มุมมอง...ความคิด...ชีวิต ญารินดา VS เป้

เป้ สเลอ ญารินดา


มุมมอง...ความคิด...ชีวิต ญารินดา VS เป้ (ภาพยนตร์บันเทิง)

          เพราะรู้จักกันมาก่อนจากการทำงานเพลง เลยทำให้ "นินา-ญารินดา บุนนาค" และ "เป้-อารักษ์ อมรศุภสิริ" เข้าขากันได้อย่างดีเลยค่ะ เมื่อต้องมาร่วมงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง "ความจำสั้น แต่รักฉันยาว" ทั้งคู่มีความคิดที่ตรงกันอย่างหนึ่งว่า การแสดงแม้จะเป็นงานที่ชอบ แต่หากจะให้คำจำกัดความของตัวเองแล้วละก็ ขออยู่ในหน้าที่ศิลปินดีกว่า เพราะถึงจะชอบ แต่ก็ไม่ถนัด และรักในเสียงดนตรีมากกว่า

ในเรื่องรับบทเป็นอะไรกันบ้าง

          เป้ : ผมเล่นเป็น "เก่ง" ครับ เป็นสัตวแพทย์ที่ปากหมาหน่อย ต้องเข้าฉากกับน้องหมาเยอะเหมือนกัน แต่ในเรื่องน้องหมาไม่ค่อยจะเชื่องเท่าไหร่ มันไม่เชื่องกับผมอ่ะ แล้วเก่งก็หลงรักผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นแฟนของเพื่อนสนิทสมัยมัธยม แล้วเขาก็ไปแต่งงานกับเพื่อนเรา ซึ่งเราก็ไม่ได้ยุ่งมานานแล้วล่ะ จนมีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เราต้องไปยุ่งด้วย ในเรื่องนี่ผมจะกวนตีนมาก คือคิดแล้วพูดสวนทันที ด่าทุกคน บ่นๆ เป็นผู้ชายที่ไม่ได้อยู่ในจินตนาการของผู้หญิงแต่จิตใจดี ซึ่งมันก็ใกล้กับตัวผมเหมือนกันนะ คือเอาตัวเองตอนปากหมาออกมาเล่น (หัวเราะ) แต่ผมก็เล่นตามบทนะ

          ญารินดา : จากการทำเพลงมาวงการหนัง มันคนละเรื่องกันเลยค่ะ คือคนละศาสตร์กัน เวลาเราร้องเพลง เราร้องเพลงที่เราแต่งมันเป็นตัวของตัวเองเต็มที่ แต่พอมาแสดงมันต้องเล่น สวมบทบาทเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่เรา ในเรื่องเล่นเป็น "ฝ้าย" ค่ะเป็นผู้หญิงอกหัก แล้วได้มีโอกาสกลับมาเจอกับเก่งอีกครั้งหนึ่ง คือเราเป็นเพื่อนนักเรียนกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วเก่งเคยแอบชอบแต่ฝ้ายไม่เคยรู้ ไม่ได้เจอกันมาหลายปี เป็นผู้หญิงที่ฝังใจกับรักครั้งแรกมาก

ประกบคู่กันแล้วเป็นไงบ้างคะ

          เป้ : กับพี่นินาเก่งมากครับ คือเรารู้จักกันอยู่แล้ว ไม่ต้องช่วยเลย คือความสามารถพี่เขาไม่ต่างกับผมเลยนะ ความโปรอะไรแบบนี้เขาก็โปรเหมือนกัน ถึงผมจะเล่นมาก่อน ซึ่งก่อนจะเล่นเราจะมีการคุยกันนิดๆ หน่อยๆ เรื่องบท แต่ส่วนมากจะคุยเรื่องงานเพลง เรื่องจักรยาน เรื่องหนังสือมากกว่า (หัวเราะ) เพราะเราชอบอะไรเหมือนกัน

