

จากกรณีที่กระปุกดอทคอมได้นำเรื่องราวของ "วองโซ (หรือที่ถูกต้องคือ ควานโซ) สุนัขปลดประจำการจากหมวดสุนัขยาม กองคลังสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารเรือ" ซึ่งเป็นบทความจาก มติชนออนไลน์ และที่ได้มาจากข้อมูลใน Forward Mail นั้น ปรากฎว่า มีผู้อ่านติดตามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกระทู้นี้เป็นอย่างมาก ทว่ามีข้อมูลบางตอนที่อาจมีความคลาดเคลื่อน อันอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกิดขึ้น ทางกระปุกดอทคอมจึงดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและขออนุญาตนำคำบอกเล่าที่เป็นรายละเอียดจาก คุณหมอธาดา เวสารัชชนันท์ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ที่รับอุปการะและเป็นเจ้านายใหม่ของควานโซ รวมถึงสมาชิกเว็บไซต์ พันทิปดอมทคอม ชื่อว่าคุณ ลุง Tom ผู้ที่เดินทางไปตรวจสอบเรื่องราวของควานโซและสุนัขตัวอื่นถึงสถานที่จริง แล้วนำมาเผยแพร่ในห้องจตุจักร เพื่อชี้แจงความถูกต้องดังนี้ค่ะ
คุณ ลุง Tomสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมได้ให้รายละเอียดว่าควานโซ เป็นสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ มีหน้าที่ค้นหายาเสพติด สังกัดหมวดสุนัขยาม กองคลังสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารเรือ ไม่ใช่สุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ และสังกัดฐานทัพเรือสัตหีบ ตามที่เข้าใจกันแต่อย่างใด
ควานโซ ปลดประจำการในปีงบประมาณ 2551 โดยทางราชการมีระเบียบการปลดประจำการและกระบวนการประมูลสุนัขปลดประจำการอย่างชัดเจน มีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบรวมทั้งมีการดูแลสุนัขปลดประจำการเป็นอย่างดี สุนัขทุกตัวจะมีกรงขนาดใหญ่ของตัวเอง มีเจ้าหน้าที่ให้อาหาร ทำความสะอาดเป็นประจำ แต่เนื่องจากสุนัขที่ปลดเกษียณทุกตัวมีอายุมากกว่า 8 ปีและส่วนมากเป็นสุนัขพันธุ์ขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อแก่ตัวจึงมักมีปัญหาเรื่องข้อสะโพก และมีสภาวะน้ำหนักเกิน เช่นเดียวกับสุนัขบ้านที่มีอายุมากทั่วไป จึงไม่สามารถทำกิจกรรมแบบบเคลื่อนไหวได้มากเหมือนเมื่อก่อนได้ ทำให้เดินลำบาก แม้ผู้ดูแลจะพยายามพาเดินแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ สุนัขที่นำมาใช้ในราชการนั้น มีหลายสายพันธุ์ โดยทั้งนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะพิจารณาคุณลักษณะ หรือความสามารถพิเศษของสายพันธุ์สุนัขให้เหมาะสมกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เช่น สุนัขที่ใช้ในการค้นหายาเสพติดมักจะเป็นสุนัขที่มีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ไวเป็นพิเศษ เช่น ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ หรืออัลเซเชี่ยน (German Shepherd) ส่วนสุนัขยามหรือสุนัขสงคราม มักจะใช้สุนัขที่มีความฉลาดและมีนิสัยค่อนข้างดุ เช่น อัลเซเชี่ยน รอตไวเลอร์ หรือโดเบอร์แมน เป็นต้น


สำหรับกรณีของ "ควานโซและเพื่อนๆ" ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการปลดประจำการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว และได้มีการประกาศให้ผู้ที่สนใจเข้าประมูลตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ซึ่งขณะนี้มีผู้รับไปอุปการะเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงสุนัขยามที่ไม่มีผู้ขอรับไปเลี้ยงดู เพียง 2 ตัวเท่านั้น เป็นสายพันธุ์อัลเซเชี่ยน สาเหตุที่ยังไม่มีผู้รับไปดูแลก็เนื่องจาก ตัวหนึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับเบ้าสะโพก (Hip Dislocation) ไม่สามารถยืนหรือเดินได้ แต่ทางผู้ที่รับผิดชอบดูแล ก็ได้ใช้เงินส่วนตัวจัดทำล้อเลื่อนให้เอง และยังพาเดินออกกำลังทุกวันในช่วงเช้าและเย็นอีกด้วย
