หวั่นหัวรุนแรงนิยมผิวขาว ลอบฆ่า โอบามา

โอบามา


          ตำรวจลับเพิ่มระดับความเข้มข้นอารักขา"โอบามา"สูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง หลังสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ โดยเตรียมแผนไว้พร้อมสำหรับทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้แต่ปราศรัยประกาศชัยชนะยังใช้กระจกกันกระสุนรอบด้าน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงชี้ภัยคุกคามรุนแรงหนีไม่พ้นขบวนการหัวรุนแรงนิยมผิวขาว "แมคเคน"หารือคนสนิทเพื่อวางบทบาทร่วมงานกับว่าที่ ปธน.มะกัน


          สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน หลังจากนายบารัค โอบามา วุฒิสมาชิกผิวสีจากรัฐอิลลินอยส์ วัย 47 ปี สร้างประวัติศาสตร์การเมืองใหม่สหรัฐอเมริกา ด้วยการคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสำเร็จ สำนักงานตำรวจลับเพื่อการอารักขาบุคคลสำคัญ (ยูเอสเอส) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเพื่อความมั่นคงภายในมาตุภูมิ ออกมายอมรับว่าจำเป็นต้องปรับปรุงมาตรการอารักขาประธานาธิบดีใหม่ให้เข้มข้นขึ้น

          ทั้งนี้ ได้อารักขานายโอบามาอย่างลับๆ มาตั้งแต่เมื่อ 18 เดือนก่อนหน้าวันเลือกตั้งมาแล้วด้วยซ้ำไป สำหรับมาตรการเข้มข้นใหม่นี้มีขึ้นเป็นพิเศษหลังจากที่มีการจับกุมนายเดเนียล โควาร์ท อายุ 20 ปี และ นายพอล ชเลสเซิลมาน วัย 18 ปี สมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงที่ยึดถือลัทธิผิวขาวเป็นชาติพันธุ์สูงสุดได้ที่รัฐเทนเนสซี ก่อนที่จะมีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการว่า ทั้งคู่วางแผนเตรียมลอบสังหารนายโอบามา โดยอัยการรัฐเทนเนสซี เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

          นายเอ็ด โดโนแวน โฆษกของยูเอสเอส เปิดเผยว่า ปกติแล้วการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ในทุกๆ 4 ปีทำให้จำเป็นต้องปรับปรุงมาตรการเพื่อการอารักขาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนมาตรการต่างๆ อย่างชัดเจน และเตรียมแผนไว้พร้อมสำหรับทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้นแล้ว โดยนายโอบามาและครอบครัวทั้งหมด รวมถึงนายโจเซฟ ไบเดน รองประธานาธิบดีและครอบครัว จะได้รับการอารักขาสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง

          การปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มข้นขึ้นนี้ เห็นได้ชัดจากการที่ในระหว่างการปราศรัยเพื่อประกาศชัยชนะ นายโอบามาจำเป็นต้องขึ้นกล่าวบนเวที ซึ่งมีกระจกกันกระสุนกันอยู่รอบด้าน เอเอฟพีระบุด้วยว่า จริงๆ แล้วนายโอบามาได้รับการอารักขาเข้มมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2540 แล้ว เพียงแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดยอมเปิดเผยเรื่องนี้อย่างเป็นทางการเท่านั้น

          ขณะที่นายเฟรด เบอร์ตัน รองประธานบริษัท สตรัทโฟร์ ที่เชี่ยวชาญการวิเคราะห์ด้านความมั่นคงและการก่อการร้ายระบุว่า รายละเอียดเกี่ยวเนื่องกับมาตรการอารักขาให้กับนายโอบามานั้นน่าจะจัดทำเป็นพิเศษ ต่างจากทุกกรณีที่ผ่านมา เพราะอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ท้าทายอย่างยิ่ง ถือเป็นภารกิจที่ยากเย็นสูงสุด ต้องใช้ทรัพยากรบุคคลและอื่นๆ มหาศาลเพื่อการวิเคราะห์เชิงยุทธวิธีและระบบการอารักขาอย่างละเอียดยิบ นายเบอร์ตันเชื่อว่าภัยที่คุกคามนายโอบามาสูงสุดน่าจะเป็นขบวนการหัวรุนแรงนิยมผิวขาว ซึ่งเคยถูกระบุว่าเป็นผู้รับผิดชอบในการลอบสังหาร ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์, มัลคอล์ม เอ็กซ์, และเมดการ์ เอฟเวอร์ส นักสิทธิมนุษยชนที่ต่อสู้กับลัทธิเหยียดผิวในช่วงทศวรรษที่ 50 และ 60 โดยนายเอฟเวอร์สนั้นถูกยิงเสียชีวิตเมื่อปี 1963 โดยฝีมือของกลุ่มคู คลักซ์ แคลน ซึ่งเพิ่งจะออกมาให้สัมภาษณ์และข่มขู่จะประกาศสงครามกับนายโอบามาในเว็บไซต์ของตนเองเมื่อเร็วๆ นี้

