
เมื่อเวลา 02.30 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เขียนจดหมายให้เจ้าหน้าที่บนเวทีปราศรัยอ่าน โดยมีใจความระบุว่า ขณะนี้กลุ่มพันธมิตรฯได้รับรายงานจากนายตำรวจยศนายพลว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าสลายการชุมนุมในช่วงเวลา 05.00 -08.00 น. เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นจังหวะที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะต้องเดินทางบ้านพัก เพื่อไปพักผ่อน โดยจะมีการใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสลายการชุมนุมประมาณ 7,000 นาย ซึ่งเจ้าหน้าที่มีจะยุทธวิธีเคลื่อนย้ายกำลังเข้ามาทางกำแพงด้านหลังทำเนียบรัฐบาล ก่อนจะใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม
จากนั้นจึงผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดออกนอกพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลไปยังบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ จึงอยากขอความร่วมมือจากผู้ชุมนุมที่มีความประจำต้องเดินทางกลับบ้านก็ขอให้เดินทางกลับตามปกติ ส่วนผู้ชุมนุมที่ปักหลักอยู่บริเวณด้านนอกทำเนียบรัฐบาล ขอให้เคลื่อนย้ายการชุมนุมเข้ามาด้านในทำเนียบรัฐบาล
ต่อมาเวลา 04.00 น. ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพันธมิตรฯ ได้เดินทางมาแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า พบอาวุธสงครามจำนวนมาก ภายในอาคารงานอำนวยการฝ่ายปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล ฝั่งข้างตึกสันติไมตรี บริเวณประตูที่ 4 เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบก็พบนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หนึ่งในแกนนำ พร้อมด้วยการ์ดกลุ่มพันธมิตรฯ ยืนสังเกตการณ์อยู่บริเวณดังกล่าว จากนั้นเรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม และนายกิตติชัย ใสสะอาด หัวหน้าการ์ดกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เดินทางไปแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.ดุสิต โดยมี พ.ต.ท.เอกพล ทวิวงศ์ไชยกุล พนักงานสอบสวน สบ2 สน.ดุสิต เป็นผู้รับแจ้งความ
เรือตรีแซมดิน กล่าวว่า จากการตรวจสอบภายในห้องที่ 1 ชั้น2 ของอาคารดังกล่าว พบอาวุธสงครามประกอบด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 17 กระบอก อาวุธปืน เอชเค-33 จำนวน 13 กระบอก กระสุนปืน เอ็ม16 จำนวน 6,000 นัด กระสุนปืน.38 จำนวน 2,400 นัด กระสุนปืน เอชเค-33 จำนวน 440 นัด ไฟฉาย 13 กระบอก และวิทยุสื่อสารจำนวนหนึ่ง
โดยอาวุธปืนที่พบเป็นอาวุธที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยพบภายหลังพันธมิตรได้กดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนย้ายกำลังออกจากทำเนียบรัฐบาล และพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ส.3 จำนวน 38 นาย ซึ่งทั้งหมดสวมใส่สื้อสีเหลือง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มดังกล่าวก็ได้ประสานขออยู่ต่อภายในอาคาร แต่ทางการ์ดกลุ่มพันธมิตรฯหลายคนไม่เห็นด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย ขณะที่ตนได้เดินทางไปส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดที่ บช.น. แต่เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณแยกสวนมิสกวัน ทางการ์ดกลุ่มพันธมิตรฯได้ติดต่อว่า พบอาวุธปืนจำนวนมาก จึงรีบเดินทางกลับมาตรวจสอบและพบอาวุธปืนวางกองอยู่บนพื้น ก่อนตัดสินใจเข้าแจ้งความเพราะต้องการแสดงบริสุทธิ์ใจว่า อาวุธปืนดังกล่าวไม่ใช่ของกลุ่มพันธมิตรฯ ส่วนการนำอาวุธสงครามเข้ามาในพื้นที่การชุมนุมเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะก่อนหน้านี้ได้สอบถามเจ้าหน้าที่และได้รับคำชี้แจงว่าไม่มีการพกพาอาวุธ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การนำอาวุธปืนเข้ามาไว้ในกองอำนวยการรักษาการทำเนียบรัฐบาลถือเป็นเรื่องปกติหรือไม่ เรือตรีแซมดิน กล่าวว่าตนคิดว่าอาวุธปืนที่พกเข้ามามีจำนวนมากเกินกว่าจะรักษาการณ์ทำเนียบรัฐบาล โดยหลังจากนี้กลุ่มพันธมิตรฯจะรอให้ทาง บช.ส. เข้ามานำอาวุธปืนทั้งหมดออกไป พร้อมทั้งตรวจสอบว่ามีครบหรือไม่ หลังจากนี้พันธมิตรก็จะล็อกประตูเพื่อป้องกันคนเข้าออก นอกจากนี้กลุ่มพันธมิตรฯจะตรวจสอบอาคารภายในทำเนียบรัฐบาลทั้งหมด เพื่อป้องกันบุคคลตกค้าง เพราะอาจจะได้รับอันตราย ส่วนอาคารดังกล่าวที่พบอาวุธปืนถือเป็นอาคารแรกที่ได้ตรวจค้น
ด้านนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนคิดว่ามีความพยายามใช้อาวุธปืนเข้ามาทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมและต้องการใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าในกรณีที่ต้องการสลายการชุมนุม หรือาจจะเป็นความพยายามใส่ร้ายกลุ่มพันธมิตรฯว่า ซ่องสุมอาวุธปืนและใช้ความรุนแรง หลังจากนี้หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เข้ามาเก็บกู้อาวุธดังกล่าวก็จะประสานไปยังทหารให้เข้ามารับอาวุธไปเก็บรักษา อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าภายในทำเนียบฯน่าจะมีเจ้าหน้าที่อาศัยอยู่ และทางกลุ่มพันธมิตรฯจะมาเข้าไปกดดันให้ออกนอกพื้นที่การชุมนุม นอกจากนี้ตนยังทราบว่า ทางแกนนำ นปก.ได้ส่งคนมาสังเกตการณ์และรอคอยจังหวะมาป่วนการชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯ เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต เพื่อลงบันทึกประวันไว้เป็นหลักฐานและต้องการให้เจ้าหน้าที่เก็บกู้อาวุธดังกล่าวออกนอกพื้นที่ชุมนุม แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกับปฏิเสธที่จะเข้ามาตรวจสอบและเก็บกู้อาวุธปืนดังกล่าว โดยอ้างเหตุผลว่า หากเดินทางเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมอาจไม่ได้รับความปลอดภัย
ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร เลขานุการ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขออธิบายว่า สถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ราชการ และเป็นถึงทำเนียบรัฐบาล เป็นที่ตั้งของฝ่ายบริหาร ซึ่งหน่วยงานสันติบาลก็มีหน้าที่ดูแล มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ข้าราชการ เวลามีอาคันตุกะเข้ามา ตำรวจก็จะใช้อาวุธเพื่อเป็นกองเกียรติยศเวลามาเยี่ยมเยียน แสดงว่าพันธมิตรได้บุกเข้าไปในสถานที่ตั้ง ที่เก็บรักษาอาวุธของทางราชการแล้ว ทั้งที่บอกกับศาลว่าจะอยู่แค่สนามหญ้า แต่ก็เข้าไปข้างใน เมื่อวานนี้นายสนธิ ก็มีการแถลงข่าวภายในตัวอาคาร ทั้งที่ขอไต่สวนกับศาลว่าอยู่แค่สนามหญ้า ภาพปรากฏแล้วว่าไม่เป็นความจริง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก






