
หลังจากรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ไฟเขียวเคาะเลือกพื้นที่ของกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) ย่านเกียกกาย เนื้อที่ 119 ไร่ สร้างเป็นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อความสง่างามเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ เพราะรัฐสภาที่เดิมที่ตั้งอยู่ย่านดุสิต แออัดคับแคบเกินกว่าจะอวดใครๆ ได้ จึงจำเป็นต้องเวนคืนพื้นที่บริเวณดังกล่าว เพื่อเล็งเห็นแล้วว่ามีความเหมาะสม โดยจะย้ายโรงเรียนโยธินบูรณะไปบริเวณสะพานพระราม 7 ใกล้กับวัดสร้อยทอง ในเนื้อที่ถึง 16 ไร่ ย้ายที่พักทหารราชองค์รักษ์ไปอยู่บริเวณถนนศรีสมาน และย้ายชุมชนเกียกกายไปอยู่ที่วัดสลักเหนือ นอกจากนี้จะทำการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
แต่ทว่า มติคณะรัฐมนตรีนี้กลับส่งผลให้นักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะ โรงเรียนขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) และชาวบ้านชุมชุมย่านเกียกกายหลายพันราย ที่ต้องย้ายออกจากพื้นที่แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อนที่ไม่ต้องการสูญเสียพื้นที่นี้ไป จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจะงงงันเมื่อจะต้องถูกไล่รื้อ พร้อมกับลุกขึ้นมาเรียกร้องความยุติธรรมจากรัฐบาล
ทั้งนี้ ล่าสุดเมื่อวานนี้ (19 สิงหาคม) กลุ่มเยาวชนแห่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนนักเรียนโยธินบูรณะ ในการคัดค้านการสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ รวมทั้งประณามกระทำของผู้บริหาร และคณะครูที่พยายามคัดค้านการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียน ดังนี้...
แถลงการณ์โรงเรียนสาธิตมัฆวานฯ แห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน
ฉบับที่ 2 / 2551
เรื่อง "ร่วมสนับสนุนนักเรียนโยธินบูรณะ ในการคัดค้านการสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่"
เนื่องด้วยขณะนี้ รัฐบาลนำโดยนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้ลงนามกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ บริเวณเกียกกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างบนพื้นที่ราชพัสดุทหารที่ต้องถูกเวนคืน ทั้งหน่วยงานราชการ ย่านชุมชนต่างๆ และที่สำคัญคือสถานศึกษาอย่างโรงเรียนโยธินบูรณะ
โรงเรียนสาธิตมัฆวานฯ แห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน แหล่งเรียนรู้การเมืองภาคประชาชนของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่รู้จัก เข้าใจ และอาสาเป็นพลังแก้ไขปัญหาของชาติ ได้รับทราบในกรณีนักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะรวมตัวกันเพื่อคัดค้านการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จึงมีมติร่วมกันเพื่อสนับสนุนพลังบริสุทธิ์ของเยาวชน ดังต่อไปนี้
1. เราไม่เห็นด้วยในความจำเป็นที่จะสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ในภาวะที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งไม่ใส่ใจปัญหาของประชาชน การสร้างรัฐสภาใหม่ที่ใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนเป็นจำนวนมากจึงไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้ อีกทั้งท่าทีของรัฐบาลในการเร่งรีบดำเนินการโดยไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ และไม่เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทั้งทางกายภาพ และความรู้สึก ยิ่งทำให้สังคมกังขาถึงพฤติกรรมของรัฐบาลที่อาจจะไม่โปร่งใส อาจเป็นการทุจริตครั้งใหญ่บนความทุกข์ของประชาชนก็เป็นได้ ยิ่งกว่านั้น การสร้างรัฐสภาริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาจส่งผลกระทบระยะยาวในทางสิ่งแวดล้อมทั้งมลภาวะทางอากาศ และมลพิษทางน้ำ รวมทั้งผลกระทบด้านวิถีชุมชนที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินการครั้งนี้อีกด้วย เราจึงขอคัดค้านการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่ส่งผลเสียต่อส่วนรวมเช่นนี้
ส่วนเหตุผลของรัฐบาลและรัฐสภาที่อ้างว่า "รัฐสภาแห่งใหม่นั้นต้องอยู่ภายในตัวเมือง มีพื้นที่ติดแม่น้ำ มีความกว้างใหญ่ โอ่อ่า สง่างาม เหมือนรัฐสภาในต่างประเทศ" นั้น เราขอให้ทัศนะต่อสังคมว่า หากสมาชิกแห่งรัฐสภายังใช้ตำแหน่งหน้าที่แก้ไขกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ไม่สนใจปัญหาของประชาชน แม้อาคารรัฐสภาจะย้ายไปที่ไหน และแม้อาคารจะสวยสง่าเพียงใด สภาแห่งนั้น ก็มิใช่รัฐสภาที่แท้จริง เพราะคุณค่าของคนในสภานั้น ได้ตกต่ำโดยสิ้นเชิง
อีกสิ่งที่เรารับไม่ได้ก็คือ พฤติกรรมเอาเงินและอำนาจฟาดหัวประชาชน เพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความตกต่ำของนักการเมืองที่ถูกทุนนิยมครอบงำ สำหรับกรณีนี้ เรามั่นใจว่า เงินซื้อความผูกพัน ความรู้สึก และวิถีชีวิตของชุมชน และความเป็นโรงเรียนโยธินบูรณะไม่ได้
2. เราขอชื่นชมต่อความกล้าหาญในธรรม ของนักเรียนโยธินบูรณะ ที่จะต่อสู้กับความไม่ชอบธรรม แม้จะถูกปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นจากผู้บริหาร และครูบางส่วนของโรงเรียน แต่นักเรียนผู้รักในความถูกต้อง มีจิตสำนึกที่ต่อต้านความไม่ยุติธรรม และเปี่ยมด้วยความรักในสถาบันการศึกษาก็มิได้ย่อท้อแต่อย่างใด และที่สำคัญ ความสนใจในปัญหาส่วนรวมเช่นนี้ จะนำไปสู่ความสนใจในปัญหาระดับชาติ เช่นที่ประชาชนส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจอยู่ เพราะปัญหาอีกหลายประการที่ยังรายล้อมประชาชนอยู่นั้น ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ ยิ่งกว่าการสร้างอาคารรัฐสภาใหม่หลายเท่านัก
3. เราขอประณามการกระทำของผู้บริหาร และคณะครูที่พยายามคัดค้านการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียน และที่น่าอดสูมากที่สุดก็คือ การลงโทษทางร่างกายนักเรียนที่แสดงสิทธิตามอันพลังบริสุทธิ์ การที่ผู้บริหารและคณะครูบางส่วนปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยเช่นนี้ ถือว่าเป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญในหมวดที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ เป็นการแสดงถึงเผด็จการทางความคิด ถือว่ามิใช่วิสัยอันดีของวิชาชีพครูในระบอบประชาธิปไตย ที่ควรจะส่งเสริมการแสดงออกทางความคิด หากเป็นเช่นนี้ลูกโยธินฯที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไร จะอยู่รอดในสังคมที่เน้นในหลักการประชาธิปไตยได้อย่างไร หากถูกครูอาจารย์คอยบีบความคิดอยู่อย่างนี้
ทางโรงเรียนสาธิตมัฆวานฯขอให้ผู้บริหารโรงเรียนโยธินบูรณะแสดงความรับผิดชอบโดยการลงโทษบุคคลที่เรียกตัวเองว่าครู แต่กลับทำร้ายลูกศิษย์ที่ตระหนักถึงสิทธิของตนเองอย่างไร้มนุษยธรรม
ด้วยเหตุผลดังกล่าว นักเรียนโรงเรียนสาธิตมัฆวานฯแห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน จึงมีมติในการสนับสนุนนักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะ ในการคัดค้านการสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในขณะนี้ และพร้อมร่วมมือในทุกรูปแบบ ที่จะดำเนินการเพื่อเป็นไปตามเป้าหมาย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในอนาคตข้างหน้าโรงเรียนโยธินบูรณะจะได้ร่วมมือกันเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน เป็นพลังบริสุทธิ์เพื่อการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในระยะยาวต่อไป
ด้วยจิตใจที่รักผืนแผ่นดินเกิด
นักเรียนโรงเรียนสาธิตมัฆวานฯแห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน
19 สิงหาคม 2551
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าชะตากรรมของชาวชุมชนเกียกกาย นักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะ นักเรียนโรงเรียน ขส.ทบ. จะมีบทสรุปแบบไหน อย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป...