ส่วนอัลเซเชี่ยนอีกตัวหนึ่งเป็นสุนัขยามมีนิสัยดุมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งมากับทางคุณ ลุง Tom ว่า นอกจากครูฝึกที่เคยเป็นนายกันมาแล้ว ครูฝึกคนอื่นๆ จะเข้าไปดูแลค่อนข้างยาก เพราะสุนัขถูกฝึกให้มีนายเดียว จึงไม่น่าแปลกใจที่ยังไม่มีใครกล้ารับไปดูแล และเท่าที่คุณ ลุง Tom สังเกต สุนัขจะมีอาการของโรคผิวหนังบ้าง ซึ่งเข้าใจว่าอาจจะเกิดจากอาการแพ้อย่างใดอย่างหนึ่งหรืออาจจะเป็นพวกแบตทีเรีย แต่คงไม่ใช่ขี้เรื้อน เพราะเจ้าหน้าที่ก็คงพยายามรักษาเท่าที่จะทำได้ เพราะพบร่องรอยของการแต้มทายาตามแผลยังคงปรากฎให้เห็นได้ชัดเจน

นอกจากนี้ สุนัขที่ถูกปลดประจำการแล้วก็ไม่ได้ถูกทอดทิ้งให้อยู่ในกรงแคบๆ ตามยถากรรมเหมือนอย่างที่หลายคนเข้าใจ พวกเขายังคงได้รับการดูแลเอาใจใส่ ได้รับอาหารและน้ำจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเหมือนเดิม สำหรับกรงที่พวกเขาอาศัยอยู่ ก็ยังเป็นกรงอันเดิมที่เคยอยู่มาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มประจำการในตำแหน่งสุนัขยามของกองทัพเรือ สร้างตามมาตรฐานสากล ซ้ำยังเป็นกรงที่มีขนาดโดยเฉลี่ยกว้างขวางกว่ากรงสุนัขที่เราเลี้ยงตามทั่วไปอีกด้วย
ด้าน คุณหมอธาดา เวสารัชชนันท์ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในลิ้งค์ของเว็บไซต์พันทิปดอทคอมว่า เท่าที่สังเกตพบว่า เจ้าหน้าที่ได้ให้ความเอาใจใส่ต่อสุนัขทุกตัวเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากสุนัขส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ที่ฝึกให้เป็นสุนัขยาม จึงมีนิสัยค่อนข้างดุ ส่วนควานโซนั้นเป็นสุนัขค้นหายาเสพติดและเป็นสายพันธุ์ที่เป็นมิตรกับคนรอบข้าง ทำให้คุณหมอธาดาซึ่งเคยเลี้ยงสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ แต่ตายไปแล้ว จึงอยากรับควานโซ มาอุปการะเอง โดยได้ดำเนินการตามระเบียบราชการทุกขั้นตอน ส่วนสาเหตุที่ตนมาให้รายละเอียดครั้งนี้เพราะ อยากให้ผู้อ่านได้ทราบข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน เพื่อไม่ไปตำหนิผู้ที่ดูแลสุนัขเหล่านี้ ซึ่งเขาอาจเสียกำลังใจได้
รวมถึงผู้ที่เป็นเจ้าของเรื่องที่เขียนใน Forwrd Mail เองนั้น ก็ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และขออภัยกับเหตุการณ์ครั้งนี้ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องที่เกิดขึ้น(ติดตามอ่านรายละเอียดได้จากลิ้งค์ข้อมูลด้านล่างค่ะ)
เฮ้อ... สุดท้ายเรื่องราวก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดกันเลยนะคะ ทีมงาน Kapook.com หวังว่าข้อมูลที่นำมาฝากกันนี้ จะทำให้ทุกคนทุกฝ่ายเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้กระจ่างขึ้นนะคะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
โดย คุณหมอธาดา และคุณลุง Tom
![]()
ตัวอย่างข้อมูลที่ปรากฎบนหนังสือพิมพ์และใน Forward mail ที่ถูกนำเสนอก่อนหน้านี้

