ไขปริศนาจันทร์แดง ปรากฏการณ์ จันทรุปราคา

จันทรุปราคา


         อิทธิพลของดวงจันทร์ไม่เพียงมีผลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตบนโลก แต่ยังกระทบต่อจิตใจของผู้คนจำนวนมากด้วย คนสมัยก่อนใช้ประโยชน์จากดวงจันทร์หลายประการ 

         เป็นทั้งแสงสว่างนำทางยามค่ำคืน เป็นนาฬิกาบอกเวลา และยังเป็นเข็มทิศบอกทางให้แก่นักเดินเรือ ขณะเดียวกันในบางวัฒนธรรม ดวงจันทร์ยังเปรียบเสมือนเทพเจ้าที่พวกเขานับถือ แม้กระนั้น ดวงจันทร์ยังมีผลต่อการกำหนดวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาด้วย ดังนั้น เมื่อวันหนึ่งดวงจันทร์ซึ่งเคยสุกสว่างอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน กลับค่อยๆ  มืดมิดและเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิง ชาวบ้านจึงหวาดกลัวและเชื่อว่านี่คือลางร้ายที่กำลังมาเยือน

         ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ปรึกษาด้านวิชาการศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า คนไทยในสมัยโบราณเรียกปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์มืดลง และกลายเป็นสีแดงอิฐนี้ว่าเกิด "คราส" หรือ "จันทรคราส" (คราส แปลว่า กิน) เชื่อว่าเกิดจากราหูอมจันทร์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรเข้ามาอยู่ในแนวเดียวกัน และดวงจันทร์โคจรเข้าไปอยู่ในเงาของโลก

         "ส่วนสาเหตุที่ดวงจันทร์ไม่มืดสนิทแต่กลับเห็นเป็นสีแดงอิฐ นั่นเพราะว่าแม้แสงจากดวงอาทิตย์ส่วนใหญ่จะถูกโลกบดบัง  แต่ก็ยังมีแสงบางส่วนส่องไปสู่ดวงจันทร์ได้ ซึ่งเมื่อแสงจากดวงอาทิตย์เดินทางผ่านชั้นบรรยากาศของโลกจะเกิดการหักเห โดยแสงสีน้ำเงินซึ่งมีความยาวคลื่นสั้นจะถูกกระเจิงออกไป เหลือแต่แสงสีแดงหรือส้มที่มีความยาวคลื่นยาว ไปตกกระทบบนดวงจันทร์ จึงทำให้เราเห็นเป็นสีแดงอิฐ ซึ่งเคยมีผู้วิจัยพบว่า ความเข้มสีที่ปรากฏบนดวงจันทร์มีความสัมพันธ์กับปริมาณฝุ่นและอนุภาคในบรรยากาศโลก รวมถึงการยืดหดตัวของบรรยากาศโลกชั้นบนด้วย"

         สำหรับปรากฏการณ์จันทรุปราคาที่จะเกิดขึ้น ในเช้าวันที่17 สิงหาคมนี้ ดร.ศรัณย์กล่าวว่า เป็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน ซึ่งแม้ดวงจันทร์จะไม่ได้เคลื่อนที่เข้าสู่เงามืดของโลกทั้งดวง แต่ดวงจันทร์ก็ถูกเงามืดของโลกบดบังมากถึง 81% โดยดวงจันทร์จะเริ่มเคลื่อนเข้าสู่เงามัวของโลกในเวลา 01.24 น. ขณะนั้นเราจะมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงอยู่ แต่ความสว่างจะลดน้อยลง  ซึ่งอาจสังเกตเห็นได้ไม่ชัดเจน จากนั้นดวงจันทร์จะเริ่มเข้าสู่เงามืดของโลกในเวลา 02.36 น. จะสังเกตเห็นดวงจันทร์ถูกเงามืดบดบังไปบางส่วน มีลักษณะเว้าแหว่งไปเรื่อยๆ  และเมื่อเวลาผ่านไป ดวงจันทร์จะค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลกมากขึ้นเรื่อยๆ  จนกระทั่งดวงจันทร์ถูกบดบังมากที่สุด  81% ที่เวลา 04.10 น. 


         ทั้งนี้ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนจะสิ้นสุดลงในเวลา 05.44 น. เมื่อดวงจันทร์พ้นจากเงามืดของโลก และเคลื่อนออกจากเงามัวของโลกสิ้นสุดลงในเวลา 06.55 น. แต่เนื่องจากดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าที่เวลา 06.12 น. ดังนั้นจึงไม่สามารถติดตามจนจบเหตุการณ์ได้  

         สำหรับวิธีการติดตามดูจันทรุปราคา  สามารถดูดวงจันทร์ได้ด้วยตาเปล่า โดยให้ยืนหันหน้าไปทางทิศตะวันตกในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ดี อุปสรรคสำหรับการติดตามปรากฏการณ์ครั้งนี้ได้แก่เมฆฝน  ดังนั้น ผู้ที่สนใจชมคงต้องติดตามรายงานอากาศด้วยว่า จะมีโอกาสได้ชมปรากฏการณ์ดังกล่าวหรือไม่



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ไขปริศนาจันทร์แดง ปรากฏการณ์ จันทรุปราคา อัปเดตล่าสุด 14 สิงหาคม 2551 เวลา 15:10:52 19,500 อ่าน
TOP
x close