
ถึงไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนางเอก แถมมีฉายา "สตรอเบอรี่" ติดตัว แต่สาวเซ็กซี่ เป้ย-ปานวาด เหมมณี ก็ยังคงความฮอตได้ดีไม่มีตก เรื่องงานก็กำลังรุ่ง แต่เรื่องรักกำลังร่วง เพราะมีข่าวลือออกมาว่า เธอกับแฟนหนุ่ม อาร์-อาณัตพล ศิริชุมแสง นั้นสวมคอนเวิร์สเดินกันคนละทางแล้ว ซึ่งวันนี้ เป้ย ได้พร้อมเปิดใจใน "ดาวต่างมุม" แล้ว
งานตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
เป้ย : ละครก็น่าจะเป็นช่วงปลายปีที่รอถ่ายอยู่ ส่วนเรื่องหนังก็อยู่ในช่วงการคุย อย่างที่ผ่านมาที่ยังไม่ได้รับหนัง เพราะไม่ใช่ตัวเรา ถ้าเล่นๆ แล้วหนีไม่พ้นตัวละครเดิมที่เคยเล่น ก็ไม่รู้จะเล่นไปทำไม เราก็มีหลายเหตุผลที่ชี้แจงให้เสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) ฟังแล้ว และเสี่ยก็ให้โอกาสที่ยังเสนอเรื่องต่างๆ ให้เรา การที่จู่ๆ เราจะพลิกตัวมาเล่นหนัง เป้ยก็อยากให้มันแตกต่าง
ช่วงนี้ถือเป็นปีทองของเป้ย เลยหรือเปล่า?
เป้ย : จริง ๆ น่าจะเป็นช่วงสองปีที่แล้วมากกว่า ความจริงเป้ย ทำงานหนักแบบนี้มา 3-4 ปีแล้วนะ ช่วงที่พีคที่สุดของเป้ยก็คงเป็นช่วง ที่ได้โฆษณามิสทิน ได้เล่นหนังฮอลลีวู้ด นั่นแหละโบนัสสุดยอด ซึ่งมันผ่านมาแล้ว
ทุกวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จหรือยัง?
เป้ย : หลายๆ คนมองว่ายังมีอะไรที่ต้องคิดต้องไขว่คว้าอีกถึงจะประสบความสำเร็จ มันจะได้อัพตัวเองขึ้น แต่สำหรับเป้ยไม่เคยคาดหวังว่าตัวเองจะมาถึงจุดๆ นี้ แค่นี้เป้ยก็ถือว่าเป้ยประสบความสำเร็จในด้านการทำงานแล้ว เป้ยไม่คิดว่าเป้ยจะมีรายได้แล้วเลี้ยงตัวเอง สามารถมีรายได้แบ่งให้แม่ เป้ยพอใจของเป้ยแค่เนี้ย เป้ยไม่คาดหวังอะไรที่มากกว่านี้ ไม่เคยตั้งเป้าว่าต้องอย่างนี้ สิ่งที่รู้อยู่แก่ใจก็คือตั้งใจทำให้ดีที่สุด
ถือว่าแฮปปี้กับชีวิต?
เป้ย : ก็แฮปปี้นะ เรื่องงานก็โอเค แต่เรื่องชื่อเสียงก็ไม่ได้แฮปปี้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก ส่วนใหญ่ก็มีข่าวฉาว ๆ ของเรา ก็คงไม่มีใครแฮปปี้ที่มีข่าวฉาวเกือบทุกวัน ไม่อยากมีชื่อเสียงแบบนี้ ทุกวันนี้เป้ยก็แสดงตัวตนของเราให้สื่อได้เห็น ได้รู้จักตัวตนจริงๆ เป้ยก็เข้าใจนะ บางทีด้วยเหตุการณ์หรือไปฟังคนโน้นมาคนนี้มา อาจจะมองนิสัยเราผิดไป แต่ถ้าคนที่เจอกับเป้ยบ่อยๆ ก็จะรู้ว่าเป้ยเป็นคนยังไง
ข่าวบั่นทอนกำลังใจแค่ไหน?