"วองโซ" สุนัขวัย 8 ปี เกษียณอายุจากภารกิจของสุนัขดมยาเสพติดสังกัดกองทัพเรือที่สัตหีบ ช่วยราชการมาเกือบตลอดชีวิตด้วยความซื่อสัตย์จงรักภักดี ถึงเวลาปลดระวางกลับต้องไปอยู่ในกรงแคบๆ
หลังจากปฏิบัติภารกิจช่วยราชการมาเกือบตลอดชีวิตด้วยความซื่อสัตย์จงรักภักดี เมื่อถึงวัยปลดประจำการ วองโซถูกนำมาใส่กรงแคบๆ มีอาหารให้กินทุกมื้อ แต่ครูฝึกคู่ใจไม่สามารถมาดูแล พาวิ่งออกกำลังกายได้อีกต่อไป เพราะเขาจะต้องรับลูกหมารุ่นใหม่ไปฝึกตามวงจร
"วองโซ" กินแล้วนอนในกรงแคบๆ ร่างกายที่เคยแข็งแรงปราดเปรียว ก็อ่อนแรง ลงทุกวัน เพราะไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนแต่ยังคงกินมากเหมือนเดิม วองโซเริ่มอ้วนแววตาแห้งแล้งไร้ชีวิตชีวา เพราะขาดอิสรภาพที่เคยออกวิ่งอย่างร่าเริงเคียงคู่นายฝึกระหว่างที่ยังรับราชการอยู่ในกองทัพเรือ
หาก "วองโซ" พูดได้คงบอกว่า "ตรากตรำงานหนักมาตลอดชีวิตจวบจนวันเกษียณ ด้วยการขังลืม ช่างเป็นบำเหน็จบำนาญที่เสือกไสมาให้อย่างน่าเอน็จอนาถยิ่งนัก"
วันหนึ่ง คุณหมอธาดา เวสารัชชนันท์ รองผอ.โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ มาพบเข้า เกิดความสงสารและหดหู่ในชะตากรรมของวองโซ จึงทำเรื่องขอไปเลี้ยง วองโซได้รับอิสรภาพอีกครั้ง ก้าวแรกที่เดินออกจากกรงขัง วองโซเดินไม่ไหว เพราะขาแข้งไร้เรี่ยวแรงเนื่องจากขาดการออกกำลัง กะปลกกะเปลี้ย ไม่สามารถรับน้ำหนักตัวที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมากมายระหว่างที่กินนอนอยู่แต่ในกรง จนคุณหมอธาดาต้องหาไม้กระดานมาทำทางลาดไปยังเบาะที่นั่งในรถ และลากวองโซขึ้นรถกลับบ้านไปด้วยกัน
ชีวิตของวองโซเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง คุณหมอธาดาให้การรักษาอย่างเอาใจใส่ และพาวิ่งออกกำลังกายที่ชายหาด วองโซได้เริงร่า เล่นน้ำทะเลทุกวัน ได้วิ่งไปวิ่งมากระโดดโลดเต้นอย่างอิสระ และได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยมจากคุณหมอผู้เป็นนายคนใหม่ วองโซในวันนี้น้ำหนักลดลงแล้ว สุขภาพแข็งแรงดังเดิม ที่สำคัญคือหัวใจที่เหี่ยวเฉาหมดอาลัยตายอยากจากเมื่อครั้งที่เศร้าซึมอยู่ในกรงขัง ได้รับการเยียวยาจนกลับมาเป็นวองโซตัวใหม่ที่มีความสุข และพร้อมที่จะรักนายใหม่ของมันอย่างสุดหัวใจตราบจนอายุขัย
เรื่องของวองโซจบลงแล้วอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง ท่ามกลางการเอาใจช่วยของหลายๆ คน
...แต่ยังมีเพื่อนร่วมรุ่นของวองโซอีก 8 ตัว ที่ยังรอคอยวันนี้อยู่ในกรง พวกเขาคงจะยินดีกับวองโซ ที่มีผู้มารับอุปการะ ส่วนชะตากรรมของเขาเหล่านั้น ใครจะเป็นผู้กำหนด เขาจะต้องกินแล้วนอน เดินอยู่ในกรงแคบๆ ไปอีกนานเท่าใด เขาจะต้องโศกเศร้าใจไปกับชีวิตบั้นปลายที่ต้นสังกัดไม่เห็นประโยชน์จากเขาไปจนวันตายหรือ
เพื่อนผู้รักหมา อาจจะมีคนอยากไปเยี่ยมเพื่อนๆ อีก 8 ตัวของวองโซ ก็สามารถไปเยี่ยมได้ที่ฐานทัพเรือสัตหีบในเวลาราชการ พวกเขาจะดีใจทุกครั้งที่เห็นคนเดินผ่าน จะเห่าทักทายอย่างมีความหวัง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่นาที แต่ก็เท่ากับได้เติมน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจให้กับสุนัขทหารของชาติผู้มีคุณต่อแผ่นดิน
จะดีไปกว่านั้น ถ้าคุณมีกำลังพอที่จะพาเขากลับบ้านด้วยได้ มีกำลังทรัพย์ที่จะดูแลสุนัขชั้นดีมีการศึกษา มีวินัย วัย 8 ขวบ ที่รอความรักความเอาใจใส่จากคุณอยู่ทุกลมหายใจ คุณสามารถขอรับไปอุปการะได้ทันทีโดยไม่มีค่าตัว
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
|
|