          ญารินดา : เล่นกับเป้ดีค่ะ คือเรารู้จักกันมานานหลายปีแล้ว อีกอย่างเราสนใจคล้ายๆ กัน เวลาว่างกองมาคุยกันบ้างทั้งเรื่องเพลง เรื่องจักรยานอะไรแบบนี้ แต่จริงๆ มันก็แอบหลับบ่อยเหมือนกันนะ (หัวเราะ) นินาเองก็มีน็อคเหมือนกัน แต่ส่วนมากจะเอาหนังสือไปอ่าน กับงานแสดงเราจะคุยกันก่อนอยู่แล้วก็เลยไม่มีปัญหา อย่างกับส่วนสูงของเป้กับนินาที่เท่าๆ กันก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะนินาไม่ได้ใส่ส้นสูงอยู่แล้ว (หัวเราะ)

ถูกเม้าท์ว่าแอบงีบบ่อยขนาดนี้เป้ว่าไง

          เป้ : คือผมหลับได้ทุกที่จริงๆ นะ อย่างตอนนี้ให้หลับก็หลับได้นะเนี่ย (หัวเราะ) คือถ้าง่วงนิดนึงก็เอานะ แต่พอตื่นขึ้นมาก็ปวดหัวแต่เราเลือกไม่ได้ เราง่วงปุ๊บเราก็หลับเลยอย่างขับรถไม่ค่อยกลัวนะเพราะเราไม่ได้ขับรถไกล วนไปวนมาอยู่ในเมือง แต่ตอนเล่นหนังมีเหมือนกัน น็อคกลางอากาศ (หัวเราะ) มันหลับเองนี่

หันกลับมางานเพลงกันบ้าง แต่ละคนมีอะไรอัพเดตบ้าง

          เป้ : งานเพลงปีนี้สเลอมีชุด 2 อัลบั้ม "บั้ม" ที่ออกไปเมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้วครับ แล้วทัวร์คอนเสิร์ต ซึ่งตอนนี้ก็ลากมากๆ เพราะผมมีถ่ายละคร โปรโมตหนัง พร้อมกับทัวร์คอนเสิร์ต ไม่มีเวลาทำอะไรที่เป็นการสร้างสรรค์เลย คือเราทำงานทุกวัน หนักกว่าพนักงานบริษัทอีกนะ คือบางทีเลยเวลาพักผ่อน แต่เมื่อก่อนเคยหนักกว่านี้ ผมจะเหนื่อยตอนที่ต้องเก๊กมากกว่า คือเวลาไปถ่ายแล้วเจอแสงแฟลชมากๆ

          ญารินดา : งานเพลง มิถุนายนนี้ก็คงจะเสร็จ ยังไม่มีชื่ออัลบั้มค่ะ เพราะเพลงยังไม่ครบเลย ตอนนี้กำลังเร่งๆ อยู่ ควรจะเร่งแล้วล่ะเพราะทำมาพักใหญ่แล้ว แต่พอดีเราทำอย่างอื่นเยอะอยู่เลยไม่มีเวลา แต่ตอนนี้ตั้งใจทำให้เสร็จค่ะ เพลงจะใกล้เคียงกับอัลบั้มเดิมคือเน้นที่เครื่องดนตรีเยอะหน่อย มีทรัมเป็ต มีกีตาร์ กลอง เซลโลครบ เป็นคนชอบเครื่องเยอะๆ (หัวเราะ)

ปีนี้นินาตั้งใจทำงานในวงการอย่างชัดเจนไหม แล้วกับงานสถาปนิกล่ะคะจะทำอย่างไร

          ญารินดา : คือนินาเกงานเป็นปกติค่ะ (หัวเราะ) โชคดีที่เจ้านายเราเข้าใจนะ จริงๆ แล้วนินาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในวงการบันเทิง นินาแค่ทำอาชีพที่ชอบแล้วก็ทำไปเรื่อยๆ ถ้าถามว่าอาชีพไหนคืออาชีพหลัก พูดยากค่ะ เพราะเราหลายใจ (หัวเราะ) จริงๆ นินาอยากบอกว่าชอบดนตรี และสถาปนิกมากๆ แล้วก็ทำคู่กันมานานแล้ว แต่กับงานแสดงมันยังใหม่มากเรายังไม่รู้จะได้ทำมากน้อยเท่าไร ซึ่งงานสถาปนิกและงานเพลงเราทำได้ตลอด นั่นคงเป็นอาชีพหลัก ถ้าโดยส่วนตัว เราก็เริ่มชอบเรื่องงานแสดง และคงจะเรียนเพิ่ม แต่การที่จะได้เล่นอีกหรือเปล่าตรงนี้เราไม่ได้เป็นคนกำหนดค่ะ

วางเป้าหมายอนาคตกันต่อไปอย่างไร

          เป้ : ผมว่าตอนนี้ผมพีคที่สุดแล้ว คงจะได้แค่นี้ล่ะ คงไม่ดังไปกว่านี้ เราได้ทำทุกอย่างที่เราชอบ ต่อไปคงเป็นจุดที่โอเค. คงไม่ได้ขึ้นตรงๆ ไปเรื่อยๆ คงไปซ้าย ไปขวา ไปข้างๆ ไม่งานละคร ก็มีงานเพลง ผมอยากให้มองว่าผมเป็นนักดนตรีที่เป็นนักแสดงด้วย สำหรับผมยังมีไฟในการทำเพลงอยู่ การเป็นนักแสดงอย่างเดียวคงต้องใช้อะไรหลายอย่าง พวกที่เป็นนักดนตรีแล้วหันมาเป็นนักแสดงอย่างเดียว มีหลายคนที่แป๊บเดียวหายไป มันมีระยะเวลาของมัน ต่างกับงานเพลงที่เราทำได้ตลอดเวลา ผมขอเลือกทำเพลงดีกว่าเพราะงานละครผมก็ไม่ได้มีเยอะ

          ญารินดา : นินาไม่เคยตั้งเป้าค่ะ ขอให้มีความสุขต่อชีวิตในแต่ละวันเท่านั้นพอ นินาไม่เคยคาดหวัง นิสัยเราคือถ้าอยากทำจะทำเลย จะไม่รอ สมัยเด็กๆ อยากออกเทป แต่งเพลงเลย ทำเดโมเทป เดินเข้าไปแกรมมี่เข้าไปสมัคร อยากเรียนหนังสือก็ไปเลย จะเป็นคนทำมากกว่าคนฝัน จะไม่ใช่ตั้งเป้า วางแผนแบบอายุเท่านี้จะต้องเป็นแบบนี้นะ ไม่มีเลยคือไปตามที่เราต้องการ เราอยาก ถ้ามันจะผิดพลาดเราก็ถือว่ามันเป็นบทเรียนให้เราได้เรียนรู้จากตรงนั้น ชีวิตตอนนี้ทุกอย่างมันก็โอเค. ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

ที่มา หนังสือภาพยนตร์บันเทิง ฉบับวันที่ 4-10 มีนาคม 2552


เรื่องน่าสนใจ1


สมาชิกกระปุก
E-mail :
Password :

หมายเหตุ
• ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
• ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามลงในช่องแสดงความคิดเห็น
• ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
• ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะ สม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
 ข้อตกลงในการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์กระปุกดอทคอม

คลิกเลือกอารมณ์ที่ต้องการ ตาใส , เซ็ง , ร้องไห้ , เจ้าเล่ห์ , หัวเราะ , ตลก , โกรธ  

กรุณา เคาะเว้นวรรค ระหว่างข้อความด้วยนะคะ ระบบจะตัดคำได้สวยงาม ถ้าพิมพ์ติดกันไปหมด ระบบจะไม่ตัดคำให้นะคะ
ชื่อ : โค้ด :
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ (พิมพ์เป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้)
กรุณาคลิก ส่งข้อความ เพียงครั้งเดียวค่ะ....