
เจริญ วัดอักษร
สรุปประเด็นโดยกระปุกดอทคอม
ศาลตัดสินคดีฆ่า"เจริญ วัดอักษร" แกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าบ่อนอกหินกรูด ให้ประหาร "ธนู หินแก้ว" ข้อหาจ้างวานฆ่า ส่วน "มาโนชย์-เจือ" หลักฐานไม่พอลงโทษสั่งยกฟ้อง
วันนี้เวลา 9.00 น.ศาลอาญารัชดา นัดฟังคำพิพากษาในคดีการลอบสังหาร นายเจริญ วัดอักษร ประธานแกนนำกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งพนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเสน่ห์ เหล็กล้วน และ นายประจวบหินแก้ว 2 มือปืน เป็นจำเลยที่ 1 - 2 ในความผิด ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไต่ตรองไว้ก่อน ซึ่งทั้ง 2 ได้เสียชีวิต ขณะถูกคุมขังในเรือนจำ นายธนู หินแก้ว ทนายความ นายมาโนช หินแก้ว อดีต ส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ และนายเจือ หินแก้ว อดีตกำนันตำบลบ่อนอก บิดา จำเลยที่ 3 และ 4 ร่วมกันเป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันใช้จ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไต่ตรองไว้ก่อน
ล่าสุด ศาลอาญารัชดา พิพากษาประหารชีวิต นายธนู หินแก้ว ทนายความในความผิดฐานใช้จ้างวานฆ่านายเจริญ วัดอักษร แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก ซึ่งคดีนี้พนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธนู นายมาโนช หินแก้ว อดีต ส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายเจือ หินแก้ว อดีตกำนันตำบลบ่อนอก เป็นจำเลยในความผิดฐานใช้จ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และยังมีมือปืนอีก 2 คน ที่เสียชีวิตไป ระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานจากการนำสืบของพยานโจทก์จำเลยแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 3 เป็นผู้ใช้จ้างวานจำเลยที่ 1 กับ 2 ไปยิง นายเจริญ จนเสียชีวิตพิพากษาลงโทษประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 4 กับ 5 นั้น พยานหลักฐานโจทก์ ยังนำสืบรับฟังไม่ได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้จ้างวานฆ่านายเจริญ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้องและให้ขังจำเลยที่ 5 ไว้ ระหว่างอุทธรณ์ เนื่องจากทางนำสืบยังมีข้อสงสัย เกี่ยวกับอาวุธปืนที่จำเลยที่ 1 นำไปยิงนายเจริญว่า อาวุธปืนดังกล่าวอาจได้มาจากจำเลยที่ 1
สำหรับคดีนี้ ใช้เวลาของขั้นตอนในการนำเข้าสู่ขบวนการยุติธรรม ยาวนานกว่า 4 ปี หลังจาก นายเจริญ ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ปี 2547 บริเวณทางเดินเข้าบ้านแยกบ่อนอก อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจาก นายเจริญ เดินทางไปยื่นข้อมูลความผิดปกติในการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินให้กับ คณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์วุฒิสภา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ





