วิธีใช้โทรศัพท์ อย่างปลอดภัย ขณะขับรถ

1. การใช้อุปกรณ์เสริม Bluetooth Headset
เป็นวิธีการที่ง่ายและถูกที่สุด อุปกรณ์บลูทูธใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ราคาไม่แพง และสามารถวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่ใดก็ได้ขณะคุย แต่มีข้อจำกัด คือ คุณภาพของสัญญาณโทรศัพท์ที่ยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควรเพราะหากขับรถด้วยความเร็วสูง จนเกิดเสียงดังมากขึ้นจากลมและเครื่องยนต์ จะทำให้กลบเสียงโทรศัพท์ขณะพูดคุยได้
นอกจากนี้ การใช้บลูทุธยังมีข้อจำกัดอื่นๆ อีก ดังนี้
หากหนีบหูเป็นเวลานานจะสร้างความรำคาญ
บลูทูธโดยทั่วไปจะมีหูฟังเพียงข้างเดียว เมื่อใช้งานไปช่วงหนึ่ง ขาหนีบ อาจแตกหักง่าย
ระบบนี้ไม่มีที่สำหรับวางมือถือที่ติดแน่นกับรถยนต์ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ อาจเสี่ยงต่อความเสียหายอย่างรุนแรง
รถยนต์ถือเป็นฉนวนของการรับสัญญาณคลื่น ทำให้อุปกรณ์ต้องส่งคลื่นโทรศัพท์ที่กำลังสูงกว่าปกติ โดยในปัจจุปันยังไม่มีการยืนยันผลข้างเคียงต่อสุขภาพ นอกจากนี้ บุคคลที่ใช้เครื่องช่วยการเต้นของหัวใจ (Heart Pacemaker) ควรเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ที่มีกำลังสูง เพราะ มีโอกาสที่จะเกิดการกวนระบบ รวมทั้งการกวนระบบอาจเกิดขึ้นกับนรยนต์ได้เช่นกัน หากรถยนต์ของคุณไม่มีเสาอากาศสำหรับรับสัญญาณด้านนอก
แบตเตอรี่เสริมสภาพเร็ว เพราะต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ
2. การติดตั้ง Handfree Speaking System
วิธีการนี้เหมาะสำหรับคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หลังพวงมาลัย สามารถแบ่งอุปกรณ์เสริมเป็น 2 ประเภท คือ
ประเภทแรก คือ ชุดอุปกรณ์ที่สามารถติดตั้งได้เองบริเวณส่วนกลางของคอนโซลหน้ารถยนต์ โดยใช้ที่จุดบุหรี่เป็นตัวชาร์จแบตเตอรี่
ข้อดี ติดตั้งและถอดง่าย
ไม่ต้องกังวลว่าแบตตอรี่โทรศัพท์มือถือจะหมดระหว่างใช้งาน
ข้อเสีย แบตเตอรี่จะถูกชาร์จตลอดเวลา อาจทำให้เสื่อมสภาพเร็ว
บางครั้งอาจเกิดการหลวมคลอนของอุปกรณ์ที่เสียบไว้ ทำให้สามารถรับสัญญาณไม่ชัดเจน
หากรถยนต์ไม่มีเสาอากาศรับสัญญาณด้านนอก อาจทำให้รับสัญญาณได้ไม่ดี
ประเภทที่สอง คือ อุปกรณ์ที่ต่อเข้ากับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถยนต์โดยตรง การติดตั้งจึงต้องรื้อคอนโซลออกและติดตั้งเข้าโดยตรงกับระบบไฟและระบบอิเล็กทรอนิกส์
ข้อดี จะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า "กล่องดำ" ทำหน้าที่เป็นไมโครโฟนและลำโพง
หากมีโทรศัพท์เข้า เครื่องจะตัดสัญญาณจากวิทยุเป็นสัญญาณโทรศัพท์โดยทันที
ข้อเสีย ต้องรื้อแผงคอนโซลเพื่อติดตั้ง
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
โดย : ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี