
สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานอัยการสูงสุด หาทางขอให้ฮ่องกงส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนนั้น หลัง พ.ต.ท.ทักษิณ รับเชิญไปปาฐกถาพิเศษในเกาะฮ่องกงนั้น
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (1 มีนาคม) น.ส.กรุณา บัวคำศรี ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส รายงานสดจากเกาะฮ่องกงมายังสถานีในช่วงข่าวภาคค่ำ ว่า ตนได้สอบถามกับประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ประจำฮ่องกง เกี่ยวกับการยกเลิกปาฐกถาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีการประเมินว่าน่าจะเป็นเพราะกลัวกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน แต่นักกฎหมายมองว่าทางการฮ่องกงและจีนคงไม่ทำอะไรที่รุนแรง หมายถึงหาก พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาฮ่องกง โอกาสจะถูกจับเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่น่าจะเป็นความกังวลก็คือ หากมีประเด็นอะไรเกิดขึ้นระหว่างการปาฐกถา จนทำให้ทางการฮ่องกงเกิดความไม่สบายใจ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจไม่ได้กลับเข้ามาที่ฮ่องกงอีก
อย่างไรก็ตาม ผลจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยกเลิกกำหนดการเดินทางมาฮ่องกง ทำให้ต้องเลื่อนการปาฐกถาออกไปเป็นสัปดาห์หน้าแทน แต่จะใช้การโฟนอิน ซึ่งเชื่อว่าจะมีผลกระทบน้อยกว่าการเดินทางมาด้วยตัวเอง
ขณะที่ เอเอฟพี รายงานว่า นายแอนส์ เฮิร์บ ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกง กล่าวว่า ทางสมาคมได้รับการติดต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยว่า ยินดีที่จะกล่าวสุนทรพจน์ผ่านการถ่ายทอดทางวิดีโอ หรือวิดีโอลิงก์ แทนการปรากฏตัว เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหากระทบความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-จีน แต่ทางสมาคมต้องเลื่อนเวลาออกไปอีก 2-3 วัน เนื่องจากต้องอาศัยการติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารก่อน ไม่เกี่ยวกับแรงกดดันจากภายนอกแต่อย่างใด สำหรับหัวข้อที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะกล่าวคือ "วิกฤตการเงิน, ความไม่แน่นอนทางการเมือง : บทเรียนจากประเทศไทย ในฐานะประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิสร้างอนาคตที่ดีกว่า" (Building a Better Future Foundation)
ด้านหนังสือพิมพ์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่ง โพสต์ ของฮ่องกง รายงานว่า โฆษกสำนักงานความมั่นคงของฮ่องกง เผยว่า จีนแผ่นดินใหญ่กับไทยลงนามในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน แต่ระหว่างไทยกับฮ่องกงไม่มีสนธิสัญญาดังกล่าว ดังนั้น ภายใต้การปกครอง 1 ประเทศ 2 ระบบ รัฐบาลฮ่องกงมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการพิจารณาว่า จะส่งตัวนักโทษหนีคดีชาวต่างชาติคนใดหรือไม่ ภายใต้กฎหมายพื้นฐาน "เบสิก ลอว์"
ในส่วนของนางมากาเร็ต นัก โหงวยี่ ประธานสำนักงานกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายของฮ่องกง ให้ความเห็นว่า ถ้ารัฐบาลฮ่องกงยอมปฏิบัติตามคำร้องขอของรัฐบาลไทย คงต้องเป็นกรณีพิเศษมากจริงๆ เพราะ 2 ฝ่ายไม่ได้ลงนามในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน หรือแม้ว่าจะร่วมลงนามก็ตาม ก็ต้องมีฐานความผิดเดียวกัน ในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน สำหรับฮ่องกงไม่สามารถส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนคนใดคนหนึ่ง ด้วยวัตถุประสงค์ทางการเมืองได้