          เอเอฟพีระบุว่า สหรัฐอเมริกานั้นเป็นประเทศที่มีประชากรครอบครองอาวุธปืนโดยถูกกฎหมายมากถึง 200 ล้านคน และมีสถิติการเสียชีวิตจากอาวุธปืนสูงถึงราว 30,000 คนต่อปี เคยมีประธานาธิบดีถูกลอบสังหารเสียชีวิตมาแล้ว 4 คน ระหว่างดำรงตำแหน่ง และอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บจากการลอบสังหารอีกด้วย กรณีเรื่องความปลอดภัยในชีวิตนั้น นายโอบามาเคยกล่าวไว้ระหว่างการหาเสียงก่อนหน้านี้ว่า ตนอยู่ภายใต้การอารักขาที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้น ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง

          ทางด้านนายโอบามาอยู่ระหว่างการเร่งรัดตัดสินใจเพื่อแต่งตั้งบุคคลเข้ารับตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐบาลชุดใหม่ และแต่งตั้งทีมงานเพื่อการรับมอบงาน หรือทรานซิทชั่นทีม เพื่อรับมอบงานต่อจากประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น ทั้งนี้ โอบามาได้คัดเลือกทีมรับมอบงานเกือบแล้วเสร็จแล้ว ส่วนใหญ่ประกอบด้วยอดีตทีมงานประจำทำเนียบขาวของประธานาธิบดีบิล คลินตัน ผสมผสานกับบรรดาคนสนิทที่นายโอบามารู้จักมักคุ้นและไว้วางใจ ทีมรับมอบงานดังกล่าวนำโดยนายจอห์น โอเดสต้า ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ หรือพ่อบ้านประจำทำเนียบขาวของประธานาธิบดีคลินตันมาก่อนหน้านี้, นายพีท รูส ที่เคยเป็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานวุฒิสมาชิกของโอบามา กับนางวาเลอรี่ จาร์เร็ตต์ ที่เป็นทั้งเพื่อนและที่ปรึกษาในการหาเสียงของนายโอบามา ทั้งนี้ เอพีระบุว่าการเตรียมการเรื่องนี้ดำเนินมาก่อนถึงวันเลือกตั้งราว 1 สัปดาห์ แต่ไม่มีการเปิดเผยเพื่อไม่ให้กลายเป็นการแสดงความมั่นใจเกินเหตุ

          เอพีระบุว่า นายโอบามาได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายแรห์ม เอมมานูเอล ส.ส.ของรัฐอิลลินอยส์ ทาบทามให้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ หรือพ่อบ้านประจำทำเนียบขาวเป็นรายแรกแล้ว และแม้ว่าจะยังไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการ แต่ก็ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อจัดตั้งทีมงานบริหารที่รวดเร็วกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะวิกฤตของประเทศที่หนักที่สุดในรอบเกือบศตวรรษ และต้องการตรวจสอบว่ารัฐบาลประธานาธิบดีบุชทิ้งปัญหาไว้หนักหนาสาหัสแค่ไหน นอกจากนั้นยังมีข่าวสะพัดด้วยว่า มีการทาบทามนาย จอห์น แคร์รี่ วุฒิสมาชิกจากรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่เคยเป็นคู่แข่งของบุชในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อนเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ แต่โฆษกประจำตัวของแคร์รี่แถลงปฏิเสธกรณีดังกล่าวแล้ว

          ทางด้านนายจอห์น แมคเคน ก็เริ่มหารือกับบรรดาคนสนิทในการวางบทบาทของตนเองในฐานะวุฒิสมาชิก เพื่อร่วมงานกับนายโอบามาต่อไปตามคำสัญญาที่ให้ไว้ในการแถลงยอมรับความพ่ายแพ้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ หลายฝ่ายเชื่อว่าทั้งคู่น่าจะร่วมงานกันได้ดี เพราะในอดีตที่ผ่านมาแมคเคนเคยสร้างผลงานเด่นๆ ร่วมกับวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตไว้มากมาย

