
เตือนไข้ออกผื่น ระบาดทั่วปท. 8 จว.อีสานมากที่สุด (ไทยรัฐ)
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า ขณะนี้มีการระบาดของโรคหัด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าไข้ออกผื่นมากขึ้นในเด็กอายุมากกว่า 6 ขวบขึ้นไป โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-22 กุมภาพันธ์ 2552 สำนักระบาดวิทยารายงานพบผู้ป่วยโรคหัดทั่วประเทศ 837 ราย กลุ่มอายุมากกว่า 6 ขวบขึ้นไปป่วยมากกว่าเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ประมาณ 2 เท่าตัว โดยใน 8 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พบ 90 ราย มากที่สุด คือ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ 36 ราย รองลงมาคือ นครราชสีมา และสุรินทร์ จังหวัดละ 19 ราย ศรีสะเกษ 7 ราย อุบลราชธานี 6 ราย ยโสธร ชัยภูมิ อำนาจเจริญ จังหวัดละ 1 ราย
ทั้งนี้ได้กำชับให้ อสม.ทุกคน เฝ้าระวังการระบาดของโรคหัด พร้อมทั้งให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลเมื่อเป็นหัด เนื่องจากอาจมีโรคแทรกซ้อนทำให้ถึงเสียชีวิตได้ ซึ่งโรคนี้มีวัคซีนฉีดป้องกันได้ผลดี โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ติดตามให้ผู้ปกครองพาเด็กอายุ 9-12 เดือน ไปฉีดวัคซีนป้องกันหัดเข็มแรก และฉีดเข็มที่ 2 เมื่อเด็กเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หรือ อายุ 7 ขวบ
ด้าน นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคหัดหรือโรคไข้ออกผื่นที่ระบาดครั้งนี้ เกิดจากเชื้อไวรัสมีเซิลส์ (Measles) พบได้ในลำคอของผู้ป่วย ติดต่อกันทางการไอ จาม หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด ผู้ติดเชื้อจะเป็นโรคเกือบทุกรายจะมีอาการป่วย หลังติดเชื้อประมาณ 3-5 วัน โรคนี้พบได้ตลอดปี พบบ่อยในกลุ่มอายุ 1-6 ขวบ ถ้าไม่มีภูมิต้านทานจะเป็นได้ทุกอายุ โดยอาการเริ่มด้วยมีไข้ น้ำมูกไหล ไอ ตาแดง ตาแฉะ และกลัวแสง อาการต่างๆ จะมากขึ้นพร้อมกับไข้สูงขึ้น และจะสูงเต็มที่เมื่อมีผื่นขึ้นในวันที่ 4 ของไข้ ลักษณะผื่นที่ขึ้นจะนูนแดง ติดกันเป็นปื้นๆ โดยจะขึ้นที่หน้า บริเวณชิดขอบผมก่อน แล้วแผ่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา เมื่อผื่นแพร่กระจายไปทั่วตัว กินเวลาประมาณ 2-3 วัน ทั้งนี้ควรให้เด็กหยุดเรียนหรือแยกเด็กที่ป่วยออกจากเด็กอื่น เป็นเวลาอย่างน้อย 1 อาทิตย์
ขอขอบคุณข้อมูลจาก![]()
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต





