
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกกูเลเตอร์) กล่าววันนี้ (8 มกราคม) ว่า ค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่ (มกราคม - เมษายน) เตรียมปรับขึ้น 14.85 สตางค์/หน่วย เท่ากับงวดที่แล้ว หรือ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมเรกกูเลเตอร์ 13 มกราคมนี้ รวมเป็นค่าเอฟทีงวดใหม่ 92.55 สตางค์/หน่วย สร้างสถิติค่าเอฟทีสูงสุดตั้งแต่ประเทศไทยกำหนดใช้ค่าไฟฟ้าที่รวมระหว่างค่าไฟฟ้าฐาน และ ค่าเอฟที ในขณะที่ต้นทุนที่แท้จริง จะต้องปรับเพิ่มอีก 50 สตางค์/หน่วย ตามต้นทุนเชื้อเพลิงหลัก คือก๊าซธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้นที่ผันแปรตามราคาน้ำมันย้อนหลัง 6-12 เดือน อย่างไรก็ตาม การที่ปรับเพิ่มในอัตราต่ำ เพราะเห็นว่าไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนมากเกินไป
แต่หากไม่ปรับขึ้นเลยก็จะกระทบต่อฐานะการเงินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กว่า 7,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มในอัตรา 14.85 สตางค์/หน่วย ทาง กฟผ.ยังคงรับภาระเพิ่มอีกกว่า 1,000 ล้านบาท เป็นภาระเพิ่มเติมจากที่งวดที่แล้ว กฟผ. แบกรับภาระไปแล้ว 19,000 ล้านบาท
"เรกกูเลเตอร์มองว่า ค่าก๊าซงวดต่อ ๆ ไป อาจถูกลงตามสูตรผกผันตามราคาน้ำมันที่เริ่มถูกลงมากในงวดไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว จึงมีโอกาสที่ค่าไฟฟ้าเอฟทีค้างจ่ายที่ติดภาระอีก 2 งวดข้างหน้าอีก งวดละ 14.85 สตางค์ ค่าเอฟทีที่แท้จริงอาจจะไม่สูงเท่ากับอัตราดังกล่าวก็ได้" นายดิเรก กล่าว
นายดิเรก กล่าวอีกว่า การคำนวณค่าไฟฟ้าเอฟทีงวดใหม่ ยังได้ปรับสูตรการคำนวณเกณฑ์ต้นทุนก๊าซธรรมชาติใหม่ จากเดิมใช้สูตรย้อนหลัง 2 เดือน เป็นล่วงหน้า 4 เดือน ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยก๊าซ ลดจาก 275 บาท/ล้านบีทียู เป็น 251 บาท/ล้านบีทียู สูงกว่างวดที่แล้วประมาณ 22 บาท/ล้านบีทียู โดยในส่วนของประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 80 หน่วย/เดือน จะไม่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าไฟฟ้างวดนี้ เนื่องจากใช้ไฟฟ้าฟรีเพราะรัฐบาลได้ประกาศต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพหลังจากที่จะครบกำหนดในวันที่ 31 มกราคม52
นายสมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. จะออกพันธบัตรเพื่อเสริมสภาพคล่องกรณีรับภาระเอฟที โดยคณะกรรมการ กฟผ.อนุมัติเบื้องต้น 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการออกพันธบัตรงวดแรก เดือน มกราคมนี้ 10,000 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ค่าเอฟทีในปัจจุบันอยู่ที่ 77.70 สตางค์/หน่วย เมื่อเอฟทีงวดใหม่ปรับขึ้น 14.85 สตางค์ ดังนั้น ค่าเอฟทีงวดใหม่จะเท่ากับ 92.55 สตางค์/หน่วย เมื่อรวมกับไฟฟ้าฐานแล้วจะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยงวดนี้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.17 บาท/หน่วย อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของต้นทุนเอฟทีงวดที่แล้วนั้นปรับขึ้นรวม 57 สตางค์/หน่วย แต่เรกกูเลเตอร์มีมติให้เกลี่ย 4 งวด โดยใช้ฐานว่าจะนำไปคำนวณรวมแต่ละงวดในอัตรา 14.85 สตางค์/หน่วย
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก![]()





