เรื่องน่าสนใจ

แนะวิธี...หนีตาย คมเขี้ยวร็อตไวเลอร์

น้องนีน่า


 
         วิธีเอาตัวรอดจากการขย้ำของ สุนัขพันธุ์ดุ "ร็อตไวเลอร์" ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้แนะนำหากสุนัขเข้าโจมตี ทางเดียวที่จะรอดพ้นคือ นอนนิ่งๆ ห้ามต่อสู้โดยเด็ดขาด

         "ร็อตไวเลอร์" สุนัขสายพันธุ์ดุถึง 2 ตัว ได้ก่อเหตุสยองขึ้นมาอีกแล้ว หลังจากวิ่งเข้าไปขย้ำกัดจน ด.ญ.ร่มเกล้า พลู หรือ น้องนีน่า วัยเพียง 2 ขวบ เสียชีวิต สภาพศีรษะเปิด ลำคอ หน้าอก แขนขา มีบาดแผลฉกรรจ์ แม้แต่นางจินตนา พลู อายุ 42 ปี แม่ของน้องนีน่า เจ้าของสุนัขเอง พยายามเข้าไปช่วยเหลือก็ไม่สามารถต่อสู้กับเรี่ยวแรงอันมหาศาลของสุนัขทั้งสองตัวนี้ได้

         เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นรายแรก แต่เกิดมาอย่างต่อเนื่อง มีผู้เสียชีวิตนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นคนเลี้ยง เจ้าของ หรือแม้แต่คนร้ายที่อาจหาญปีนเข้าไปลักขโมยของภายในบ้าน บุกรุกอาณาเขตของมัน ก็ไม่อาจรอดคมเขี้ยวของสุนัขสายพันธุ์นี้ไปได้

         "ร็อตไวเลอร์"มาจากไหน ลักษณะธรรมชาติของมันเป็นอย่างไร? หลายคนอาจไม่เข้าใจหรือมีการซื้อหามาเลี้ยงโดยไม่ได้ศึกษานิสัยของสายพันธุ์เสียก่อน จนเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของความสยดสยองที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า 


น้องนีน่า เหยื่อร็อตไวเลอร์



 "ร็อตไวเลอร์"มาจากไหน?

         จากการศึกษาประวัติความเป็นมาพบว่า สุนัขขนาดใหญ่สายพันธุ์นี้ เคยถูกเลี้ยงไว้ใช้งานในการคุ้มกันกองคาราวานสินค้า ในประเทศแถบยุโรป ครั้งหนึ่งเมื่อเสร็จจากงาน เจ้าของกองคาราวานสินค้าได้นำสุนัขเข้ามาพักผ่อนในเมือง ปรากฏว่า ชายขี้เมาคนหนึ่งพยายามเข้ามาทำร้ายเจ้าของสุนัข "ร็อตไวเลอร์" จึงเข้าปกป้อง เมื่อหลายคนเห็นว่าสุนัขพันธุ์นี้มีทั้งพละกำลัง และความดุร้ายหวงแหนเจ้าของ จึงนำมาเพาะเลี้ยงใช้งานลักษณะนี้มาถึงปัจจุบัน และพันธุ์ของเจ้าสุนัขร็อตไวเลอร์ที่โด่งดังสุด เห็นจะเป็นพันธุ์ที่มาจาก 3 ประเทศหลัก คือ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และประเทศยูโกสลาเวีย

         - สายพันธุ์ที่มาจากประเทศเยอรมนี ถือว่าดุร้าย ก้าวร้าวที่สุด เนื่องจากธรรมชาติและเป้าหมายของการเพาะเลี้ยงในประเทศนี้มักใช้งาน "ร็อตไวเลอร์" ในการคุ้มกันบุคคล-อารักขาอาณาบริเวณ การคัดเลือกสายพันธุ์ รวมถึงการฝึกจึงเน้นลักษณะการใช้งานเป็นหลัก สุนัขทุกตัวจึงต้องผ่านการตรวจจิตประสาท ก่อนจะนำไปขึ้นทะเบียนด้วย

