ช็อค! เด็กไทยฮิตดู คลิปหลุด มี 14% ท่องเน็ตเพื่อศึกษา

เล่นอินเทอร์เน็ต


ช็อค! เด็กไทยฮิตดู "คลิปหลุด" สลดมีเด็กแค่ 14% ท่องเน็ตเพื่อศึกษา

        ตะลึง! เด็กไทยฮิตท่องเน็ตดูคลิปหลุดดารา เผยมีเด็กแค่ 14% ใช้เน็ตเพื่อการศึกษา ส่วนใหญ่ 86% ใช้เล่นเกม หรือไม่ก็แชท 49% ด้านกระทรวงศึกษาธิการจับมือ สสส. ประกวดสื่อสร้างสรรค์ สร้างทางเลือกให้เยาวชน

        นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม โดยตอนหนึ่งในการแถลงข่าวจัดประกวดสื่อดิจิตอลเพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า จากการสำรวจของสถาบันวิจัย CMR Market Research ปี 2550 พบว่า เด็กไทยใช้บริการอินเทอร์เน็ตในร้านเพื่อการเล่นเกมมากถึงร้อยละ 86 มากกว่าเด็กรัสเซีย ฟิลิปปินส์ และยูเครน

        "รองลงมา เด็กไทยใช้สื่อเพื่อการสนทนาออนไลน์ หรือแชท ร้อยละ 49 ส่งอีเมล์ ร้อยละ 44 ฟังเพลง ร้อยละ 42 ดูหนัง ร้อยละ 25 แต่ใช้งานเพื่อการศึกษาเพียงร้อยละ 14 ขณะที่เยาวชนของประเทศแคนนาดา มีการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา ถึงร้อยละ 94 ทั้งนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งที่เด็กและเยาวชนใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิง เพราะสื่อการเรียนรู้ในอินเทอร์เน็ตมีไม่เพียงพอ และไม่มีทางเลือกที่หลากหลาย ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงจัดประกวดสื่อการเรียนรู้ขึ้น เพื่อให้เด็กและเยาวชนหันมาสนใจสื่อการเรียนรู้บนอินเทอร์เน็ต และผลิตผลงานที่สร้างสรรค์ในรูปแบบของบทเรียนช่วยสอน เว็บเพจสื่อการสอน บทความ สารคดีสั้น ในระบบอินเทอร์เน็ต" ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

        "นอกจากนี้ สิ่งที่เด็กและเยาวชนนิยมเข้าใช้บริการค้นหา 30 อันดับแรก คือ เกม รองลงมา ฟังเพลง หาเพื่อน ดูดวง และคลิปหลุดดารา เช่น คลิปของพระเอกหนุ่มที่กำลังตกเป็นข่าวดังในขณะนี้ เป็นต้น โดยใน 30 อันดับแรก ไม่พบว่ามีการค้นหาเรื่องการศึกษา ดังนั้น จึงต้องกำหนดทิศทางการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้น 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือการขจัดสื่อร้าย ขยายสื่อดี และสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน โดยเฉพาะการดึงเยาวชนรุ่นใหม่สามารถใช้พื้นที่ใหม่ในโลกดิจิตอล เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้อย่างสร้างสรรค์ปลอดภัย จึงส่งเสริมให้กลุ่มเยาวชนได้สร้างสรรค์ผ่านการจัดประกวด และสร้างแรงจูงใจอื่นๆ เพื่อขยายการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง"

        พ.ต.ท.หญิง สายสวาท ปัจวิทย์ เลขานุการคณะกรรมการโครงการอินเทอร์เน็ตปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า เกณฑ์การประกวดดังกล่าวแบ่งเป็น 2 หัวข้อ ได้แก่ สื่อดิจิตอลเพื่อการเรียนรู้รูปแบบเว็บ และสื่อสารคดีประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น โดยโรงเรียนที่ส่งเนื้อหาเข้าประกวดจะต้องนำหลักสูตรอินเทอร์เน็ตปลอดภัยสร้างสรรค์ไปใช้ในการสอนด้วย ซึ่งดาวน์โหลดได้ที่ http://www.thaigoodview.com/ สมัครก่อนวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้

        ส่วนรูปแบบสื่อสารคดีประวัติศาสตร์ หรือสถานที่ท้องถิ่น สามารถรวมกลุ่มไม่เกินกลุ่มละ 6 คน และสมาชิกในทีมไม่จำเป็นต้องอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน แต่ละทีมจะส่งผลงานกี่ชิ้นก็ได้ โดยส่งผ่านได้ที่ http://www.fuse.in.th/ หมดเขตส่งผลงานวันที่ 31 ธันวาคม ประกาศผล และมอบรางวัลวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2552 ที่อุทยานการเรียนรู้ ทีเค ปาร์ค เซ็นทรัลเวิร์ด




ศึกษาและเรียนรู้การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกวิธีได้ที่



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
 

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ช็อค! เด็กไทยฮิตดู คลิปหลุด มี 14% ท่องเน็ตเพื่อศึกษา อัปเดตล่าสุด 15 ตุลาคม 2551 เวลา 12:07:18 17,127 อ่าน
TOP
x close