ผมไม่ได้พาคนไปตาย...จากใจ จำลอง ศรีเมือง


          พลันที่การชุมนุม "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" เหยียบย่างเข้าสู่วันที่ 180 ก็เกิดเหตุระเบิดครั้งที่รุนแรงที่สุดนับแต่มีการชุมนุม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บสาหัส 2 คน และบาดเจ็บ 21 คน 

          แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีระเบิดในสถานที่ชุมนุมแทบจะรายวัน แต่ก็ไม่มีผู้เสียชีวิต เหตุการณ์นี้จึงเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ที่ทำให้ห้าแกนนำตัดสินใจ เรียกระดมพลครั้งใหญ่ เข้า "เผด็จศึก" รัฐบาล พร้อมทั้งประกาศว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่มียืดเยื้อ ถ้าแพ้ก็ยกประเทศให้เขาไปเลย แล้วพันธมิตรฯ จะเลิกชุมนุม

          เวลาครึ่งปีเต็มๆ ที่ "พันธมิตรฯ" ขับเคลื่อนขบวนการกู้ชาติ จาก "สะพานมัฆวาน" สู่ "ทำเนียบรัฐบาล"” จาก "ไล่ทักษิณ" สู่ "ปกป้องราชบัลลังก์" กำลังจะก้าวเข้าสู่บทสรุป 

          แน่นอนว่ามุมหนึ่งพันธมิตรจะฉายภาพความเป็นผู้ถูกกระทำ แต่อีกมุมก็หนีไม่พ้นที่จะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีว่าเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการสร้างวิกฤติในบ้านเมืองด้วยเหมือนกัน
 

          พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ขุนพลคนสำคัญในการวางยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี เพื่อขับเคลื่อนกองทัพประชาชนเพื่อไปสู่เป้าหมาย เปิดใจกับ "คม ชัด ลึก" ถึงภารกิจข้างหน้า ตอบข้อสงสัยของสังคมถึงแนวโน้มความรุนแรง และที่สำคัญเราได้รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับข้อหา "พาคนไปตาย" ที่มีคนกระพือขึ้นมาอีกรอบเพื่อฝัง "พล.ต.จำลอง" ให้ตายสนิทในทางการเมือง

 อะไรเป็นปัจจัยในการเรียกระดมพลครั้งใหญ่ ?

          พล.ต.จำลอง : การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้าย เพราะเราเห็นแล้วว่ารัฐบาลไม่มีความชอบธรรม แล้วยังให้ท้ายแก๊งอันธพาลมาทำร้ายคนที่มาต่อต้าน ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อฟอกผิด รวมไปถึงรัฐบาลที่ไร้ความชอบธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายหรือจริยธรรม พอเกิดเหตุอะไรขึ้นก็ปัดความรับผิดชอบอยู่เรื่อย เราจึงต้องไล่รัฐบาล

 อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย 7 ตุลาคม เนื่องจากมวลชนมีอารมณ์โกรธแค้นจากเหตุระเบิด ?

          พล.ต.จำลอง : เป็นไปได้ เรื่องนี้เราคิดอยู่ ส่วนเรื่องหลีกเลี่ยงความรุนแรงเป็นเรื่องของรัฐบาลไม่ใช่เรา เราใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญที่เราสามารถชุมนุมได้เท่านั้นเอง ขณะเดียวกันเราก็ต้องป้องกันคนของเราเอง ซึ่งรัฐมีคนมีเครื่องมือ รัฐรู้อยู่แล้วว่าต้องไม่เกิดเรื่องอย่างนี้ ส่วนเรื่องที่จะระดมมวลชนอีกฝ่ายมาเป็นเกราะคุ้มกันนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะห้ามเราได้ คุณต้องดูว่าใครถูกใครผิด หากเราจะไปสภา คุณก็สามารถไปสภาได้ตลอด ทำไมต้องไปตรงวันเดียวกับเราด้วย ประชาชนเขาก็จะเห็นเองว่าเป็นการหาเรื่อง ไม่มีประเทศไหนที่รัฐบาลทำผิดแล้วประชาชนออกมาคัดค้าน แต่รัฐบาลก็ไปสนับสนุนให้ท้ายหรือจ้างอันธพาลมารังแกคนที่ออกมาคัดค้าน มีแต่รัฐบาลไทยเท่านั้นที่ทำ 

          พล.ต.จำลอง : จะไม่มีเหตุการณ์แบบวันที่ 7 ตุลาคม อีกเพราะรัฐบาลก็ได้รับบทเรียนมาแล้วว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นวันที่ 7 ตุลาคม เพราะรัฐบาลให้ตำรวจจัดการโดยใช้ความรุนแรง เรื่องนี้ต้องขึ้นสู่ศาลแน่ใครที่เกี่ยวข้องก็เตรียมตัวไว้แล้วกัน รัฐบาลคงไม่อยากให้ซ้ำสอง เพราะหมายความว่า หากเกิดอีกเขาต้องรับโทษซ้ำสองซ้ำสาม เพราะครั้งที่แล้วเพิ่งเกิด แล้วเขาจะเอาโทษซ้ำสอง-สามหรือ

 การชุมนุมครั้งนี้แกนนำระบุว่า "ม้วนเดียวจบ" หมายถึงแบบไหน และมียุทธการอย่างไร ?

