HILIGHT NEWS

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ห้องเรียนธรรมชาติ–ไม่ใช่แค่ตู้ปลา

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ห้องเรียนธรรมชาติ–ไม่ใช่แค่ตู้ปลา

          หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปตามถ.เพชรเกษม เลยทางแยกเข้าตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 10 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางเข้า "อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ" อย่างชัดเจน

          อุทยานฯแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 16 พ.ค.2532 ให้ดำเนินโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า และในวันที่ 3 พ.ค.2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า "อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ" เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย

          "หว้ากอ" เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงพิสูจน์การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2411 ซึ่งทรงคำนวณไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี จนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทั่วโลกรับรู้ถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์

          อุทยานฯแห่งนี้ประกอบด้วย อาคารดาราศาสตร์ ที่มีฐานการเรียนรู้ 11 ฐานการเรียน ได้แก่ บันทึกเกียรติยศ, โลกอนาคต, เทคโนโลยีเพื่ออาชีพ, โลกของเด็ก, ฟากฟ้า ณ หว้ากอ, พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย, มนุษย์กับดวงดาว, พระมหากษัตริย์ราชวงศ์ไทยกับดาราศาสตร์, รวมใจชาวประจวบ, ความเป็นไปในจักวาลและเทคโนโลยีอวกาศและเอกภพ

          ส่วนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ และวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลธรรมชาติวิทยาและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำอย่างสมบูรณ์แบบ เสมือนห้องเรียนที่มีชีวิต

          ในพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากกรมประมง และสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา นำมาจัดแสดงได้อย่างน่าสนใจ

          โดยภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการจำลองระบบนิเวศ จากขุนเขาสู่สายน้ำ ความสัมพันธ์ของป่าไม้ สายน้ำ ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด จากต้นน้ำสู่ทะเล เชื่อมโยงสิ่งมีชีวิตต่างๆ จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดหลากหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์ปลาน้ำจืดของไทยที่ใกล้สูญพันธุ์ พันธุ์ปลาที่มีอวัยวะพิเศษช่วยหายใจ พันธุ์ปลาน้ำจืดสวยงามทั้งของไทยและต่างประเทศ

          ซึ่งเมื่อเริ่มเดินเข้าไปจากจุดเริ่มของอาคาร จะพบตู้แสดงพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางการจำลองระบบนิเวศที่เหมือนของจริง โดยมีปลาแหวกว่ายให้ดูอย่างสวยงาม เช่น ปลาพลวง ปลาเวียน ปลามูส ปลาเลียหิน ปลาไส้ขม ฯลฯ พร้อมป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ชนิดต่างๆอย่างละเอียด

          นอกจากนี้ก็ยังมีสัตว์อื่นด้วย เช่น ปูเจ้าฟ้า ปูราชินี ปูคีรีขันธ์ และพรรณไม้น้ำ เช่น เฟิร์น มอส คริบโตคลอรีน เป็นต้น

          ส่วนสัตว์น้ำในระบบนิเวศแหล่งต้นน้ำ เช่น ปลาเลียหิน ปลาไส้ขม ปลาซิวข้างขวาน ปลาสร้อยน้ำผึ้ง สัตว์น้ำในระบบนิเวศน้ำจืด เช่น ปลาหมอช้างเหยียบ ปลาพรมหัวเหม็น ปลาหัวตะกั่ว ระบบนิเวศแหล่งน้ำใหญ่เป็นแหล่งน้ำไหลประเภทแม่น้ำลำคลองบริเวณน้ำตื้น เช่น ปลาตะเพียนทอง ปลาเสือพ่นน้ำ ปลากระทิงไฟ ปลาเนื้ออ่อน ปลาบ้า ปลาแปปควาย ปลาหัวตะกั่ว ปลาน้ำเงิน ปลากระแห ฯลฯ

          สำหรับปลาน้ำจืดที่ไม่มีเกล็ดของไทย เช่น ปลาแค่ ปลาสายยู ปลาแขยงธง ปลาบึก พันธุ์ปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดของไทย เช่น ปลาสร้อยนกเขา หรือปลาขี้ขม ปลากระสูบขีด ปลากาดำ ปลาสร้อยขาว

          ปลาน้ำจืดของไทยที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น ปลาหางไหม้ ปลายี่สกไทย ปลากระโห้ ปลาสะตือ พันธุ์ปลาที่มีอวัยวะพิเศษช่วยหายใจ เช่น ปลาแรด ปลาหมอไทย ปลากะสง ปลาชะโด พันธุ์ปลาน้ำจืดสวยงามของไทย เช่น ปลากาแดง ปลาทรงเครื่องหางแดง ปลากระดี่นางฟ้า และพันธุ์ปลาน้ำจืดสวยงามต่างประเทศ เช่น ปลาสอด ปลาเซลฟิน ปลาบอลลูน ปลาหมูอินโด ฯลฯ