เป้ย : มากเลย ร้องไห้ จริงๆ แล้วแม่ไม่อยากให้อยู่ในวงการแล้ว อยากให้ออก แม่บอกว่าถ้าแบบมันทุกข์ทรมานมาก อย่าไปให้คนอื่นเขาแกล้งเลย ตอนนั้นยอมรับว่างานก็ไม่ได้อะไรขนาดนี้ แต่ที่เราท้อเพราะเราอยู่ในช่วงเวลาปรับตัวก็มีร้องไห้บ้าง มีแพ้บ้าง ก็หันไปมองคนที่เขารักเรา คนที่ให้กำลังใจเรา มันมีเยอะแยะมากมาย ให้มองถึงอนาคตของเรา ถ้าเกิดเรามัวแต่จับเจ่ากับสิ่งที่ไม่ดี ที่คนอื่นมาพูดใส่เรา นึกถึงแต่เหตุการณ์ที่ไม่ดี ก็จะไม่มีอะไรดีขี้น ทางเดินในชีวิตของเราก็จะมืดมน ก็ไม่เป็นอันต้องทำอะไรพอดี แต่ถ้าเกิดเรามองสิ่งที่ผิดพลาดแล้วนำมาเป็นบทเรียนว่าคราวหน้าฉันต้องไม่ทำ แบบนี้นะ คราวหน้าเราต้องปรับปรุงใหม่ คราวหน้าเราจะไม่ให้สัมภาษณ์อย่างนี้เด็ดขาด จะไม่ทำตัวอย่างนี้เด็ดขาด มันเป็นบทเรียน

ตอนนี้มีใครเรียกฉายาสตรอเบอรี่ โกรธไหม?
เป้ย : ไม่โกรธ เมื่อก่อนโกรธนะ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ซึ่งกว่าจะรู้สึกแบบนี้ได้ ก็ค่อนข้างจะ ทำใจนานมาก เป็นปีเหมือนกัน เพราะว่าฉายา สตรอเบอรี่ เนี่ยมันประมาณ 2 ปีแล้ว อย่างของคนอื่นปีเดียวก็คือจบ แต่อันนี้มันติดไปแล้ว
ทุกวันนี้แฟนๆ ตอบรับเป้ย ยังไงบ้าง?
เป้ย : จริงๆ ฟีดแบ็กก็มาจาก คนที่ดูละคร เขาก็ชอบเราเวลาเราไปโชว์ตัว เขาก็จะเข้ามาหาเรา และให้กำลังใจเรา บางทีคนต่างจังหวัดจะมาบอกกับแม่เองว่า ฝีมือเราพัฒนาขึ้น คือเขารอดูความพัฒนาของเรา รอดูว่าเราจะเล่นได้ไหม ทำได้หรือเปล่า เราก็จะรับรู้จากตรงนี้ บางทีก็มีน้องๆ เขียนจดหมาย โทรศัพท์มาให้กำลังใจ แค่นี้ก็รู้สึกดีแล้ว หรือบางทีแค่นักข่าวเขียนชมว่าเล่นละครดีเพียงฉบับเดียว เป้ยก็รู้สึกดีเหมือนร้อยฉบับแล้ว
อะไรคือจุดพลิกผันที่ต้องมาเปลี่ยนตัวเองมาเซ็กซี่?
เป้ย : จริงๆ เมื่อก่อนเราก็ไม่ใช่คาแรกเตอร์แบบนี้ ก็เป็นเรียบร้อย แต่พอได้คุยกับผู้ใหญ่และปรึกษากันแล้ว เขาอยากจะปรับลุคเรา เพราะเขาดูเราเซ็กซี่ แต่เราไม่รู้หรอก ผู้ใหญ่เป็นกระจกสะท้อนเราแล้วก็บอกว่าเราควรจะทำตัวยังไง เพื่อที่สร้างคาแรกเตอร์ให้กับตัวเรา ให้คนจำได้ว่าเป็น นางร้ายเซ็กซี่นะ แต่พอถ่ายแบบเซ็กซี่แล้วก็ไม่คิดว่าจะมีต่อมาอีก แต่กลับกลายว่าฟีดแบ็กดี กระแสค่อนข้างแรง ก็มีงานติดต่อเข้ามาเรื่อย ๆ และค่อนข้างจะเยอะ ก็เลยเหมือนตอกย้ำ
เวลามีคนเรียกว่านักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ รู้สึกยังไงบ้าง?
