เรื่องน่าสนใจ

ระทึก 50 ปี... ไทยเข้าสู่เมืองหิมะ

หิมะ

หิมะ


 
          กทม. หนาวสุดในรอบ 30 ปี หลังพบลมหนาวจากจีนและไซบีเรียพัดตรงเข้าประเทศไทย หัวหน้าหน่วยศึกษาภัยพิบัติ จุฬาฯ ฟันธงไม่เกิน 50 ปี ประเทศไทยเข้าสู่สภาวะหิมะตก หลังพบอากาศทั่วโลกแปรปรวนอย่างหนัก "สมิทธ" ชี้ส่วนหนึ่งเกิดจากแกนโลกเอียงห่างดวงอาทิตย์มากขึ้น

          แทบไม่น่าเชื่อว่าแฟชั่นเสื้อกันหนาวที่คนกรุงเทพฯ มีไว้ใส่ไปเที่ยวภูเขาภาคเหนือนั้น จะถูกนำมาสวมปกปิดร่างกายไม่ให้หนาวสั่นจากลมเย็นยะเยือกที่พัดมาเป็นระลอกๆ ทั่วใจกลางเมือง หลายคนยอมรับว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรู้สึกว่ากรุงเทพฯ หนาวแบบนี้มาก่อน

          ดร.สมชาย ใบม่วง ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ช่วยไขข้อข้องใจว่า เมื่อ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาของวันที่ 11-12 มกราคม 2552 สามารถวัดอุณหภูมิต่ำสุดได้ที่ 15.5 องศาเซลเซียส บริเวณเขตบางนา กรุงเทพฯ และถัดไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ วัดได้ 14 องศาเซลเซียส ถือเป็นวันที่หนาวเย็นที่สุดตั้งแต่เริ่มฤดูหนาวปีนี้ แต่นักอุตุนิยมวิทยาของไทยเชื่อกันว่า ก่อนหมดหน้าหนาวในเดือนกุมภาพันธ์นี้ อาจจะมีวันที่หนาวเย็นทำลายสถิติ 15.5 องศาเซลเซียสก็ได้ ในเมื่อปี 2518 หรือ 30 ปีที่แล้วคนกรุงเทพฯ ก็เคยเผชิญกับอุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียสมาแล้ว

          "ปีนี้หนาวกว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกิดจากมวลอากาศเย็นหนาแน่นมากจากประเทศจีน และพัดอย่างรุนแรงพุ่งตรงสู่ประเทศไทยโดยตรง ตรงกันข้ามกับปีที่ผ่านๆ มา มวลอากาศจะไม่หนาแน่นเท่าไร ประกอบกับพัดเฉไปทางไต้หวัน หรือญี่ปุ่นแทน นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่เราเห็นจากดาวเทียม ตัวมวลอากาศเย็นจะยังคงพัดเป็นระลอกอีกหลายครั้ง ครั้งนี้จะหนาวเย็นจนถึงวันที่ 15 มกราคม จากนั้นอุณหภูมิจะสูงขึ้นประมาณ 3-4 องศาเซลเซียส แล้วมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จะพัดมาอีก จะทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงไปจนถึง 14-15 องศาเซลเซียส แล้วก็อุ่นขึ้นอีก เป็นอย่างนี้สลับกันไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ คาดการณ์ว่าปีนี้อากาศจะหนาวเย็นนานกว่าปกติ แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นปีที่หนาวที่สุดหรือไม่ เพราะจากการตรวจภาวะอากาศย้อนหลัง 57 ปีนั้น ค่าเฉลี่ยความหนาวของปีนี้ยังเป็นปกติ" ดร.สมชาย กล่าว 

          มวลอากาศ (Air mass) คือ ลักษณะอากาศที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่มาก มีอุณหภูมิและความชื้นใกล้เคียงกัน มีการเคลื่อนย้ายไปบริเวณต่างๆ หากใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ก็จะสามารถแบ่งมวลอากาศได้ 2 แบบ คือ "มวลอากาศอุ่น" (Warm Air mass) หรือ มวลอากาศที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิของพื้นผิวที่เคลื่อนผ่าน และ "มวลอากาศเย็น" (Cold Air mass) หรือ มวลอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิพื้นผิวที่เคลื่อนผ่าน 


