
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
เมื่อวานนี้ (14 สิงหาคม) นายประทีป เปรื่องวงศ์ อัยการอาวุโส เป็นประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณายุบพรรคพลังประชาชน (พปช.) กรณีนายยงยุทธ ติยะไพรัช ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง (ใบแดง) เป็นระยะเวลา 5 ปี เนื่องจากมีการทุจริตการเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 โดยเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนสรุปผลให้ประธาน กกต. เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต. ลงมติว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค ตามมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 หรือไม่
โดยมีรายงานข่าวแจ้งว่า คณะอนุกรรมการเห็นว่าควรส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค เนื่องจาก กกต.ได้เคยวางบรรทัดฐานในการพิจารณาคดียุบพรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตยว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และได้มาซึ่ง ส.ว.มาตรา 103 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 94 ตีความว่า หากกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีส่วนรู้เห็นในการกระทำ ก็จำเป็นต้องยื่นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณายุบพรรค โดยไม่ต้องพิจารณาเรื่องความเกี่ยวข้อง หรือความมีอำนาจในพรรคการเมืองแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคพลังประชาชนแจ้งว่า ขณะนี้พรรคพลังประชาชนอยู่ระหว่างการเตรียมจัดทัพการเลือกตั้งใหม่ หลังจากประเมินกันในระดับแกนนำว่า การยุบพรรคพลังประชาชนน่าจะเกิดขึ้นหลังวันที่ 5 ธันวาคม 2551 แต่เชื่อว่าทันทีที่เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะชิงยุบสภาก่อน โดยเบื้องต้นได้เตรียมชื่อพรรคเพื่อไทย และจดทะเบียนสำรองอีก 2 พรรค
โดยคณะทำงานด้านวิชาการ กำลังคิดนโยบายเลือกตั้งครั้งใหม่อยู่ ซึ่งยังคงชู พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจุดขายเหมือนเดิม นอกจากนี้ ส.ส.พรรคที่แยกตัวไปอยู่พรรคอื่นจะกลับมารวมตัวกันในพรรคเดียวกันอีกครั้ง และอาจมีการทาบทามให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นผู้นำพรรค เพราะประสานและใกล้ชิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