เป้ย : ตลกอ่ะ เป้ยรู้ตัวเองว่าเป้ยไม่เซ็กซี่ ยิ่งถ้าเป้ยไม่แต่งหน้า ไม่แต่งตัวดูได้ที่ไหนอ่ะ เป็นแค่เด็กกะโปโลธรรมดาคนหนึ่ง ถ้าเซ็กซี่ต้องแบบ เมย์-พิชญ์นาฏ หรือว่า อั้ม-พัชราภา นั่นคือเซ็กซี่จริงๆ เขาไม่จำเป็นต้องแต่งตัวแต่งหน้า ตัวเขาสรีระ บุคลิกเขา มันแสดงให้เห็นถึงเซ็กซ์แอ็พพีล
เซ็กซี่มากๆ มีเบื่อไหม?
เป้ย : มีเบื่อ หลายอย่างหลายอารมณ์มาก เคยเดินเข้าไปถามผู้ใหญ่ว่า จริงเหรอที่เรามีคาแรกเตอร์เซ็กซี่ เวลาไปงานก็ต้องแต่งตัวเซ็กซี่ตลอด คือไม่เข้าใจ เขาก็บอกว่า จริง ตอนนั้นเราคิดว่าเซ็กซี่แค่เฉพาะงานก็พอมั้ง แต่เวลาไปออกงานก็เป็นตัวของเราเอง แต่ปรากฏว่าโดนด่ากลับมา ต้องแต่งตัวเซ็กซี่ไปงานด้วย ก็มีบ้างที่ความคิดแบบขัดแย้ง และก็มีเหนื่อย ที่ทำไมเราจะต้องมาวางตัวให้ดูเซ็กซี่ ฉันไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ อยากให้คนเห็นว่าตัวจริงของเป้ย เป็นคนยังไง
ครอบครัวรับได้แค่ไหนกับการที่ต้องเซ็กซี่?
เป้ย : โห ถ้าเป็นทางญาติๆ นะ ไม่มีใครรับได้เลย แม่เป้ยเองก็ไม่ได้ชอบให้เป้ยไปทางนี้หรอก แต่มันมีเหตุผล คือในเมื่อเราสามารถทำงานเลี้ยงดูแม่ได้ มันก็ไม่ใช่อาชีพที่ไม่สุจริต คือลูกทำมาด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายของตัวลูกเอง แต่อาจจะเป็นวิธีที่สังคมไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม แต่ที่สุดแล้วก็คงไม่มีใครให้เงินเรากินเวลาเราไม่ได้ทำงาน เราก็ต้องพึ่งตัวเอง ก็ไม่เป็นไรก็ทนฟังเอา แต่บรรดาพี่ป้าน้าอาจะไม่ชอบเลย ก่อนเข้าวงการเสื้อแขนกุดยังไม่ได้ใส่เลย คงไม่มีใครอยากให้ลูกหลานเป็นแบบนี้หรอก แล้วก็โดนสังคมด่า เป็นผู้หญิงใจกล้า โชว์เซ็กซี่ โชว์สรีระตัวเอง มันซีเรียส ถ้าเป็นได้เขาก็ไม่อยากให้เป็น ตัวเป้ยก็เหมือนกัน ถ้าเลือกเกิดได้เป้ยก็ไม่อยากเป็นแบบนี้ คงเลือกให้เป็นนักแสดงในแนวทางอื่นมากกว่า

ความรักก็เป็นที่สนใจมากเลยนะ?
เป้ย : มันห้ามอะไรไม่ได้อยู่แล้ว คือเราเป็นคนสาธารณะ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนสนใจ คนอยากรู้ความเป็นไป และตัวเป้ยก็ทำได้แค่ให้สัมภาษณ์ ณ วันนั้น ว่าเป้ยเจอเหตุการณ์อะไร เป้ยเป็นยังไง ก็เท่านั้น พอมาเจออีกวัน ข่าวก็อาจจะไม่เหมือนเดิม ข่าวก็อาจจะอัพเดทขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าช่วงนั้นเป็นยังไง บางทีก็อึดอัด เพราะคำตอบเราเดิมๆ บางทีเหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ พอพี่มาถามอีกมันก็ยังเป็นแบบนี้ มันไม่มีพัฒนา ไม่มีก้าวหน้า มันยังหยุดนิ่งอยู่เหมือนเดิม แต่สื่อก็คาดคั้น ต้องได้คำตอบว่า อนาคตเป็นยังไง และบางทีเราตอบไปแล้ว อนาคตมันไม่ใช่แบบนั้นมันก็ไม่ควร
มุมมองความรักเป็นยังไง?
เป้ย : ทุกวันนี้เป้ยก็มองความรักเป็นอะไรที่ดี แต่ทุกๆ อย่างมันต้องเหมาะสม คนๆ หนึ่งจะให้ดีครบ 100% มันไม่มีหรอก ตัวเป้ยเองก็ไม่ได้ว่าดี 100% เป้ยอาจจะขาดไปสัก 40 แต่อาร์มี 40 ตรงนั้นให้เป้ย ซึ่งมันทดแทนระหว่างเป้ยกับอาร์ มาเติมเต็มในสิ่งที่เราต้องการ นั่นคือความสุข แค่นั้นก็โอเค
แล้วตอนนี้ถือว่าใช่หรือยัง?
เป้ย : ถามตัวเป้ยก็ยังไม่ใช่หรอก คือเป้ยรู้สึกดี ที่ได้คบกับเขา เพราะเขาเป็นคนนิสัยดีมาก เป็นคนคิดดี ทำดี ก็อาจจะมีบ้างที่ต้องปรับตัว ต้องใช้เวลา มันมีสาเหตุหลายๆ อย่าง คนเรามีที่มาที่แตกต่างกัน สภาวะที่เราเจอก็แตกต่างกัน ก็ต้องมีการปรับตัวนิดหนึ่ง เวลาแค่ปีสองปี อาจจะไม่พอ มันอาจจะมากกว่านั้นหรือทั้งชีวิต ต้องปรับเปลี่ยนความคิดด้วย ไม่ใช่แค่ความคิดของเขาฝ่ายเดียว ความคิดของเราด้วย ตัวเราน่ะสำคัญที่สุด
เคยมองไกลถึงเรื่องแต่งงานไหม?
เป้ย : คิดค่ะ แต่ คิดแค่วัย ว่าวัยนี้อยากแต่งงานกับคนลักษณะแบบไหน แค่ไหนอยาก ออกแบบชุดแต่งงานเอง อยากมีชีวิตครอบครัว คือมองอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาของผู้หญิง
อย่างนี้เราก็ต้องทุ่มเทเพื่อที่จะไปให้ถึงวันที่เราฝันไว้หรือเปล่า?
เป้ย : ความจริงความรักครั้งก่อนของเป้ย มันสอนให้เป้ยเปลี่ยนนิสัยตัวเองเยอะมากนะ คือเมื่อก่อนเป้ย จะคาดหวังให้คนนี้ได้ดั่งใจที่เราต้องการ แต่ในโลกของความเป็นจริงไม่ใช่อย่างที่เราต้องการ พอเรา ผิดพลาดมาแล้วก็เอาตรงนั้นมาเป็นบทเรียน มาปรับปรุงในความรักครั้งนี้ อะไรที่ไม่ควรทำก็อย่าทำ ที่สำคัญก็คือระยะเวลา ต้องใจเย็น ๆ แล้วทุกอย่างคำตอบจะออกมาได้รู้เอง เราไม่ต้องไปคาดคั้น ทุกอย่างคือใช้เวลา รักครั้งนี้เป้ยใจเย็นลงมาก
ข่าวเยอะแบบนี้บั่นทอนความรักบ้างไหม?