          เอพีรายงานว่า นายโอบามาเริ่มต้นวันแรกของการเป็นว่าที่ประธานาธิบดีอย่างเรียบง่าย ด้วยการลงมารับประทานอาหารเช้าพร้อมลูกๆ หลังจากนั้นก็เรียกประชุมทีมงานหาเสียงทั่วประเทศทางโทรศัพท์ด้วยระบบคอนเฟอเรนซ์ คอลล์ เพื่อขอบคุณทุกคนที่ทำงานหนักมาด้วยกัน รับฟังบรรยายสรุปข้อมูลลับระดับสูงสุดจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยสืบราชการลับ ซึ่งนับเป็นข้อมูลระดับผู้นำประเทศลำดับแรกๆ ที่โอบามาได้รับทราบ ทั้งนี้ ครอบครัวโอบามามีกำหนดเดินทางไปทัวร์ทำเนียบขาวตามคำเชิญของประธานาธิบดีบุชและนางลอรา ภริยา โดยมีสุภาพสตรีหมายเลข 1 คนปัจุบันทำหน้าที่เป็นไก๊ด์อีกด้วย

          เอเอฟพีรายงานว่า หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับที่ตีพิมพ์รายงานข่าวชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของนายโอบามาหลังวันเลือกตั้งขายดีเป็นเทน้ำเทท่า อาทิ นิวยอร์ก ไทม์ส, วอชิงตัน โพสต์ และชิคาโก ทริบูน เป็นต้น จนต้องพิมพ์เพิ่มใหม่เป็นพิเศษ ระหว่าง 30-35 เปอร์เซ็นต์ของยอดพิมพ์ปกติ เพราะชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงเข้าคิวรอยาวเหยียดเพื่อซื้อไปเก็บไว้เป็นที่ระลึกนาทีประวัติศาสตร์ของประเทศ ในขณะที่มีการนำเอาไปประมูลขายผ่านเว็บประมูลชื่อดัง อี-เบย์ ทำให้ราคาของหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส ฉบับวันที่ 5 พฤศจิกายนพุ่งขึ้นไปสูงถึง 400 ดอลลาร์ (ราว 13,600 บาท) แล้ว ในขณะที่มีผู้ขอซื้อทันทีโดยให้ราคาถึง 600 ดอลลาร์ (ราว 20,400 บาท) เลยทีเดียว

          นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงนโยบายของนายบารัค โอบามา ว่า ไม่เชื่อว่านโยบายเศรษฐกิจของนายโอบามาจะกีดกันทางการค้า และเป็นสิ่งที่โอบามาจะให้ความสำคัญอันดับแรก เพราะมีสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือการอัดฉีดเงินภายในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

          นายประมนต์กล่าวถึงการที่สหรัฐจะมีการเก็บภาษีเพิ่มกับธุรกิจที่ไปลงทุนนั้น ไทยมีผลกระทบน้อยมาก เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา สหรัฐมาลงทุนในประเทศไทย ไม่ได้ลงทุนเพื่อนำเอาผลิตภัณฑ์ไปส่งต่อเข้าสหรัฐ มากมายนัก 2 ประเทศที่จะโดนผลกระทบ คือ จีน และอินเดีย เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากเอ๊าต์ซอสซิ่งจากสหรัฐไปประเทศเหล่านี้

          "ไม่ได้หมายความว่าไทยไม่ได้รับผลกระทบ อาจมีบ้าง เช่น ธุรกิจคอมพิวเตอร์ ผมคิดว่ามีผลกระทบ แต่ไม่รุนแรงอย่างที่หลายๆ ประเทศอาจโดนโดยตรง" นายประมนต์กล่าว

          ประธานสภาหอการค้าฯกล่าวว่า การค้ากับสหรัฐจะมีบางเรื่อง เช่น เรื่องการใช้แรงงาน ความเป็นธรรม ไทยอาจถูกเพ่งเล็งว่า ไทยได้ให้ความเป็นธรรมกับแรงงานต่างชาติหรือไม่ และเรื่องมลภาวะ สหรัฐจะมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น ฉะนั้นสิ่งใดก็ตามไม่ส่งเสริม หรือลดผลกระทบภาวะโลกร้อนลง อาจมีมาตรการทำให้ต้นทุนสูงขึ้นได้


ขอขอบคุณข้อมูลจาก


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หวั่นหัวรุนแรงนิยมผิวขาว ลอบฆ่า โอบามา อัปเดตล่าสุด 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา 13:51:01 6,348 อ่าน
TOP
x close