ปิดฉากยายเนียม วัย 84 กับ 23 วัน ในวังวนการเมือง


 

ยายเนียม พันธ์มณี




          เพียง 23 วันเท่านั้น ที่ชื่อของ "นางเนียม พันธ์มณี" หรือ "ยายเนียม" วัย 84 ปี จากเมืองดอกบัวงาม อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี กลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ หลัง "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ได้ก้าวขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้แถลงนโยบายเพื่อบริหารราชการแผ่นดินในค่ำวันที่ 17 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา ทำให้ชื่อของหญิงชราเจ้าของ "แหวนทองเหลือง" ลงคาถามหานิยม และเจ้าของ "ปั้นข้าวเหนียว" บนเถียงนาน้อย กลางทุ่ง อ.ม่วงสามสิบ ที่บอกให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สมัยที่ลงไปหาเสียงกินข้าวเหนียวเยอะๆ เพื่อจะได้มีแรงช่วยคนอีสาน จนกระทั่งได้มีโอกาสนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

          แต่ในวันนี้ ชื่อของหญิงชราเจ้าของแหวนทองเหลือง กลับต้องกลายเป็นตำนานไปเสียแล้ว หลังจากนางเนียม เสียชีวิตลงด้วยโรค "มะเร็งในถุงน้ำดี" หลังเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียงไม่กี่วัน


ยายเนียม พันธ์มณี



          เช้าวันที่ 8 มกราคม 2552 เวลา 08.35 น. ระหว่างทางจากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ไปยังบ้านเลขที่ 48 หมู่ 3 บ้านโนนค้อ อ.ม่วงสามสิบ ระยะทาง 30 กว่ากิโลเมตร ในขณะที่รถของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์กำลังนำร่างยายเนียม พร้อมเครื่องช่วยหายใจ โดยมีแพทย์และพยาบาลนั่งอยู่ในรถเพื่อช่วยเหลือยามฉุกเฉินกลับบ้าน

          แต่ยายเนียมก็ยังไม่มีโอกาสไปถึง เพราะลมหายใจสุดท้ายได้หมดลงก่อนถึงบ้านเพียง 1 กิโลเมตร ยังความเศร้าโศกเสียใจมาสู่ญาติพี่น้องเป็นยิ่งนัก เพราะความหวังสุดท้ายของยายเนียมบอกเอาไว้ว่า "อยากจะกลับไปตายบ้าน" ตามความเชื่อของคนอีสาน ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาป่วย เวลาตาย ก็อยากจะกลับไปฝังร่างที่บ้านเกิด...แต่ยายก็ไปไม่ถึง

          "แม่ป่วยมาก ไม่รู้สึกตัวมาอาทิตย์กว่าแล้ว และเราก็ได้ปรึกษา นพ.เศวต ศรีศิริ แพทย์เจ้าของไข้ว่า จะทำอย่างไรดี จนกระทั่งตัดสินใจพาแม่กลับบ้านในเช้าวันที่ 8 มกราคม เพราะคิดว่าอยากจะทำตามคำขอสุดท้ายของแม่ ที่อยากจะไปตายที่บ้าน แต่ก็มาไม่ถึง" นายหลา คิ้วยม วัย 56 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโนนค้อ ซึ่งเป็นลูกบุญธรรมที่อยู่ดูแลยายเนียมจนถึงวาระสุดท้าย เล่าให้ฟังทั้งน้ำตา พร้อมๆ กับช่วยกันยกร่างของแม่ที่ซูบซีด หนังหุ้มกระดูกเข้าไปในตัวบ้าน เพื่อรอประกอบพิธีทางศาสนา


ยายเนียม พันธ์มณี



          ในวันนี้ที่บ้านของยายเนียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง และคลาคล่ำไปด้วยญาติมิตร เพราะนี่เป็นการกลับมาบ้านครั้งแรกของยายเนียม หลังจากต้องไปนอนที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2551 เพื่อนบ้านหลายคนมารอเยี่ยมอาการป่วย หลังรู้ข่าวยายเนียมจะกลับบ้าน แต่กลับกลายเป็นว่าต้องมาร่วมเคารพศพยายเนียมแทน