หิมะ



          หลายคนตั้งคำถามว่า มวลอากาศหนาวเย็นในปีนี้ จะทำให้เกิดหิมะตกในประเทศไทยเหมือนดังที่นักวิทยาศาสตร์และนักโหราศาสตร์หลายค่าย ที่ติดตามความแปรปรวนของสภาพอากาศทำนายไว้หรือไม่ เช่น "โหรโสรัจจะ นวลอยู่" ทำนายชะตาประเทศไทยเผยแพร่ไว้ในหนังสือ "ศาสตร์แห่งโหร" ปี 2551 ไว้ว่า

          "...ส่วนสยามประเทศปีชวด 2551 นี้ จะเป็นปีแห่งความอาเพศ ในปลายปีชวดจะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าแปลกมหัศจรรย์ จะเกิดหิมะตกในเมืองไทยไปทั่วทางภาคเหนือและอีสานบางส่วน ประชาชนทั้งคนไทยและทั่วโลกตื่นตกใจแทบช็อก เพราะไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย..."

          ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศ ยืนยันว่า จากภาพถ่ายดาวเทียมยังไม่เห็นกลุ่มก้อนของมวลอากาศ ที่จะทำให้เกิดหิมะตกได้ในประเทศไทย มีเพียงแม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็งเท่านั้น เนื่องจากหิมะจะตกได้ต้องมีหลายปัจจัย เช่น ไอน้ำจากทะเลต้องมีความชื้นสูงมาก หรืออุณหภูมิที่วัดจากพื้นดินขึ้นมา 1.5 เมตร ต้องใกล้เคียงกับศูนย์องศาเซลเซียส ที่สำคัญคือจะมีภาพจำลองเกิดขึ้นในจอภาพดาวเทียมว่ากำลังจะเกิดหิมะ ดังนั้น คนไทยไม่ต้องกังวลกับเรื่องหิมะตก เพราะส่วนตัวแล้วไม่เชื่อว่าจะมีหิมะตกได้ในประเทศไทย และถ้าหิมะจะตกจริงกรมอุตุนิยมวิทยาก็จะพยากรณ์ล่วงหน้าได้ก่อนถึง 7 วัน


หิมะ



          ขณะที่ ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาภัยพิบัติและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องความแปรปรวนของอากาศกับภาวะโลกร้อนว่า ปีนี้อากาศเย็นผิดปกติ เพราะลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจากไซบีเรียรุนแรงมากขึ้น สังเกตได้จากคลื่นในทะเลฝั่งอ่าวไทยสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ย 2-3 เมตร โดย 20 ปีที่ผ่านมาคลื่นอ่าวไทยไม่เคยสูงเกิน 1 เมตร ส่วนภาคใต้ที่ปกติเดือนพฤศจิกายน-มกราคมจะเป็นช่วงปลอดฝน ชาวบ้านกรีดยางพาราได้ผลมากที่สุด แต่ปีนี้ภาคใต้กลับมีฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่

          "ภาวะโลกร้อนทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญอากาศแปรปรวน โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่าภายในไม่เกิน 50 ปีนี้ ถ้าพวกเรายังมีชีวิตอยู่จะเห็นหิมะตกในเมืองไทยอย่างแน่นอน อากาศหนาวเย็นจากไซบีเรียจะพัดลงมาเร็ว อากาศร้อนก็จะดันตัวขึ้นไปเร็วเช่นกัน มรสุมก็เกิดแรงขึ้น ภูมิอากาศโลกมีความแปรปรวน และอ่าวไทยจะมีคลื่นสูงถึง 4 เมตร ตอนนี้ภาครัฐยังไม่ให้ความสนใจจากผลกระทบของโลกร้อนอย่างจริงจัง นักวิจัยยังพูดเรื่องโลกร้อนไม่ตรงกัน บางคนก็ว่าโลกร้อนจะทำให้เมืองไทยไม่มีหน้าหนาวอีกต่อไป ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะโลกร้อนจะทำให้ฤดูร้อนมีอากาศร้อนมาก หน้าหนาวก็จะหนาวเย็นยะเยือกผิดปกติ ส่วนหน้าฝนก็จะพบมรสุมฝนฟ้าคะนองตลอดปี" ดร.ธนวัฒน์ วิเคราะห์

