 กิโลเมตรเพื่อเอาข้าวให้สุนัขบ้าง ดูแลสถานที่บ้าง รวมถึงทุกอย่างจิปาถะที่เกี่ยวกับสุนัข และหากพบเห็นตัวที่ถูกรถชนบาดเจ็บ หรือถูกทารุณด้วยการฟัน สาดนํ้ากรด หญิงชราจะไม่นิ่งเฉย ต้องรีบคว้าตัว จ้างรถตุ๊กๆ ไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที หลังจากนั้นก็จะนำมาทำการปฐมพยาบาลที่บ้านบนเนื้อที่ 20 ตารางวา จนสุนัขและแมวที่เจ็บป่วยส่วนใหญ่หายเป็นปกติ
"บางตัวมันอดอยากถึงขั้นต้องเอาจอกแหนในน้ำให้ลูกกินเพื่อประทังชีวิต สงสารก็เลยเริ่มเลี้ยงดูกันมา กว่าจะใช้เวลาให้คุ้นเคยกันได้ สุนัขก็ออกลูกมาร่วมๆ 200 ตัวแล้ว แต่ปัจจุบันเหลือประมาณ 70-80 ตัว แก่ตายไปบ้างเพราะป่วยตายจากโรคหัด กว่าจะทำหมันได้ป้าก็แทบจะหมดเนื้อหมดตัวเพราะไม่มีรายได้" ป้าบัว กล่าว

นอกจากสุนัขในซอย และละแวกใกล้เคียงแล้ว ป้าบัวยังนำอาหารไปเลี้ยงสุนัข ท้ายสนามบินดอนเมือง ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นแคมป์ที่พักคนงาน หลังจากที่การก่อสร้างสิ้นสุด คนงานก็จากไปและทิ้งสุนัขเหล่านั้นไว้โดยไม่มีใครดูแล
"ป้าเห็นแล้วก็อดไม่ได้ ตั้งแต่ 3 ตัว จนป่านนี้เกือบร้อยแล้ว ไปเจอรถชนมั่ง ทิ้งอยู่กลางตลาดมั่ง โดนฟัน ขาขาด หูขาด ปากแหว่ง ป้าก็ไปเอามารักษา คอยกรอกนํ้า กรอกนมจนหาย ป้าก็ไปเลี้ยงซอยใกล้บ้านด้วย คนมันรู้ว่าป้าเลี้ยงก็มาปล่อยตามซอย เมื่อสุนัขมันเยอะ ก็โดนด่า เขาว่า เขาไล่เขาแจ้งตำรวจจับ ป้าก็พูดกับตำรวจเขาดีๆ ตำรวจโรงพักสายไหม เขายังขอสุนัขป้าไปเลี้ยง ส่วนที่บ้านมันหลายตัวคนแถวบ้านเขาก็หนวกหู รำคาญ เขาก็มาด่าว่าเรา เราก็เห็นใจเขานะ ทำไงได้ ป้าก็พยายามหาทางอยู่แต่ไม่มีหนทางไหน ทุกวันนี้ก็อาศัยข้าววัดมั่ง คนแถวนี้มั่งมาช่วยเหลือ"

เมื่อเป็นเช่นนี้ ป้าบัว เคยพยายามหาที่อยู่ใหม่ให้กับสุนัข แต่ลำพังป้าบัวที่ไม่มีรายได้อะไร นอกจากเป็นคนดูแลที่ดินให้กับเจ้าของที่ละแวกนั้น โดยได้ค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ พออาศัยกินไปวันๆ และไม่มีเงินเก็บ เพราะต้องหาเลี้ยงตนเองและลูกสาวที่กำลังเรียนอยู่ ทำให้จนใจต้องเลี้ยงพวกมันอย่างนี้ต่อไป ซึ่งก็ดูเหมือนว่าปริมาณประชากรสุนัขในละแวกนั้นจะมีสมาชิกใหม่มาเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อย จากการที่คนนำมาปล่อย