          นอกจากพันธุ์ปลา สัตว์น้ำที่สวยงามแล้ว ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการสิ่งมีชีวิตตั้งแต่ป่าชายเลน หาดทราย หาดหิน ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ด้วยระบบแสงสีเสียง และจัดแสดงพันธุ์ปลานานาชนิด เช่น สัตว์น้ำในระบบนิเวศป่าชายเลน สัตว์น้ำในระบบนิเวศหาดทราย - หาดหิน สัตว์น้ำในแหล่งหญ้าทะเล และสัตว์น้ำในแนวปะการังฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน

          มีการจัดแสดงสภาพป่าชายเลน ที่ขึ้นอยู่ในเขตน้ำลงต่ำสุดและน้ำขึ้นสูงสุด บริเวณชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำ หรืออ่าว จัดเป็นเขตน้ำกร่อย พรรณไม้ที่ขึ้น ได้แก่ โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ โกงกางหัวสุม แสม ลำพู ลำแพน เป็นต้น ทำให้เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เป็นที่วางไข่ แหล่งอาหาร และเจริญเติบโตของสัตว์น้ำนานาชนิด เป็นแหล่งผลิตอาหารโปรตีน ที่สำคัญเป็นแหล่งอาหาร ที่หลบภัย ตลอดจนที่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำนานาชนิด ในธรรมชาติท้องน้ำด้วย

          หากเดินเข้าไปถึงส่วนกลางของอาคาร จะพบพื้นที่แสดงสัตว์ในป่าโกงกาง เช่น พวกที่อาศัยอยู่ตามพื้นผิวดิน ได้แก่ ปลาตีน ปูเสฉวน หอยทะเลบางชนิด พวกที่อยู่ตามใต้ผิวดิน ได้แก่ ไส้เดือนทะเล ปูแสม ปูก้ามดาบ กุ้งดีดขัน พวกที่อยู่ในน้ำ ได้แก่ กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ ปลานวลจันทร์ทะเล ปลากะพงขาว ปลาเก๋า เป็นต้น

          นอกจากนี้ยังมีสัตว์น้ำในระบบนิเวศป่าชายเลน ที่หลากหลายอีกเช่น ปลาตะกรับเสือดาว ปลาเฉี่ยว ปลากระบอก สัตว์น้ำในระบบนิเวศหาดทราย หาดหิน เช่น ปูหนุมาน แมงดาทะเล ปลากระบอกหูดำ ปลากะรังหัวโขน เม่นทะเล ดาวมงกุฎหนาม ปลาฉลามกบ ฯลฯ

          หากมีเวลาในการศึกษาเรียนรู้จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง นอกจากนี้อุทยานฯยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีก อาทิ กิจกรรมค่ายหว้ากอ ดูนก ดูดาว กิจกรรมศึกษาฐานการเรียนรู้ Walk Rally กิจกรรมชายหาด ฯลฯ หากผู้ที่สนใจสามารถสอบถามได้ที่ โทร.032-661-098, 032-661-726, 032-661-104 ในวันและเวลาราชการ

          นี่คืออีกห้องเรียนธรรมชาติที่น่าสนใจของเมืองไทย!!!

ข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องอื่นๆ
  1. “ไฟเขียว” หลังเลิกอัยการศึก บิ๊กคมช.แนะทักษิณกลับไทย
  2. “เป้ย” เชิดใส่ “บุษศ์” เพื่อนมีเฮ... เป็นโสดแล้ว
  3. ระเบิดใต้อำมหิต!! ทหารดับ พระบาดเจ็บอีก 5
  4. แข่งจีบ “เข็ม ตีสิบ” ลือสนั่น!! “กรรชัย” แจกหมัด “ฟิล์ม”
  5. “ศึกวันแดงเดือด” แดงผีดับหงส์ 2-0
  6. สยอง!! กินแซนด์วิชเจอนิ้ว
  7. นักร้องนุ่งสั้นโผล่งานวัด “พระ–เณร” ตะลึงตาค้างหน้าเวที
  8. ฮือต้านแฟชั่น “ดญ.10 ขวบ” เดินโชว์บิกีนี่!!
  9. เคยเป็นแบบนี้มั้ย...
  10. ผู้ประสบภัยน้ำท่วมอมทุกข์ “ของกินของใช้แพง” จิตใจแย่

เรื่องน่าสนใจ