ยายขายเศษไม้ ไม่อยู่บ้านพักคนชรา

ยายขายเศษไม้







ยายขายเศษไม้ ไม่อยู่บ้านพักคนชรา (คมชัดลึก)

          เจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์คนชรานำยายทอง "ขายเศษไม้มัดละบาท" ไปดูแลชั่วคราว แต่สุดท้ายก็ต้องนำตัวส่งบ้านพักตามเดิม หลังร่ำไห้ร้องจะกลับ อ้างห่วงบ้าน ห่วงเศษไม้ฟืนจะตากแดดตากฝน ด้านเพื่อนบ้านยื่นมือให้เข้าชื่อในทะเบียนราษฎรเพื่อให้มีสิทธิ์เบิกค่า สงเคราะห์และสิทธิ์รักษาพยาบาล

          ความคืบหน้ากรณี  "คม ชัด ลึก" ได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตของยายทอง หรือ นางสาวทอง ขอปล้องกลาง อายุ 85 ปี ที่สู้ชีวิตด้วยการขายเศษไม้ก่อไฟมัดละบาทเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเกิดป่วยหนัก ตาเป็นต้อกระจกเริ่มมองไม่เห็น หูตึงไม่ได้ยิน จนผู้ใจบุญพาส่งหมอผ่าต้อกระจกให้ อาการดีขึ้นกลับพักฟื้นที่บ้าน แต่ยังต้องฝืนลุกนั่งผ่าไม้มัดไว้เตรียมไปขายที่มุมตึกข้างถนน โดยคุณยายทองไม่มีแม้แต่ทะเบียนบ้าน ส่วนบัตรประชาชนก็หาย จนหมดโอกาสรับสิทธิ์สงเคราะห์ทุกอย่างนั้น

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม มีเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนครราชสีมา เข้าพบยายทองที่บ้านเลขที่ 342 ชุมชนหนองโสน ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และแจ้งว่าจะรับตัวยายทองไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์ (วัดม่วง) ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ยายทองปฏิเสธ โดยอ้างว่าเป็นห่วงบ้านและเกรงว่าเศษไม้ที่ผ่าไว้จะเสียหายเนื่องจากตากแดดตากฝน



          แต่เมื่อเจ้าหน้าที่อธิบายให้ทราบว่า จะพาไปดูแลชั่วคราว จนกว่าอาการเจ็บป่วยที่ดวงตาจะหายเป็นปกติแล้วก็จะให้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่ บ้านได้ตามปกติ ยายทองจึงยอมไปกับเจ้าหน้าที่ โดยใส่เสื้อคอกระเช้าสีแดง ผ้าถุงกลางเก่ากลางใหม่ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับวันที่ผ่านมา มีเพียงเสื้ออีกตัวสวมทับ โดยไม่ได้เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไปด้วย 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากยายทองและเจ้าหน้าที่มาถึงสถานสงเคราะห์คนชรา ยายทองมีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด บางเวลาก็ร่ำไห้ เมื่อสอบถามก็บอกแต่ว่าอยากกลับบ้าน เพราะห่วงบ้าน ห่วงไม้ฟืน จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาพูดคุยด้วยเป็นระยะๆ เพื่อปลอบโยนให้หายคิดถึงบ้าน

ยายทอง



          ว่าที่ ร.ต.เกรียงศักดิ์ คุณวิเศษ หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครราชสีมา กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ไปรับตัวคุณยายให้มาอยู่ที่บ้านพักคนชราชั่วคราว จนกว่าอาการบาดเจ็บที่ดวงตาจะหาย ส่วนเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของยายทองที่จะได้รับนั้น ขณะนี้มีเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ให้ความร่วมมือ และอนุญาตให้คุณยายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งได้ประสานไปยังเทศบาลตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อลงทะเบียนให้คุณยายทองเป็นผู้สูงอายุ เพื่อขอรับเบี้ยยังชีพจากรัฐบาลเดือนละ 500 บาทแล้ว

          ด้านนางณัชชา ศรีมันตะธรรมกุล ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์คนชราวัดม่วง จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ได้รับคุณยายมาพักอาศัยเป็นการชั่วคราว ส่วนผู้ที่มีความประสงค์อยากจะบริจาคช่วยเหลือคุณยายทอง สามารถโอนเงินมาได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนโพธิ์กลาง ชื่อบัญชี สถานสงเคราะห์คนชราวัดม่วง เลขที่บัญชี 323-6-00697-8 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-4425-8986  


ยายทอง


          อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความประสงค์บริจาคเงินให้คุณยายผ่านบัญชีดังกล่าว ขอให้เขียนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ และเมื่อโอนเงินให้แฟกซ์ใบเปย์อินมาได้ที่หมายเลขดังกล่าว เพื่อที่สถานสงเคราะห์จะได้นำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

          "เบื้องต้นคุณยายไม่มีความประสงค์จะอาศัยอยู่ที่บ้านพักคนชรา ซึ่งทางเราจะรับเลี้ยงและดูแลจนกว่าอาการบาดเจ็บที่ตาของคุณยายจะหาย คาดว่าคงต้องใช้เวลาสัก 2-3 วัน ในระหว่างนี้สถานเคราะห์จะได้ประสานไปยังพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมไปถึงเพื่อนบ้านและบุคคลที่ใกล้ชิดกับคุณยาย ในการเข้าไปซ่อมแซมบ้าน และให้ช่วยดูแลคุณยายทองไม่ให้ออกไปขายเศษไม้อีก เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยทั้งเรื่องสุขภาพและอันตรายจากการเดินทาง หากยังไปขายเศษไม้อีก ก็จะถูกนำตัวส่งกลับมาดูแลที่สถานสงเคราะห์อีกครั้ง" นางณัชชากล่าว

ยายทอง



          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ยายทองเอาแต่ร่ำไห้ ซึมเศร้า และกล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า เป็นห่วงบ้าน กลัวฟืนจะเปียกฝน และหากให้อยู่ที่สถานสงเคราะห์ไปตลอดก็ไม่ขออยู่ เพราะคิดถึงบ้าน

          "ยายคิดถึงบ้าน อยากกลับไปอยู่บ้าน อยากไปขายเศษไม้ก่อไฟเหมือนเดิม ขอขอบคุณลูก-หลานที่ใจบุญส่งเงินมาช่วยเหลือ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐที่ให้การช่วยเหลือ แต่จะให้ยายกลับไปบ้านแล้วอยู่เฉยๆ ไม่ให้ทำอะไรคงไม่ได้ เพราะรู้สึกอึดอัด เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา ยายทำงานมาโดยตลอด ดังนั้นหากได้กลับบ้านยายคงต้องทำงานขายเศษไม้ก่อไฟต่อไป" ยายทองกล่าวทั้งน้ำตา

          ต่อมาเวลา 17.05 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ได้นำยายทองส่งกลับไปอยู่ที่บ้านในชุมชนหนองโสนตามเดิม เนื่องจากยายทองเอาแต่ร้องไห้ และบ่นอยากกลับบ้านตลอดเวลา นอกจากนี้ยังบอกว่า จะฆ่าตัวตายหากไม่ยอมให้กลับบ้าน เมื่อไปถึงบ้านพัก ยายทองกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือและรีบเข้าบ้านทันที


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

โดย : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ยายขายเศษไม้ ไม่อยู่บ้านพักคนชรา อัปเดตล่าสุด 14 มีนาคม 2552 เวลา 14:09:27 31,870 อ่าน
TOP
x close