
บอร์ด สปส. ตีกลับลดเงินสมทบ ให้นายจ้าง - ลูกจ้าง2.5% (คมชัดลึก)
บอร์ด สปส. ไม่เล่นด้วย ตีกลับมติสำนักงานประกันสังคมลดเงินสมทบให้นายจ้าง-ลูกจ้าง 2.5 เปอร์เซ็นต์ สั่งให้ไปพิจารณาอีกครั้ง ด้านเลขาฯ สปส. โต้คำสั่งบอร์ด ชี้หากไม่ทำจะมีคนตกงานล้านคน แถมต้องจ่ายเงินให้คนว่างงานอีก 3 พันล้าน ขณะที่กระทรวงแรงงานเตรียมเสนอ ครม.พิจารณาร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ขยายเวลารับเงินทดแทนถูกเลิกจ้างจาก 6 เดือนเป็น 8 เดือนวันนี้
เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายประกาย วิเศษวิสัย คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด สปส.มีมติยกเลิกแนวคิดการนำเงินกองทุนประกันสังคมจำนวน 1,000 ล้านบาท ซื้อข้าวสารแจกผู้ประกันตนจำนวน 9.3 ล้านคน คนละ 1 ถุง หรือ 5 กิโลกรัม หลังบอร์ด สปส.เคยมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา เนื่องจากคณะกรรมการฝ่ายลูกจ้างเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตน ส่วนเรื่องการลดเงินสมทบให้แก่นายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 2.5% นั้น บอร์ดได้สั่งการให้ สปส.ไปพิจารณาในรายละเอียดที่ชัดเจน และกลับนำเข้ามาเสนอที่ประชุมอีกครั้ง แต่ไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะต้องนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ด สปส.อีกครั้งเมื่อใด ขึ้นอยู่กับความพร้อมของ สปส.
นายปั้น วรรณวินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการประกันสังคม กล่าวว่า เรื่องการลดเงินสมทบให้แก่นายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 2.5% บอร์ด สปส.มีมติชัดเจน และนายไพฑูรย์ได้เห็นชอบแล้ว ซึ่งยืนยันว่าการลดเงินสมทบครั้งนี้กองทุนประกันสังคมไม่มีความเสียหายแต่อย่างใด แต่หากไม่ทำจะมีคนตกงาน 1 ล้านคน กองทุนจะต้องจ่ายเงินกรณีว่างงานสูงถึง 3 หมื่นล้านบาท เงินสมทบหายไป 1.1 หมื่นล้านบาท แต่หากทำอย่างนี้นายจ้างจะอยู่รอด คนงานก็จะไม่ถูกเลิกจ้าง
นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์กรลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลดเงินสมทบให้นายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 2.5% ลูกจ้างไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะคิดแล้วลูกจ้างจะได้รับเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยรายละประมาณ 200-300 ต่อเดือน แต่จะส่งผลกระทบกับเงินกองทุนชราภาพในอนาคต ที่เงินจะหายไปหลายหมื่นล้านบาท แต่หากรัฐบาลนำเงินมาจ่ายแทนส่วนนี้ก็ถือว่าไม่มีปัญหา
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 28 มกราคมนี้ กระทรวงแรงงานจะเสนอให้ ครม.พิจารณาร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเฉพาะผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้าง พ.ศ.... เพื่อขอขยายระยะเวลาการรับเงินทดแทนกรณีถูกเลิกจ้างจากเดิมไม่เกิน 180 วัน หรือ 6 เดือน ขยายเป็น 240 วัน หรือ 8 เดือน
ขณะที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี จะเสนอให้ที่ประชุมอนุมัติกรอบแผนงานโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน นอกจากนี้ยังเสนอให้ ครม.อนุมัติงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการในระยะเริ่มแรกจำนวน 120 ล้านบาท เนื่องจากการดำเนินโครงการดังกล่าว รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณกลางปี 2552 เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้าง และผู้ว่างงานจากภาวะวิกฤติจำนวน 6,976.271 ล้านบาท แต่งบกลางปียังไม่ผ่านการพิจารณาของสภา นายกอร์ปศักดิ์จึงขอให้ ครม.จัดสรรงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วน จำนวน 120 ล้านบาทเป็นกรณีเร่งด่วน
รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า ภาวะการว่างงานของประชาชนในเดือนธันวาคม 2551 มีจำนวน 5.4 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.4% สูงกว่าปีก่อน 2.2 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 0.6% ขณะที่สูงกว่าเดือนพฤศจิกายนประมาณ 2 หมื่นคน โดยแนวโน้มการว่างงานยังคงสูงขึ้น หากการจ้างงานในภาคผลิตยังลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 08.00 น. นายภูธร เจริญตาม ประธานสหภาพไซโก้ นวนคร เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 08.00 น.บริษัท ไซโก้ นวนคร จำกัด ภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้ปลดพนักงานทั้งชายและหญิงจำนวน 300 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่มีอายุงานต่ำกว่า 2 ปี โดยไม่แจ้งรายละเอียดให้พนักงานทราบ ทั้งที่เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา สหภาพยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือต่อนายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน ช่วยไกล่เกลี่ยกับบริษัท โดยบริษัทยอมจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานแค่เพียง 3 เดือน และค่าตกใจ 1 เดือน






