
"จำลอง" ไม่หวั่นแกนนำพันธมิตรฯ ถูกจับ พร้อมเปิดตัว "ศิริชัย-สาวิทย์-สำราญ" เป็นแกนนำ รุ่น 2 สั่งขนเต๊นท์กันแดดกางพรึ่บหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เตรียมโอบล้อมตึกไทย หวั่นตำรวจส่งกำลังเข้ารวมพลสลายการชุมนุม
(27 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำกลุ่มพันธมิตร 5 คน ได้ประชุมด่วน เพื่อกำหนดท่าทีภายหลังมีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกหมายจับแกนนำ กระทั่งเวลา 09.30 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯขึ้นเวทีปราศรัยว่า ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมยืนหยัดปักหลักชุมนุมต่อไป โดยไม่ต้องวิตกกังวลแต่อย่างใด แม้แกนนำ 5 คนจะถูกออกหมายจับ แต่ขอให้ทุกคนต่อสู้ต่อไป
ทั้งนี้แกนนำได้มีการหารือกันว่าจะมีการแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาเป็นแกนนำ รุ่นที่ 2 ซึ่งบุคคลที่จะมาเป็นแกนนำนั้นก็คือบุคคลที่เคยขึ้นเวทีปราศรัย เป็นที่นับถือ และประชาชนก็รู้จัก เบื้องต้นมีด้วยกัน 3 คน ประกอบด้วย นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจ นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย และนายสำราญ รอดเพชร บรรณาธิการอาวุโสหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และอดีต สนช.
พล.ต.จำลอง กล่าวปราศรัยบนเวที ว่า ขณะนี้มีข่าวว่าตำรวจจะสลายการชุมนุม หรือสื่อโทรทัศน์ที่เสนอข่าวโจมตีพันธมิตรฯ ขออย่าไปสนใจ ขอให้สนใจเพียงแต่เต๊นท์ที่เรากำลังจะยกมากันแดดให้พี่น้องประชาชนพอ และขออย่าวอกแวก ใครโทรศัพท์มาเตือนว่าจะมีการทำร้ายพวกเราขอให้ตอบกลับไปว่า "ช่างหัวมัน" ในส่วนตนไม่กลัว ถ้าตำรวจอยากจับขอให้มาจับ ตนชุมนุมมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่ เคยถูกจับมาแล้วถ้าถูกจับอีกครั้งจะเป็นอะไร ภรรยาของตนพร้อมแล้วที่จะสละสามีเข้าไปอยู่ในคุกได้ทุกเมื่อ
นอกจากนี้ พล.ต.จำลอง ได้เรียกร้องให้เปิดห้องน้ำในสำนักต่างๆ ของทำเนียบรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปใช้บริการ ถ้าหากไม่เปิดก็จะใช้วิธีของชาวป่าดั้งเดิมคือขับถ่ายตามต้นไม้ในทำเนียบรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.15 น. เกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นบริเวณหลังตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำข้าวกล่องส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลที่รักษาความปลอดภัยภายในตึกไทยคู่ฟ้า โดยกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 50 คนได้เข้าไปตะโกนเรียกให้ชายฉกรรณ์เสื้อเหลือง ภายในตึกไทยคู่ฟ้าได้ออกมาแสดงตน เพราะเกรงว่าอาจมีบุคคลภายนอกเข้ามาเพื่อสร้างสถานการณ์เนื่องจากกลุ่มคนดังกล่าวไม่ได้แต่งชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเกิดความโกลาหลขึ้น
เมื่อกลุ่มพันธมิตรฯ พยายามจะขึ้นบันไดด้านหลังตึก แต่ปรากฏว่ากลุ่มชายฉกรรณ์ที่อยู่ด้านในได้เปิดหน้าต่างออกมาเจรจา โดยยืนยันว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคาร แต่พันธมิตรฯ ไม่เชื่อ ในที่สุดกลุ่มชายฉกรรณ์ได้แสดงบัตรข้าราชการว่าเป็นตำรวจสันติบาล 3 จากกองกำกับการตำรวจสันติบาล ซึ่งมีหน้าที่รักษาความปลอดภัย จากนั้นพันธมิตรฯ ได้จับตัวบุคคลที่ส่งข้าวมาที่หลังเวทีเคลื่อนที่บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง
ขณะที่นางสาวอัญชลี ไพรีรักษ์ ผู้ดำเนินรายการประกาศว่า พันธมิตรจะติดตามความเคลื่อนไหวบุคคลในตึกไทยคู่ฟ้า โดยอนุญาตให้มีการส่งข่าวส่งน้ำได้ เพราะถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัยภายในตึก แต่จะไม่อนุญาตให้บุคคลหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในตึกไทยคู่ฟ้าอีก เพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายหรือว่ามีมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่พันธมิตรฯ พยายามจะส่งคนไปโอบล้อมตึกไทยคู่ฟ้าไว้เพราะเกรงว่าจะมีการส่งคนเข้ามา โดยประเมินว่าน่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายในตึกไม่ต่ำกว่า 100 นาย และเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์อันตรายหากเกิดเหตุชุลนุม โดยกลุ่มคนดังกล่าวพร้อมที่จะออกจากตึกทันที
และเมื่อเวลา 03.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลพร้อมกำลังตำรวจตระเวณชายแดนกว่า 1,000 นาย ได้พังประตูด้านถนนพิษณุโลก ตรงข้าม ปปช. เข้าไปภายในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล จนมีการประจันหน้ากับพันธมิตรเกิดเหตุปะทะกัน เป็นเหตุให้พันธมิตรได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล 6 คน
ประกอบด้วย 1.นายสกต กาญจนไพบูลย์ อายุ 44 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกของแข็งตีเหนือขมับเป็นแผลฉีกขาด ยาว 2 เซ็นติเมตร แพทย์ได้เอ็กซเรย์ และเย็บบาดแผลให้ก่อนรับยากลับบ้าน 2.นายประดิษฐ นะตะพันธ์ อายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะเป็นแผลฉีกขาด ยาว 3 เซ็นติเมตร และมีอาการปวดหน้าแข้งซ้าย แพทย์ได้เย็บแผลและรับยากลับบ้าน 3.นายสุพิน เซี่ยงฝู อายุ 35 ปี มีอาการปวดหน้าแข้งขวา แพทย์ทำการเอ็กซเรย์และรับยากลับบ้าน
4.นายปริน คงชูชาติ อายุ 56 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกตีด้วยของแข็งเป็นแผลฉีกขาดที่ศีรษะ ยาว 3 เซ็นติเมตร แพทย์ทำการเย็บแผลก่อนรับยากลับบ้าน 5.นายมนตรี สว่างศรี อายุ 43 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกตีด้วยของแข็งเป็นแผลฉีกขาดที่ศีรษะ ยาว 3 เซ็นติเมตร แพทย์ทำการเย็บแผลก่อนรับยากลับบ้าน และ 6.นายบุญเสริม โนนจันทร์ อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกตีด้วยของแข็งเป็นแผลฉีกขาดที่ศีรษะ ยาว 4 เซ็นติเมตร แพทย์ทำการเย็บแผลก่อนรับยากลับบ้าน
นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย แต่แพทย์ให้การรักษาในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อคือ นายคมนัย บำรุง อายุ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บมือซ้ายบวมและเข่าซ้ายบวม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก มติชนออนไลน์