          พล.ต.จำลอง : เราเตรียมไว้แล้ว แต่ยังไม่ควรพูดออกไปตอนนี้ เพราะเราต้องประเมินและทำตามสถานการณ์ ส่วนที่ระบุว่าม้วนเดียวจบนั้น หมายถึงเรื่องแบบนี้จะไม่มีการยืดเยื้อเป็นเดือนๆ อีกแล้ว อยากบอกว่าหากประชาชนไม่ออกมาร่วมในครั้งนี้บ้านเมืองจะเสียหายไปกว่านี้ แต่หากออกมากันมากๆ เราชนะแน่ รัฐบาลลาออกแน่ๆ แต่เราก็ประเมินไม่ได้ว่าคนจะออกมาเท่าไหร่เพราะเราไม่ได้จ้างมา แต่ถ้ามาน้อยเราแพ้แน่ และถ้าแพ้เราก็ยกเมืองให้คนชั่วไป อยากบอกคนเป็นกลวงเป็นกลางว่า คุณก็เป็นเจ้าของประเทศหากมีกำลังก็ออกมา ถ้าไม่ออกมาก็รับกรรมเอาแล้วกัน เราก็จะกลับบ้านเพราะเราทำถึงที่สุดแล้ว

 จะกระจายกำลังยึดสถานที่ราชการหลายที่เหมือนตอนยึดทำเนียบหรือไม่ และหากกระจายจะทำให้กำลังคนในทำเนียบดูน้อยลงหรือไม่ ?

          พล.ต.จำลอง : คงบอกไม่ได้ว่าจะมีหรือไม่ แต่คนมากคนน้อยไม่เกี่ยว เพราะที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าแม้การชุมนุมปกติจะมีคนน้อยแต่รัฐบาลก็ไม่กล้าสลาย เพราะหากสลายก็จะมีเรื่องตามมา หากมาสลายก็เจอแน่

 กลัวหรือไม่ว่าวันนี้จะถูกข้อกล่าวหา "พาคนไปตาย" เหมือนที่เคยถูกโจมตีในเหตุการณ์พฤษภา 2535 ?

          พล.ต.จำลอง : (ตอบเสียงดังทันที) ไม่กลัว เพราะเหตุการณ์ก็พิสูจน์ว่าไม่ได้พาคนไปตาย อย่างเหตุการณ์เดือนพฤษภา 35 ตอนที่ผมอยู่ไม่มีใครตาย ตอนจับผมไปขังตะรางถึงได้เกิดการฆ่ากันตาย และฆ่ากันตายนอกพื้นที่ชุมนุม ผมไม่ได้พาใครไปตาย อยู่ดีๆ ผมจะพาเขาไปได้อย่างไร ผมมาทีหลัง ผมตามเขาต่างหาก 

          พล.ต.จำลอง : อย่างกรณีของพันธมิตรฯ วันนี้ก็เหมือนกัน จะหาว่าผมพาคนมาตายได้อย่างไร เพราะรอบทำเนียบไม่ใช่แดนประหาร ถ้าทำเนียบเป็นแดนประหารสิ ถึงจะบอกว่าผมพาคนไปตาย เรามาเป็นเดือนๆ ไม่เห็นมีใครตาย ที่ตายเพราะแก่ตาย ตายเพราะเป็นโรคเท่านั้น เป็นเรื่องธรรมดา เรื่องนี้พิสูจน์ชัดไม่ใช่แก้ตัวไปวันๆ หรือกล่าวหาใครเปล่าๆ ผมยึดมั่นเรื่องนี้ 

          พล.ต.จำลอง : แต่ผมเป็นคนที่สู้อย่างไม่ท้อไม่ถอย อย่างการชุมนุมตั้งแต่ 49 ที่เป็นแกนนำ ถามว่ามีเหตุการณ์อย่างนั้นหรือไม่ นี่เป็นเครื่องชี้ว่าผมสู้แบบสันติอหิงสาจึงพาคนไปตายไม่ได้ การกล่าวหาเช่นนี้เรื่องการเมืองจะเอาชนะทางการเมืองเท่านั้น ยกเว้นเมื่อตอนหนุ่มๆ ที่ยังไม่ถือศีล ตอนที่ยังเป็นผู้บังคับชุดรบอยู่ที่ภูผาที ชายแดนประเทศลาวและเวียดนาม ตอนนั้นหนุ่มมากเป็นร้อยเอก เพราะในสนามรบก็ต้องห้ำหั่น แต่ตอนนี้จะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร เพราะผมถือศีลแล้ว และยังเป็นประธานกองทัพธรรมมูลนิธิด้วย มูลนิธินี้ไม่ได้มีไว้สร้างความรุนแรง

 หวั่นเรื่องการปะทะหากเกิดการยั่วยุไม่ว่าจากฝั่งไหนหรือไม่ ?

          พล.ต.จำลอง : ความรุนแรงไม่ได้เกิดจากเรา เราไม่มีการยั่วยุ เราไม่ได้เป็นคนทำให้เกิดความรุนแรง ทั่วโลกก็ใช้วิธีนี้ชนะมาแล้ว เราไม่ได้มาเพื่อตีรันฟันแทง เราเป็นผู้ดีพอ และหากรักชาติแต่นอนอยู่บ้านก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

โดย : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ, เสถียร วิริยะพรรณพงศา

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ผมไม่ได้พาคนไปตาย...จากใจ จำลอง ศรีเมือง อัปเดตล่าสุด 22 พฤศจิกายน 2551 เวลา 14:56:28 26,829 อ่าน
TOP
x close