

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ประชาชาติธุรกิจ
เมื่อวานนี้ (5 ตุลาคม) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หมายเลข 8 กล่าวถึงแผนทางการเมืองต่อไปว่า ได้จดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ชื่อ "พรรคสู้เพื่อไทย" มีสัญญลักษณ์รูปกำปั้น มีสโลแกนว่า "แตกต่างแต่ไม่แตกแยก"
"ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นคนกรุงเทพฯ ยังคงใช้บริการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งแสดงถึงภาพลักษณ์ของพรรคและ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ยังดีอยู่ ส่วนพรรคพลังประชาชนต้องทำงานหนัก คะแนนนิยมยังตามพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากมีความแตกแยกเป็นก๊ก เป็นเหล่าในพรรคพลังประชาชนยังต้องต่อสู้หนัก เพื่อให้ได้เสียงจากคนกรุงเทพฯ ผมจึงจำเป็นตั้งพรรคสู้เพื่อไทยขึ้นมา เนื่องจากเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนอย่างแท้จริง เพราะพรรคการเมืองที่มีอยู่ปัจจุบันแม้มีอายุยาวนาน แต่ไม่มีความป็นพรรคเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง แต่เป็นพรรคของคนใต้ ของคนภาคเหนือ ภาคอีสานเป็นตัวแทน เป็นการแบ่งแยกชนชั้นในสังคม" นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า แม้นายอภิรักษ์ ได้คะแนนเลือกตั้งสูงสุด แต่ก็ยังมีขวากหนาม 2 ขวากหนามใหญ่ คือ 1.เรื่องป้ายประชาสัมพันธ์ของ กทม. ขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องนี้ไม่ห่วงเท่ากับเรื่องที่ตนยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบกรณีทุจริตโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม. โดยตนจะติดตามหาคนผิดออกมาให้ได้
"ผมจะแสดงความยินดีก็ต่อเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองนายอภิรักษ์แล้วเท่านั้น โดยส่วนตัวมองว่านายอภิรักษ์มีนิสัยน่ารัก แต่เชื่อว่าหากกลับมารับตำแหน่งอาจมีปัญหา เพราะมองในเรื่องสถานการณ์การเมืองใหญ่ด้วย" นายชูวิทย์ กล่าว
|
|