         - ในสหรัฐอเมริกา จะเพาะเลี้ยง "ร็อตไวเลอร์" ในลักษณะสุนัขเข้าสังคม ใจดี ใช้ชีวิตอยู่กับผู้คนในบ้าน  ฝึกให้มีความสงบ ไม่ก้าวร้าว ถึงขนาดการประกวดสุนัขพันธุ์นี้ในสหรัฐ มีข้อกำหนดว่ากรรมการต้องสามารถอ้าปากได้โดยไม่ถูกกัด หากสุนัขมีอาการก้าวร้าวจะถูกตัดสิทธิ์ทันที 

         - ขณะที่ยูโกสลาเวีย จะนำลักษณะเด่นของทั้งสหรัฐและเยอรมนี มารวมกันคือ ทั้งบึกบึน สงบ รวมถึงการฝึกคุ้มกันและอารักขาไปในตัวด้วย

  "ร็อตไวเลอร์" ที่นิยมเลี้ยงในไทยเป็นสายพันธุ์อะไร?


         "ประเทศไทยพ่อแม่พันธุ์ร็อตไวเลอร์ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศเยอรมนี ซึ่งลูกค้าที่ซื้อนิยมเอามาเฝ้าบ้านกันขโมย คุ้มครองคนในบ้าน แต่มีข้อเสีย คือ คนเลี้ยงส่วนมากไม่ค่อยศึกษาลักษณะนิสัย และการฝึก เห็นตอนตัวเล็กๆ น่ารัก ก็ซื้อหามาเลี้ยง โดยไม่นึกถึงตอนที่สุนัขโตขึ้นมา เลยไม่เข้าใจธรรมชาติของพวกนี้" สกล ทักษิณาภินันท์ชัย เจ้าของคอกสุนัขมอร์แดนด๊อก จ.สมุทรสาคร  ฟาร์มใหญ่ของ "ร็อตไวเลอร์" ให้ข้อมูล

         นายสกล บอกว่า ธรรมชาติของสุนัขสายพันธุ์นี้ เลือดจะเข้มข้น ตัวใหญ่ขนาดโตหนักเกินกว่า 50 กิโลกรัม ลักษณะกะโหลกใหญ่ กล้ามเนื้อแข็งแรง ที่สำคัญจะหวงแหนอาณาเขตของตัวเอง คนแปลกหน้าเข้ามาจะแสดงอาการปกป้องหรือเห่าส่งเสียงดัง


ร็อตไวเลอร์



 วิธีเลี้ยงดู "ร็อตไวเลอร์" ไม่ให้ทำร้ายเจ้าของ?

         "คนเลี้ยงจะต้องให้ความรัก ใกล้ชิดพอสมควร ถ้าไม่มีเวลาหรือไม่พาไปวิ่งออกกำลัง ลักษณะร่างกายจะไม่สมบูรณ์ ยิ่งถูกขังในบ้านนาน จะกลายเป็นสุนัขที่อันตราย หากใครเข้าบ้านจะตรงไปทำร้ายทันที หรือหากหลุดออกจากบ้านจะเป็นอันตรายต่อคนอื่น" นายสกลบอกถึงลักษณะนิสัย

         สกล บอกด้วยว่า คนเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ต้องมีเวลา ใส่สายจูงออกไปเดินนอกบ้านบ้าง ต้องพาเข้าสังคมให้เกิดความเคยชินกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ บ้าน อย่าขังสุนัขไว้ในบ้านหรือกรงอย่างเดียว เพราะวันไหนถ้าหากหลุดออกไปนอกบ้าน สุนัขจะเกิดความระแวง หวาดกลัว และเข้าทำร้ายคนที่เดินผ่านไปมาอันตรายมาก


  วิธีป้องกันคมเขี้ยว "ร็อตไวเลอร์"?

