พปช. หาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ! จ้องตีกรอบศาล

สมัคร สุนทรเวช

 

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

         หลังนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ประกาศในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ทันทีหลังเปิดประชุมสภาสมัยสามัญวันที่ 1  สิงหาคมนี้ โดยไม่สนใจกลุ่มที่ออกมาคัดค้าน ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พรรคพลังประชาชนขานรับเร่งให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการใช้สิทธิป้องกันตัว

         โดย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชนจะเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 เข้ามาทันทีหลังจากเปิดประชุมสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติว่า ได้พิจารณาดูแล้วว่าถึงจะแก้ รัฐธรรมนูญหรือไม่แก้ก็มีความวุ่นวายพอกัน ดังนั้น ส.ส.พรรคพลังประชาชนจึงเห็นว่าควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากกว่า เพราะวันนี้บ้านเมืองเดินไปไม่ได้ เพราะฝ่ายบริหารไม่สามารถบริหารบ้านเมืองได้ 

        ส่วนสาเหตุที่นายสมัคร าเปลี่ยนท่าทีเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้กำชับห้ามทุกฝ่ายพูดเรื่องนี้นั้น  นายสุทิน ตอบว่า เป็นเพราะสมัครเห็นว่าหากไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีปัญหา ในการบริหารบ้านเมือง ตอนแรกก็สงสัยเรื่องมีเงาร้ายคอยจองล้างจองผลาญ แต่ตอนนี้เห็นว่ามีจริงแล้ว ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะทำเพื่อตัวเองนั้น อยู่ที่สังคมจะพิจารณาว่าใครทำเพื่อตัวเองกันแน่ ทุกคนมีสิทธิป้องกันตัวเองเมื่อถูกทำร้าย

         ส่วนสาเหตุที่ ไม่รอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ พิจารณาให้เสร็จก่อนนั้น นายสุทินตอบว่า ทางคณะกรรมาธิการฯจะศึกษาเสร็จภายในเดือนสิงหาคมและร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคพลังประชาชนจะเสนอเข้าสภาฯก็คงเสร็จในช่วงนั้นเช่นเดียวกัน ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯสามารถนำมาพิจารณาร่วมในวาระ 2 ได้ เมื่อถามย้ำว่า การที่พรรคพลังประชาชนไม่รอให้คณะกรรมาธิการฯศึกษาเสร็จก่อนจะดูเหมือนเป็นการหักหน้ากันหรือไม่ นายสุทินตอบว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอไม่ได้ เพราะมีผลกระทบเกิดขึ้นกับบ้านเมือง  

         ด้าน นายพีระพันธุ์ พาลุสุข ผู้ช่วยเลขานุการวิปรัฐบาล พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่มี ส.ส.พรรคพลังประชาชนเสนอว่า ควรต้องพิจารณาเกี่ยวกับศาลทั้ง หมดกับการก้าวก่ายงานบริหาร ว่าต้องวางโครงสร้างให้ มันพอดี ให้ฝ่ายบริหารทำงานของเขาได้ ฝ่ายศาลก็มาตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมาย แต่พึงระมัดระวังว่าเดี๋ยว ศาลมาวินิจฉัยทุกเรื่องก็จะเป็นการมาวินิจฉัยในเรื่องที่เป็นเรื่องของฝ่ายบริหารไป มันก็จะเหมือนกับกรณีที่เคยเกิดขึ้นในบางประเทศที่บอกว่า ศาลมาเป็นรัฐบาลเสียเองตรงนั้นต้องระวัง 

         ถามว่าหากพิจารณาอย่างนี้จะไม่ใช่การแก้เพียงมาตราเดียวหรือ 2-3 มาตราแล้วนั้น นายพีระพันธุ์ ตอบว่า ถูกต้อง แต่ถ้าเราวางโครงสร้างให้ดี ทุกคนจะทำงานโดยกลไกของตนเองและตรวจสอบซึ่งกันและกันได้ภายในกรอบของตนเอง แต่ถ้าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมาก ล้ำแดนเข้าไปมากๆ คนที่จะทำงานก็ทำงานลำบาก



ข้อมูลจาก
 


 

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
พปช. หาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ! จ้องตีกรอบศาล อัปเดตล่าสุด 15 กรกฎาคม 2551 เวลา 14:35:14 10,437 อ่าน
TOP
x close