เป้ย : เป็นเรื่องธรรมดา ที่คนรักกันก็ต้องมีทะเลาะกัน มีงอนกัน วันนั้นเจอนักข่าวก็เห็นว่ามีทะเลาะกัน ก็เลยลือกันว่าเลิก แต่ก็ยืนยันคำเดิมว่าเขายังเป็นคนที่สนิทที่สุด เป้ยยังไม่เลิกกันจริงๆ เวลาเป้ยมองใคร เป้ยมองคนเดียวนะ เป้ยค่อนข้างจะซีเรียสเรื่องความรักมาก คือถ้าตั้งใจว่าจะศึกษาใครแล้วก็ทุ่มเทจริงๆ ก็มองว่าอนาคตเราจะยังไงกับเขาได้บ้าง ถ้าไม่ใช่ก็อาจจะลดความสัมพันธ์ลงมาเป็นเพื่อน คือทุกสิ่งทุกอย่างมันมีคำตอบ แต่มันต้องใช้เวลา

สเปกชายในฝันจริงๆ เป็นอย่างไร?
เป้ย : จริงๆ ต้องเป็นผู้ใหญ่ อบอุ่น ทำงานเก่ง จะชอบมากเวลาเห็นผู้ชายทำงานเก่งๆ คุมคนได้ มีความเป็นผู้นำ ไม่ดูถูกคน ไม่งก แต่อาร์ถึงไม่ใช่สเปก แต่เขาเป็นคนจิตใจดี คือถ้าเป็นคนดีแล้วอย่างอื่นไม่ต้องไปคิด สเปกไม่สำคัญสำหรับเป้ย ขอแค่เป็นคนดี ทุกๆ อย่างมันปรับเปลี่ยนกันได้
อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ บ้างไหม?
เป้ย : อยากจะฝากทุกอย่างที่เป็นตัวเป้ย มีบ้างที่ข่าวบางข่าวอาจจะทำให้คนมองเป้ยในทางที่ไม่ดี ก็อยากให้เปิดใจและก็ให้โอกาส อยากให้รอดูอย่าเพิ่งไปสรุปว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นอย่างภาพที่เห็น อยากให้ทุกคนได้มาเห็นได้มารู้จักตัวจริงๆ ของเป้ย ถ้าทุกคนได้มารู้จักตัวจริงๆ ของเป้ย จะไม่คิดว่าเป้ยเป็นนางร้าย ชอบใส่ชุดโป๊ๆ หรือเป็นผู้หญิงแรง เป้ยคิดว่าต้องไม่ใช่อย่างนั้น ทุกคนจะต้องมองเป้ยใหม่ ทุกวันนี้ที่เป้ยสัมผัสเห็นคนที่รู้จักเป้ย หลายๆ คน คนที่ทำงานกับเป้ยหลายๆ คน เขาก็บอกว่า มันไม่ใช่จริงๆ ด้วย ก็อยากให้เป็นตรงนั้น และก็อยากจะขอบคุณคนที่ให้กำลังใจอยู่แล้ว คนที่รู้สึกดี เวลาที่เป้ยเจอข่าวไม่ดี เป้ยก็สู้ต่อไป
คงได้พอรู้จักตัวตนของ สาวเป้ย-ปานวาด กันไปพอประมาณหนึ่ง ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าเธอจะพิสูจน์ตัวเอง และลบฉายา "สตรอเบอรี่" นี้ ออกไปให้พ้นตัวได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ ตลอดเวลาที่นั่งสัมภาษณ์อยู่ หนุ่มอาร์ ก็ยังมานั่งรออยู่ไม่ห่าง คนที่เมาท์กันว่า "รักสะบั้น" ก็คงหน้าแตกไปตามๆ กัน
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
เรื่อง : คนกลาง / ถ่ายภาพ : สุรเชษฏ์ วัชรวิศิษฏ์