         เจ้าของฟาร์ม กล่าวว่า ถ้าเข้าไปอยู่ในอาณาเขตของพวกนี้เสี่ยงที่จะถูกกัด หากสุนัขตรงเข้ามาหาสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ยืนนิ่งๆ ห้ามกระดุกกระดิก เพราะธรรมชาติของสุนัขพันธุ์นี้ จะไม่ชอบคนหลุกหลิก หรือท่าทางแบบกล้าๆ กลัวๆ หรือพวกคนแปลกหน้าเนื่องจากสัญชาตญาณปกป้องหวงแหนถิ่นที่อยู่

         "ถ้าสุนัขวิ่งเข้ามาหาให้ยืนนิ่งๆ สุนัขจะหยุด หรือหากถูกกัดแล้วอย่าพยายามวิ่งหนี ปล่อยให้กัดเพียงครั้งเดียว แล้วมันจะค่อยๆ ปล่อยกรามออกมาเอง แต่หากเหยื่อดิ้นรนต่อสู้ สุนัขจะขย้ำและยิ่งบดเขี้ยวสะบัด เพื่อให้เหยื่อหยุดนิ่ง ที่สำคัญห้ามล้มลงโดยเด็ดขาด เพราะสุนัขจะเข้าฟัดจนเหยื่อแน่นิ่ง ทางที่ดีถ้าล้มลงก็ให้นอนนิ่งๆ พยายามอย่าร้องกลั้นความเจ็บปวดไว้ สุนัขจะค่อยๆ สงบลงเอง อย่างเหยื่อเด็กที่ถูกกัดคงดิ้นรน ทำให้โดนฟัดจนเสียชีวิต" สกล กล่าวให้คำแนะนำในการเอาตัวรอดจากคมเขี้ยว "ร็อตไวเลอร์"





ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก



สมาชิกกระปุก

E-mail :
Password :

หมายเหตุ
• ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
• ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามลงในช่องแสดงความคิดเห็น
• ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
• ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะ สม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
คลิกเลือกอารมณ์ที่ต้องการ ตาใส , เซ็ง , ร้องไห้ , เจ้าเล่ห์ , หัวเราะ , ตลก , โกรธ
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็น สมาชิกนะคะแต่ถ้าสมัคร สมาชิกและเข้าสู่ระบบก่อนโพส ข้อความเราจะโชว์รูปของคุณ ขึ้นมาให้เด่นๆเลยนะ
กรุณา เคาะเว้นวรรค ระหว่างข้อความด้วยนะคะ ระบบจะตัดคำได้สวยงาม ถ้าพิมพ์ติดกันไปหมด ระบบจะไม่ตัดคำให้นะคะ
ชื่อ : โค้ด :
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ (พิมพ์เป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้)
กรุณาคลิก ส่งข้อความ เพียงครั้งเดียวค่ะ....
เกาะติดเรื่องฮิต อัพเดทก่อนใคร
เอกขาว , นาธาน โอมาน , วันพ่อแห่งชาติ , กลอนวันพ่อ , คิมบอม , ปาย , ฝนดาวตก 2552 , ทุ่งทานตะวัน , เสื้อกันหนาวเกาหลี , ภูทับเบิก , วัดถ้ำปลา , ดอยอ่างขาง , 2012 วันสิ้นโลก , แหยมยโสธร2 , 32 ธันวา , เรื่องย่อละคร , พรุ่งนี้ก็รักเธอ , รหัสโลกันตร์ , สูตรเสน่หา , คุณหนูฉันทนา , ธิดาวานร2 , บ่วงร้ายพ่ายรัก , มงกุฎแสงจันทร์ , ซินยุนบก , รักฉบับใหม่หัวใจ4ดวง , โรคเบาหวาน , ทรงผมรับปริญญา , แชทหมากฮอส , msn 9.0 , ไวรัส msn
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ webmaster@kapook.com
เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
หากคุณมีข่าวสารที่น่าสนใจที่มีประโยชน์ต่อคนไทยโดยส่วนรวมและต้องการนำเสนอ กรุณาส่ง E-mail มาที่ webmaster@kapook.com
ทีมข่าวของเราจะพิจารณาเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อไป ขอบคุณครับ