          "ยายเนียมป่วยเป็นมะเร็งในท่อทางเดินน้ำดีทั้ง 2 ข้าง และมะเร็งได้ลามไปในช่องท้อง ทำให้ตับหยุดทำงานและมีอาการตับวาย ตัวบวม สมองแทบจะไม่ตอบสนองอะไร ญาติมาหารือว่าจะทำอย่างไร จึงตัดสินใจให้นำตัวกลับไปที่บ้าน ตามความเชื่อของคนอีสาน เพื่อให้ท่านได้ไปสู่สวรรค์อย่างสงบ" นพ.เศวต บอกในเช้าวันที่ 8 มกราคม ก่อนยายเนียมจะสิ้นลมไม่กี่นาที


ยายเนียม พันธ์มณี



          ในขณะที่ลูกชายบุญธรรมอีกคน คือ นายหวล คิ้วยม วัย 53 ปี บอกว่า หลังจากแม่ป่วย และต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ก็มีคนมาเยี่ยมเยอะแยะไปหมด บางคนไม่รู้จักกันก็มาเพราะรู้ข่าว บางคนก็เป็นเพื่อนบ้านในหมู่บ้าน ที่ไม่ค่อยสนิทกันก็มา ซึ่งทุกคนมาเยี่ยมเพราะชื่นชม บางคนก็แค่มาดูหน้า และมาถามไถ่ก็กลับไป เหมือนกับแม่เป็นวีรสตรี และเป็นตัวแทนของชาว จ.อุบลราชธานี ทำให้ลูกหลานชื่นใจมาก แม้การมาของญาติพี่น้องบางครั้งแม่แทบจะไม่ได้พูดคุยด้วย เพราะไม่สบายมาก

          "เราปลื้มใจมาก ที่แม่ของเราเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ และมีคนมาเยี่ยมเยือนตลอด แม้รู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม และวันนี้ แม้จะไม่มีแม่อยู่แล้ว แต่เพื่อนบ้าน และคนที่รู้ข่าวก็มากันเต็มบ้านไปหมด หลายคนบอกจะมาเพื่อเคารพศพ เพราะติดตามข่าวตลอด และหลายคนมาเพราะอยากจะให้กำลังใจครอบครัวก็มี" นายหวลบอก

          พอถามถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตครอบครัว หลังยายเนียมกลายเป็นคนดัง นายหวลบอกว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก แม้แต่ห้องนอนที่บอกว่าจะมีคนมาทำห้องนอนใหม่ให้แม่นอน บริเวณใต้ถุนบ้านก็ยังไม่ได้ทำ มีเพียงการนำอิฐบล็อกมากั้นบริเวณหน้าบ้าน และติดหน้าต่างให้ 4 บานเท่านั้น ยังไม่ได้กั้นเป็นห้องนอนแต่อย่างใด แต่ถึงแม้จะกั้นเป็นห้องนอน ยายเนียมก็คงจะไม่ได้นอนแล้ว


ยายเนียม พันธ์มณี



          แม้ชื่อยายเนียมจะเหลือเพียงตำนาน แต่ความหวังของยายเนียม ที่อยากจะให้นายกฯ อภิสิทธิ์ มาพัฒนาอีสาน และพัฒนาบ้านโนนค้อ ให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมหมู่บ้านอื่น โดยเฉพาะน้ำไหล ไฟสะดวกนั้น ก็ยังเป็นความหวังของยายเนียม และคนภาคอีสานอยู่ พร้อมกับกระสอบข้าวเหนียว และข้าวจ้าว ที่ยายเนียมสั่งให้ลูกหลานสีเอาไว้อย่างละ 1 กระสอบ เพื่อรอนายกรัฐมนตรีมาเยี่ยมและจะมอบให้ ก็ยังคงวางนิ่งอยู่ในยุ้งข้าว เพื่อรอเจ้าของที่แท้จริงมารับไป

          อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้ยายเนียมจะรอนายกฯ ไม่ไหว และจากไปก่อนแล้ว แต่ปัญหาของภาคอีสาน ที่ยังขาดแคลน และรอการแก้ไขยังคงมีอยู่  . . . อย่าให้ความหวังของคนอีสานตายไปพร้อมยายเนียมเลยนะคะท่านนายกฯ ชาวอีสานขอเป็นกำลังใจให้ท่านพัฒนาประเทศชาติอย่างรุ่งเรือง และกลับมาพัฒนาอีสารบ้านเฮากัน สู้ สู้ ค่ะ
 



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

โดย วิชิต มีสวัสดิ์


 

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ปิดฉากยายเนียม วัย 84 กับ 23 วัน ในวังวนการเมือง อัปเดตล่าสุด 9 มกราคม 2552 เวลา 10:54:10 31,318 อ่าน
TOP
x close