
ทำงานกับช่อง 7 และเป็นนักแสดงในสังกัด "ดาราวิดีโอ" มาร่วม 10 ปี ในที่สุดนางเอกสาว "ชมพู่" อารยา เอ.ฮาร์เก็ต ก็ตัดสินใจโบยบินจากบ้านหลังเก่า สู่รังนอนหลังใหม่ทางช่อง 3 หลังเข้าฟิตติ้งละครใหม่ทางช่อง 3 เสร็จแล้ว ดาราสาวก็ได้เปิดอกพูดคุยถึงการตัดสินใจย้ายบ้านในครั้งนี้
มีความสุขหรืออึดอัดใจอะไรบ้างถึงข้ามช่อง?
ชมพู่ : ณ วันนี้มันคงไม่ใช่ความอึดอัด แต่ถามว่าคนที่อยู่ด้วยกันเป็นระยะเวลานาน ถามว่ามีช่วงจังหวะน้อยใจมั้ย มันผ่านมาแล้ว คนเราอยู่ด้วยกันมันผูกพัน มันรักกัน บางครั้งอะไรนิดๆ หน่อยๆ ไม่ได้ดั่งใจเราจะคิดว่าทำไม แต่นั่นคือตอนเด็กๆ แต่พอโตมาแล้วเราโตมากับวงการ เราเข้าใจว่าวัฏจักรมันเป็นอย่างไร เข้าใจธุรกิจของมัน มันคงไม่ใช่ความอึดอัด แต่มันคือการต้องตัดสินใจค่ะ
นาทีแรกที่มีความคิดอยากจะลองเปลี่ยนที่ทำงาน เกิดจากอะไร?
ชมพู่ : ชมว่าคงเป็นความอิ่มตัวมั้ง เราชินกับการต้องทำอะไรในที่เดิมตรงจุดเดิม นักแสดงพอโตขึ้นก็อยากเจอโจทย์อื่นบ้าง อยากเจอโลเกชั่นใหม่ๆ บ้างค่ะ
จำความรู้สึกตอนเข้าไปขออนุญาตผู้ใหญ่ 7 สี ในการขอไม่ต่อสัญญาได้หรือเปล่า?
ชมพู่ : ความจริงมันไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เกิดขึ้น ชมเคยปรึกษาพี่หลุยส์(สยาม สังวริบุตร) แล้วเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ตอนนั้นเราจับเข่าคุยกัน พี่หลุยส์บอกให้ลองปรับจูนกันใหม่ดีมั้ย ซึ่งชมรู้สึกว่าดีที่เชื่อผู้ใหญ่ ชมรู้สึกว่าถ้าชมไปตอนนั้นเราเองก็ไม่น่าจะพร้อมเท่าไหร่ เรายังไม่เฟิร์ม ยังไม่แข็งแรงค่ะ
บางคนมองว่าที่ย้ายช่องมาครั้งนี้ เพราะน้อยใจจากบทละคร "ฟ้าจรดทราย" ที่ชมได้เล่นแค่ตอนเดียว?
ชมพู่ : เรื่อง ฟ้าจรดทราย ตัวละครที่ชมถูกวางตัวให้เล่นบทมันมีแค่นั้นจริงๆ ตามบทประพันธ์เดิมก็เป็นแบบนั้น ตรงนี้มันไม่ใช่สาเหตุ ชมไม่ได้ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเรื่องนี้ มันต้องเป็นเรื่องของเหตุผล ไม่อย่างนั้นก็เหมือนชมไม่ใช้ความคิด ไม่ได้ใช้สมอง เพราะเรื่องนี้มันคืออนาคตของชม ชมมีอาชีพเดียว คือ นักแสดง เพราะฉะนั้นการตัดสินใจเกี่ยวกับอาชีพจะมาขำๆ ไม่ได้ ค่อนข้างซีเรียสและคิดนาน อยากจะบอกทุกคนว่าไม่ว่าชมจะตัดสินใจอย่างไร เรื่องนี้คือชมผ่านการกลั่นกรองและคิดทบทวนแล้วทบทวนอีก และไม่ใช่เรื่องที่ชมตัดสินใจง่ายๆ เป็นเรื่องที่เราตัดสินใจแล้วเราเองก็ต้องลุ้นเหมือนกัน อยากให้เปลี่ยนความสงสัยมาเป็นการเอาใจช่วยชมดีกว่าค่ะ
เป็นเพราะภาพชมเซ็กซี่หรือเปล่าถึงทำให้ผู้ใหญ่ช่อง 7 ไม่ค่อยปลื้ม?
ชมพู่ : คนที่เซ็กซี่กว่าชมก็มี(หัวเราะ) คิดว่าตรงนี้คงไม่เกี่ยวหรอกค่ะ
ก่อนหน้านี้ช่อง 3 เคยติดต่อมาก่อนหรือเปล่า?
ชมพู่ : สมัยเด็กๆ เคยมีบ้าง ตอนเด็กๆ ภาพความเป็นช่อง 7 อาจยังไม่ชัด แต่พออยู่ไปสักพักก็เริ่มไม่มีแล้ว แต่พอเริ่มมีข่าวลือว่าสัญญาชมจะหมด ก็เริ่มมีคนเช็ก มีผู้จัดช่อง 3 ติดต่อเข้ามา และที่ผ่านมาเราอาจจะปิดตัวเองตลอด รอจังหวะที่พร้อม พร้อมในลักษณะที่ว่าเราก็เก็บเกี่ยวอะไรมาประมาณหนึ่ง พอจะมีภูมิต้านทาน มันเป็นจังหวะที่เราผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนเรารู้สึกมั่นคงว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะถูกหรือผิดเรารับได้ ชมว่าตรงนี้สำคัญที่สุด การตัดสินใจของชมครั้งนี้มันกลับลำบาก ฉะนั้นเราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง

ตัดสินใจนานมากแค่ไหนกว่าจะตกลงย้ายมาทำงานที่ช่อง 3?
ชมพู่ : คิดนานเหมือนกัน มันไม่ใช่เรื่องเพิ่งจะเกิดขึ้น คิดมาตลอด แต่ไม่ได้บอกตัวเองว่าต้องรีบตัดสินใจ เราต้องดูสถานการณ์ ดูตัวเอง ดูใจเรา ดูรอบๆ ตัวเรา และเมื่อถึงเวลาทุกอย่างมันจะประจวบเหมาะเอาเองแล้วมันจะบอกเราเองว่าออกจากบ้านได้แล้ว
ตอนนี้เซ็นสัญญากับช่อง 3 หรือยัง?
ชมพู่ : ยังไม่ได้เซ็นค่ะ แต่ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็เข้าไปเซ็น ชมเซ็นสัญญาแน่นอนค่ะ อายุสัญญาที่เซ็นก็ไม่ได้ยาวมาก 3 ปี อยู่ในระยะเวลาที่เราค่อนข้างพอใจ
กับบ้านใหม่วิกพระราม 4 หลังนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
ชมพู่ : ก็เหมือนเด็กนักเรียนที่เปิดเทอมใหม่ ขึ้นชั้นเรียนใหม่ซึ่งมีเพื่อนใหม่บ้างเก่าบ้าง มีทีมงานใหม่ๆ ที่เราไม่เคยร่วมงานด้วย ตอนแรกไม่คิดว่าต้องเกร็งหรือตื่นเต้น รู้สึกว่าเราก็ไปทำงาน คืออาชีพเราก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ต้องเจอคนใหม่ๆ แต่ปรากฏมานึกย้อนดูอีกที เราคือนักแสดงที่มาจากที่อื่นนี่หว่า(หัวเราะ) คนอื่นเขาก็สังเกตและจับตาเราอยู่ เราคือคนมาใหม่ ของใหม่ เขาเองก็คงไม่คุ้นกับเรา ยิ่งเราข้ามมาจากอีกช่องหนึ่ง พวกเขาก็คงมีคำถามอยู่ในใจเหมือนกัน(หัวเราะ) ว่ามันจะเป็นอย่างไรบ้าง
ตั้งรับอย่างไร?
ชมพู่ : ก็คงเป็นตัวเราเองค่ะ(หัวเราะ) ทำตัวให้น่ารัก ตั้งใจทำงาน มีวินัย ตรงต่อเวลา และไนซ์กับทุกคน ให้เกียรติทุกคน ก็เป็นสิ่งที่เราทำมาตั้งแต่ต้น คือปฏิบัติเหมือนเดิมค่ะ
กลัวมั้ยที่คนจะมองว่าเราไปแย่งงานนักแสดงเดิมช่อง 3?
ชมพู่ : ไม่หรอกค่ะ เรื่องการวางตัวละครมันน่าจะเป็นไปตามความเหมาะสม
จากนักแสดงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่คนอาจไม่เห็นความสำคัญ จนมาถึงจุดนี้ที่เป็นที่ต้องการของผู้จัด มันมาจากจุดไหน?
ชมพู่ : ชมว่าเราต้องเคารพในอาชีพของเรา ชมมีอาชีพเดียวคือนักแสดง ถ้าชมไม่ซื่อสัตย์กับอาชีพของชม ถ้าชมไม่ตั้งใจ สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คงไม่มีทุกวันนี้ ชมเชื่อและพิสูจน์กับตัวเองว่าถ้าเราตั้งใจและงานออกมาดี สิ่งดีๆ จะมีคนเห็นเราสักวันหนึ่ง แล้วพอถึงวันนั้นมันจะเป็นความรู้สึกที่เป็นเกียรติ สำหรับคนๆ หนึ่งที่จะก้าวข้ามผ่านอะไรสักอย่างที่มันคุ้นเคยมากๆ เป็น 10 ปีแล้ว ได้รับการตอบรับแบบนี้มันทำให้ชมรู้สึกอบอุ่นใจมากค่ะ
ตอนนี้วางอนาคตตัวเองไว้อย่างไร?
ชมพู่ : ตั้งอกตั้งใจทำงานเหมือนเดิม ตอนนี้สิ่งใหม่ในชีวิตก็คือที่ทำงานใหม่ก็ต้องเต็มที่ให้งานออกมาดี เป็นก้าวแรกและก้าวที่สำคัญ ก็ต้องให้ความสำคัญนิดนึงค่ะ
จะที่เก่าที่ใหม่ ยังไงแฟนๆ ก็เทกำลังใจให้เต็มที่อยู่แล้ว

จากใจเพื่อนถึงเพื่อน
"ชมพู่ถือว่าเป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนที่เอมมี่ไว้ใจและสามารถคุยได้ทุกเรื่อง เป็นคนหนึ่งที่ทำให้เราเป็นเราเหมือนทุกวันนี้ค่ะ" ดาราสาว "เอมมี่"มรกต กิตติสาระ พูดถึงเพื่อนรัก "ชมพู่-อารยา"
จากนั้นก็ไล่เรียงว่า "ชมเป็นคนที่ทำให้เอมมี่โตขึ้น มีความคิดที่กว้างขึ้น สอนเราหลายๆ อย่าง ชมสอนมี่เยอะไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การคิด การอยู่ร่วมกับคนหลายๆ แบบ หรือแม้กระทั่งการแต่งตัวของเรา"
ถามถึงความห่วงใยที่มีให้เพื่อนรัก เอมมี่กล่าวว่า
เอมมี่ : เอมมี่จะห่วงเขาในบางเรื่อง ชมเป็นคนไม่ค่อยพูดเวลามีปัญหาอะไรจะไม่ค่อยบอกเพื่อน เพราะไม่อยากให้เพื่อนกังวล เขาจะคิดเองเสียส่วนมาก ซึ่งถ้าชมมีปัญหาอะไรแล้วอยากระบายหรือสบายใจที่จะพูดก็พูดออกมา เราไม่คาดคั้น ไม่ก้าวก่ายในบางจุดที่เห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ
บางทีเวลาที่เขาคิดเองคนเดียวเยอะๆ จะทำให้เครียด ก็จะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของเขาด้วย เพราะเขาทำงานเยอะ มีภาระต้องรับผิดชอบเยอะ ชมจะเป็นคนที่ทำทุกอย่างเพื่อคนอื่น ก็อยากให้เขาหันมาทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างค่ะ
มีเหตุการณ์ไหนที่ทำให้ประทับใจในตัว ชมพู่
เอมมี่ : สิ่งที่ประทับใจตัวชมคือเหมือนเขาจะเป็นคนเย็นชา เฉยเมย ไม่ค่อยสนใจอะไร แต่ทุกเหตุการณ์หรือทุกเทศกาล หรือมี่จะทำอะไรที่สำคัญๆ ชมจะรู้จากเพื่อนคนอื่นๆ แล้วเขามักจะมาให้กำลังใจเรามาเซอร์ไพรส์ มี่ไม่คิดว่าชมจะจำเหตุการณ์นั้น เหตุการณ์นี้ได้ เขาเป็นคนสุดท้ายที่เราคิดว่าจะจำได้ แต่เขาก็จะจำได้ทุกครั้งและทำให้เรายิ้ม แต่โดยรวมแล้วมี่ก็ประทับใจชมทั้งหมด ไม่อย่างนั้นมี่ก็คงไม่เป็นเพื่อนสนิทกับเขาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ
มาถึงวันนี้ 3 ปีแล้วที่ความสัมพันธ์เพื่อนยืนนาน ทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะหรือผิดใจกันเลย
เอมมี่ : ชมนิสัยเหมือนมี่มากๆ เป็นคนมีความคิดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม พูดความจริง ไม่หน้าไหว้หลังหลอก คบกันมีแต่ความจริงใจให้กันค่ะ

"ผู้ชาย" ของ "ชม" อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ
แม้จะเคยพูดคุยกันไปไม่นาน แต่ถ้าไม่ถามเรื่องรักของสาว "ชมพู่-อารยา" ณ วันนี้ก็ดูจะเชยไปหน่อย
ชมพู่ : ความรักเหมือนเดิมค่ะ ยังอยากมีความรัก
ให้เลือกระหว่าง "งาน" กับ "ความรัก" สาวชมบอก
ชมพู่ : ก็คงเลือกเอางานก่อน เพราะเรามีภาระ มีคนอยู่ข้างหลังคือพ่อกับแม่ แต่ถ้ามีคนเป็นกำลังใจให้เรา มาช่วยคิดเป็นที่ปรึกษาให้เราก็คงดี เพราะบางครั้งเราก็มีเหนื่อยบ้าง บางครั้งเห็นเพื่อนๆ บางคนความสวยสู้ฉันไม่ได้เลยนะ(หัวเราะ) ทำไมฉันยังว่างอยู่ มันก็มีฟีลลิ่งนี้เหมือนกัน ซึ่งตอนนี้ก็มีคนเข้ามาบ้าง แต่มันยังไม่ใช่
พลาดหวังจากรักครั้งที่แล้ว ตั้งกรอบไว้สูงหรือเปล่า?
ชมพู่ : ก็ไม่ถึงกับสูงหรอก แต่เราอยากได้คนที่ดูแลเราได้บ้าง เป็นคู่คิด ชมเชื่อว่าความรัก ผู้หญิงต้องมีความศรัทธาต่อผู้ชาย ถ้าไม่ศรัทธากันแล้วมันจะไม่เคารพกัน จะไม่รู้สึกว่ามั่นคงจะยืนเคียงข้างกัน เพราะฉะนั้นศรัทธาเขาจะต้องเก่งประมาณหนึ่ง ฉลาดประมาณหนึ่ง และเป็นคนดีด้วย
ที่สำคัญคนเราบางครั้งเก่งเรื่องธุรกิจมากๆ แต่ข้ามในส่วนที่เป็นหัวใจไป คือมันต้องสมดุลทั้งสองส่วน จิตใจคุณต้องอ่อนโยนด้วย แต่เวลาคุณออกไปไฟต์กับโลกภายนอกคุณต้องเข้มแข็งและเก่ง ชมว่าแบบนี้คือผู้ชายของชมคือ อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ เหมือนเป็นผู้ชายในอุดมคติที่ดูจับต้องยาก(หัวเราะ) ซึ่งตอนนี้ก็ยังหาต่อไปค่ะ
อยากรู้จัง ใครจะเป็นหนุ่มอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอที่อยู่ในหัวใจหนู "ชม" นะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คอลัมน์ คุยกับดาว
สุวัฒน์ ฉัตรสง่า เรื่อง