          อย่างไรก็ตามสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ข้างต้นเป็นห่วงมากที่สุด คือ เกษตรกร เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีนโยบายแก้ปัญหาภูมิอากาศแปรปรวนอย่างชัดเจน ต่อไปนี้การเพาะปลูกอะไรต้องสังเกตลม-ฟ้า-อากาศใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะการคาดเดาเรื่องน้ำ เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการเพาะปลูก จากนี้ไปฤดูฝนจะไม่เหมือนเดิม เพราะฝนจะมาแบบทิ้งช่วง เป็นแบบน้ำมากไปหรือน้ำน้อยไป ไม่สามารถคาดเดาได้ และทุกฤดูกาลจะแปรปรวนไปหมด เหมือนหน้าหนาวปีนี้อุณหภูมิยังคงลดลงอย่างเนื่อง 


หิมะ



          ทั้งนี้ สำนักอุตุนิยมวิทยาขนส่ง ที่ตรวจวัดอากาศจากสนามบินทั่วประเทศไทย ระบุว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา อุดรธานีมีอุณหภูมิต่ำสุด 8-22 องศาเซลเซียส ขอนแก่น 9-23 องศาเซลเซียส เชียงราย 10-23 องศาเซลเซียส เชียงใหม่ 12-26 องศาเซลเซียส แม่ฮ่องสอน 13-27 องศาเซลเซียส หัวหิน 17-24 องศาเซลเซียส และภูเก็ต 21-29 องศาเซลเซียส

          ด้าน ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ วิเคราะห์ว่า สภาพอากาศปีนี้ที่หนาวเย็นลงกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา อาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสภาวะอากาศโลก ไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่พบกับสภาพอากาศหนาวเย็นกว่าปกติ ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกก็ประสบปัญหานี้เช่นเดียวกัน 

          สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ดร.สมิทธ บอกว่า นักวิทยาศาสตร์หลายคนวิเคราะห์ว่า เกิดจากแกนโลกเอียงห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้น เป็นผลมาจากการสร้างเขื่อนบริเวณเส้นศูนย์สูตร ส่งผลให้ฤดูหนาวอาจต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวมากขึ้น ฤดูร้อนก็จะร้อนมากขึ้นด้วย



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

 



สมาชิกกระปุก

E-mail :
Password :

หมายเหตุ
• ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
• ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามลงในช่องแสดงความคิดเห็น
• ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
• ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะ สม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
คลิกเลือกอารมณ์ที่ต้องการ ตาใส , เซ็ง , ร้องไห้ , เจ้าเล่ห์ , หัวเราะ , ตลก , โกรธ
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็น สมาชิกนะคะแต่ถ้าสมัคร สมาชิกและเข้าสู่ระบบก่อนโพส ข้อความเราจะโชว์รูปของคุณ ขึ้นมาให้เด่นๆเลยนะ
กรุณา เคาะเว้นวรรค ระหว่างข้อความด้วยนะคะ ระบบจะตัดคำได้สวยงาม ถ้าพิมพ์ติดกันไปหมด ระบบจะไม่ตัดคำให้นะคะ
ชื่อ : โค้ด :
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ (พิมพ์เป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้)
กรุณาคลิก ส่งข้อความ เพียงครั้งเดียวค่ะ....
เกาะติดเรื่องฮิต อัพเดทก่อนใคร
นาธาน โอมาน , วันพ่อแห่งชาติ , กลอนวันพ่อ , คิมบอม , ปาย , ทุ่งทานตะวัน , เสื้อกันหนาวเกาหลี , ภูทับเบิก , วัดถ้ำปลา , ดอยอ่างขาง , new moon , 2012 วันสิ้นโลก , แหยมยโสธร2 , 32 ธันวา , เรื่องย่อละคร , พรุ่งนี้ก็รักเธอ , รหัสโลกันตร์ , สูตรเสน่หา , คุณหนูฉันทนา , ธิดาวานร2 , บ่วงร้ายพ่ายรัก , มงกุฎแสงจันทร์ , ซินยุนบก , รักฉบับใหม่หัวใจ4ดวง , แชทหมากฮอส , msn 9.0 , ไวรัส msn
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ webmaster@kapook.com
เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
หากคุณมีข่าวสารที่น่าสนใจที่มีประโยชน์ต่อคนไทยโดยส่วนรวมและต้องการนำเสนอ กรุณาส่ง E-mail มาที่ webmaster@kapook.com
ทีมข่าวของเราจะพิจารณาเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อไป ขอบคุณครับ