อ้วน... สัญญาณอันตราย หยุดได้ด้วยหลักพอเพียง

อ้วน


          นอกเหนือจากโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ฯลฯ ที่ไม่เพียงเป็นปัญหาสาธารณสุขหากแต่ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ อีก และจากปัจจัยเสี่ยงที่ก่อเกิดโรคเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะอ้วนลงพุง สัญญาณอันตรายที่มีความหมายต่อการดูแลรักษาสุขภาพ
 
          โรคเหล่านี้เป็นโรคเรื้อรังมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งต้นตอส่วนหนึ่งสัมพันธ์กับการที่มีไขมันในช่องท้อง และหากมีไขมันในช่องท้องมากล้วนแต่เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่ากำลังเสี่ยงกับโรคเหล่านี้สูง นพ.ฆนัท ครุธกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจและโภชนวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง เริ่มบอกเล่าพร้อมให้ความรู้ถึงโรคอ้วนเพิ่มต่ออีกว่า อ้วนลงพุงเกิดจากไขมันสะสมในช่องท้องปริมาณมากและยิ่งมีรอบพุงก็ยิ่งแสดงว่าไขมันสะสมมากขึ้น หากสามารถป้องกันโรคนี้ได้ก็หมายความว่าหลีกไกลจากโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ การดูแลรักษาสุขภาพหลีกไกลจากโรคอ้วนจึงเป็นสิ่งสำคัญ
 
          "โรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคอ้วนมีหลายโรค อย่างเช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ มะเร็ง โรคนิ่วในถุงน้ำดี อัมพฤกษ์อัมพาต ฯลฯ โรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ และจากสาเหตุโรคอ้วนพบว่าไขมันที่มีอยู่เหล่านี้มีอยู่อย่างเกินความจำเป็นและจะสร้างแตกตัวออกมาเป็นกรดไขมันอิสระ รบกวนการทำงานอวัยวะภายในระบบตับอ่อน ระบบกล้ามเนื้อต่างๆ ผิดปกติ ทำให้การทำงานของอินซูลินผิดปกติเป็นส่วนทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพ"
 
          โดยปกติคนที่เป็นโรคอ้วน ความหมายของคำว่า อ้วน หมายถึง ภาวะที่มีไขมันในร่างกายมากกว่าปกติและยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นคนที่มีน้ำหนักตัวมากอาจจะไม่ได้หมายความว่าอ้วนเพราะอาจจะมีกล้ามเนื้อหรือมีโครงสร้างร่างกายใหญ่ 
 
          "การวัดปริมาณไขมันอาจเป็นเรื่องยุ่งยากจึงวัดโดยน้ำหนัก การวัดค่าเหล่านี้เรียกว่าดัชนีมวลกาย ซึ่งการคำนวณวัดค่าดัชนีมวลกายสามารถวัดได้โดยน้ำหนักที่เป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงที่เป็นเมตรสองครั้ง หน่วยที่ออกมาเป็นกิโลกรัมต่อตารางเมตร ค่าเหล่านี้จะสัมพันธ์กับความอ้วน และหากดัชนีมวลกายมากกว่าหรือเท่ากับ 23 ถือว่ามีน้ำหนักเกิน แต่หากมากกว่าหรือเท่ากับ 25 ถือว่าอ้วน นอกจากนี้ไขมันที่มีความน่ากลัวคือไขมันที่อยู่ในพุง ซึ่งการวัดรอบพุงก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน"
 
          การวัดรอบเอวเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะบอกได้ว่าอ้วนหรือไม่ วิธีการวัดรอบพุงจึงควรอยู่ในท่ายืน โดยเท้าทั้งสองข้างควรห่างประมาณ 10 เซนติเมตร จากนั้นวัดบริเวณเหนือจากกระดูกเชิงกรานส่วนเอว ถ้ามากกว่า 80 เซนติเมตร หรือเท่ากับ 80 เซนติเมตร ในผู้หญิง หรือตั้งแต่ 90 เซนติเมตร ขึ้นไปในผู้ชายถือว่า อ้วนลงพุง

อ้วน


          ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคอ้วนมากขึ้น จากแต่เดิมที่มีการสำรวจก่อนหน้านี้พบว่ามีไม่ถึง 10 ล้านคน แต่เพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านคน ปัจจัยสำคัญมาจากพฤติกรรมการบริโภค การดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ซึ่งหากปรับเปลี่ยนยึดหลักความพอเพียงพอดีได้ก็จะทำให้หลีกไกลจากโรคอ้วน
 
          "ในช่วงภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ยิ่งมีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวกับโรคอ้วน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อภาวะเศรษฐกิจไม่ดีก็จะทำให้เกิดการควบคุมตนเองในการบริโภค แต่ส่วนหนึ่งก็ยังคงมีพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกทาง บริโภคไม่เหมาะสมอย่างเลือกทานแป้งเพื่อหวังให้อิ่มมากกว่าบริโภคผักผลไม้ ลดโปรตีน ฯลฯ ซึ่งข้อเสียทำให้เกิดพลังงานสะสมมาก อีกทั้งการบริโภคโปรตีนน้อยก็อาจทำให้เกิดการขาดสารอาหาร ทำให้เกิดโรคเมตะโบลิคซินโดรมหรืออ้วนลงพุงเพิ่มขึ้น ทำให้สถานการณ์โรคนี้รุนแรงขึ้น"
 
          ในผู้ที่อ้วนลงพุง แนวทางการควบคุมอาหารเพื่อลดรอบพุงดูแลน้ำหนัก จึงควรลดข้าวหรือแป้งลงจากเดิม 1 ใน 3 ส่วน ลดการบริโภคผลไม้ลงโดยบริโภคไม่เกิน 6-10 คำต่อมื้อ แล้วแต่หวานมากน้อย บริโภคใบหรือก้านผักเพิ่มขึ้น งดทานอาหารระหว่างมื้อ และการออกกำลังกายก็ไม่ควรบริโภคอาหารเพิ่มจากเดิม อีกทั้งควรบริโภคโปรตีนให้เพียงพอร่วมด้วย
 
          โรคอ้วนโดยมากพบได้ทั้งในเด็กวัยเรียนและในผู้ใหญ่วัยทำงาน ส่วนช่วงวัยรุ่นอาจเป็นช่วงที่กำลังมีความเจริญเติบโตจึงไม่ค่อยพบ แต่ในอนาคตช่วงวัยนี้อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากเด็กที่กำลังเป็นโรคอ้วนนั้นกำลังจะไล่ขึ้นมา
 
          ภาพสะท้อนของสถานการณ์โรคอ้วนจึงไม่เพียงก่อเกิดโรคต่างๆ หากแต่พิษภัยของโรคอ้วนยังส่งผลต่อสุขภาพ อย่างอาการปวดขา ปวดเข่า ปวดไหล่เนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนให้รูปร่างไม่ดี ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ประมาณ 1.7 เท่า ฯลฯ ก่อเกิดผลเสียตามมาอีกมากมาย

อ้วน


          โดยแพทย์ท่านเดิมให้ความรู้ต่ออีกว่า ภาวะอ้วนในเด็กนั้นส่งผลเสียทั้งในเรื่องของการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการเรียน โรคอ้วนถือได้ว่าเป็นภาระที่รุนแรง เพราะโรคอ้วนที่เกิดขึ้นไม่ได้มองกันแต่เพียงมิติของความสวยงาม หากแต่มองลึกลงไปถึงมิติต้นตอที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรัง การที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคต่างๆ มากมาย ซึ่งหากไม่แก้ไขที่ต้นเหตุก็จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น การดูแลสนใจสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ และวิธีหลีกไกลโรคอ้วนสิ่งสำคัญที่ต้องไม่ละเลยจึงควรดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ
 
          "โรคอ้วนเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมของตัวเราเอง และนอกจากการดูแลในเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การควบคุมอารมณ์ ลดความเครียด ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องไม่ละเลยปฏิบัติ และหากแก้ไขสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ก็จะทำให้สุขภาพดี สามารถป้องกันความอ้วนรวมถึงสุขภาพโดยรวมดีขึ้นร่วมด้วย การพิชิตโรคอ้วนด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดูแลสุขภาพร่างกายทั้งการดูแลอาหารไม่รับประทานของทอด ของมัน ทานเกินปริมาณความต้องการของร่างกาย ฯลฯ ออกกำลังกายสม่ำเสมอและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอารมณ์ ไม่เครียด สามสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญช่วยให้ห่างไกลจากโรคอ้วน ความเจ็บป่วยต่างๆ ได้"
 
          ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐเป็นสิ่งที่แน่แท้ และแม้ช่วงเวลานี้จะมีความเคร่งเครียด แต่จากวิกฤติก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้หันกลับมาดูแลตนเอง ลดการบริโภคในทุกด้านที่ไม่จำเป็น ดำเนินชีวิตด้วยความพอดีพอเพียงไม่ว่าจะเป็นการบริโภค การใช้จ่ายรวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเดิมๆ อย่างช่วงเวลานี้ที่น้ำมันมีราคาค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น หากเดินทางไปในที่ที่ไม่ไกลอาจใช้การเดิน ขี่จักรยานแทนการขับรถ หรือขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ในชั้นที่ใกล้กัน ฯลฯ เหล่านี้ไม่เพียงได้กำลังหากแต่ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านเดิมกล่าว
 
          ขณะที่ความตระหนักสนใจในโรคอ้วนมีเพิ่มขึ้น ไม่ได้มองโรคอ้วนเป็นเพียงแค่ความสวยความงาม แต่โรคอ้วนนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ ตามมาอีกมากมาย การดูแลสุขภาพรู้หลักเลือกรับประทาน ออกกำลังกาย ดูแลอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใส นอกจากจะห่างไกลจากพิษภัยโรคอ้วนแล้ว สุขภาพกายสุขภาพใจยังแข็งแรงอีกด้วย



ข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ้วน... สัญญาณอันตราย หยุดได้ด้วยหลักพอเพียง อัปเดตล่าสุด 27 กรกฎาคม 2551 เวลา 17:38:29 46,961 อ่าน
TOP
x close