ทุกวันนี้ ป้าบัว เริ่มมีภาระหนี้สินจากค่าใช้จ่ายอาหารสุนัขในแต่ละเดือน ที่มีทั้งค่าแก็ส ค่าข้าว ค่าโครงไก่ ทุกอย่างรวมๆ แล้วก็ประมาณ 15,000 บาท/เดือน โดยเงินจำนวนนี้จะได้จากคนที่มีจิตศรัทธาบริจาค พอบ้างไม่พอบ้าง ป้าบัวก็จะเสริมด้วยการหาเก็บฟืนตามป่าบ้าง เศษไม้ที่คนทิ้งๆ บ้าง ไม่พอก็ต้องกู้หนี้ยืมสินบ้าง แต่ป้าบัวก็ไม่ท้อ พร้อมย้ำว่าจะดิ้นรน และดูแลกันต่อไปจนกว่าจะตายจากกัน

"คนที่อยากเลี้ยงสัตว์ ถ้าไม่รักอยากเลี้ยงจริงๆ จะดูแลกันไปได้ทั้งชีวิตก็อย่าเลี้ยงเลย เป็นภาระของคนอื่น ทุกชีวิตมีคุณค่าต้องการความรักความเมตตาทั้งนั้น อยากให้รักจริงๆ เลี้ยงเขาจนจะไม่อยู่กับเรา ถ้าป้ายังอยู่ตรงนี้ก็คงจะตัดใจจากกันไปไม่ได้" ป้าบัวกล่าว

แม้อาหารจะเป็นปัจจัยหลัก แต่ในจำนวนสุนัขร้อยกว่าตัวที่ป้าบัวอุ้มชูนั้น บางตัวยังอยู่ในอาการป่วยไข้ เช่นเจ้าไมค์ ป่วยเพราะโดนสารเคมีจากโรงผลิตแบตเตอรี่ ทำให้หน้าตาบูดเบี้ยวมีน้ำหนองไหลตลอดเวลา ยังคงต้องรักษาพยาบาล และอีกหลายๆ ตัวจากการถูกทารุณกรรม ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้ยังเป็นภาระที่หนักอึ้งสำหรับหญิงชราอย่างป้าบัว

เฮ้อ... เห็นจิตใจอารีที่ป้าบัวมีต่อเพื่อนสี่ขา ที่ได้ชื่อว่าซื่อสัตย์ที่สุดแล้ว ก็ต้องชื่นชมจิตใจที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ซึ่งทีมงานกระปุกดอทคอมเคยมีโอกาสได้ไปเยี่ยมและพูดคุยกับป้าบัวมาแล้ว สัมผัสได้ถึงความเมตตากรุณา และขอย้ำว่ายังขาดแคลนอีกมากสำหรับของใช้เพื่อเพื่อนสี่ขาเหล่านี้

อย่างไรก็ตามก่อนตามก่อนหน้านี้ทีมงาน Kapook.com ก็เคยไปเยี่ยมเยือนป้าบัวและเพื่อนสุนัขเหล่านี้มาแล้วเช่นกัน ซึ่งในการไปครั้งนั้นทีมงานก็ได้ให้ความช่วยเหลือป้าบัวตามกำลังที่จะช่วยได้
ทั้งนี้หากใครสนใจช่วยบริจาคของใช้จำเป็นสำหรับสุนัข หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.paboua.org/index.html หรือหากท่านที่สนใจทำบุญให้สุนัขจรจัดเเละเเบ่งเบาภาระป้าบัว สามารถไปหาป้าบัวได้ที่ 56/1 หมู่บ้านเจษฎา 1 ( ซอยผักบุ้งลอยฟ้า กม. 25 ) ถนนพหลโยธิน ถนนพหลโยธิน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม 10210

หรือบริจาคผ่านบัญชี
นางกมลพร มโนประทีปธรรม
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย ตลาดยิ่งเจริญ
บัญชีออมทรัพย์ 181-2 12156-9
ช่วยกันคนละไม้ละมือ โลกจะได้น่าอยู่ขึ้นค่ะ ^__^
คลิปวิดีโอ ป้าบัว แม่พระของสุนัขไร้บ้าน ช่วงที่ 1
คลิปวิดีโอ ป้าบัว แม่พระของสุนัขไร้บ้าน ช่วงที่ 2
คลิปวิดีโอ ป้าบัว แม่พระของสุนัขไร้บ้าน ช่วงที่ 3











| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
















|