
ชาวกรุงตับแลบ-อุตุฯ ชี้วันนี้ร้อนที่สุด 23 เม.ย.นี้ มีสิทธิ์ได้ดู "จันทร์ยิ้ม" กันอีกรอบ (ข่าวสด)
ชาวกรุงถึงคราวร้อนตับแลบ กรมอุตุฯ แถลงคาดการณ์ พุธที่ 22 เมษายน จะเป็นวันที่ร้อนที่สุดในรอบปี อุณหภูมิจะพุ่งอยู่ประมาณ 40 องศาเซลเซียส ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูร้อนไปสู่ฤดูฝนในราวกลางเดือนหน้า เตือนพายุฤดูร้อนในช่วงเปลี่ยนฤดู จะเกิดลมกระโชกแรงและอาจส่งผลให้เกิดลูกเห็บในหลายพื้นที่ หลังคาบ้านใดที่ไม่แข็งแรงควรรีบปรับปรุงซ่อมแซม เพราะอาจประสบปัญหาจากลูกเห็บทำให้บ้านเรือนข้าวของเสียหาย
เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายสมชาย ใบม่วง รักษาการอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ตามทฤษฎีวันที่ร้อนที่สุด คือ วันที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับประเทศไทย ตรงกับวันที่ 27 เมษายน อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส แต่สภาพความเป็นจริงจากการพยากรณ์อากาศกลับพบว่า ช่วงเวลาดังกล่าวอาจไม่ร้อนที่สุด เนื่องจากระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน จะเกิดความกดอากาศสูงพัดผ่านประเทศไทย ทำให้เกิดฝนและมีโอกาสยาวไปถึง วันที่ 27 เมษายน จากนั้นจะกลับมาร้อนขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่มากและนานนัก ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูร้อนไปสู่ฤดูฝนประมาณวันที่ 15 พฤษภาคม
นายสมชาย กล่าวต่อว่า เรื่องอากาศร้อนอบอ้าวไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพราะตลอดเดือนเมษายน อุณหภูมิไม่น่าสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ขณะที่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อากาศร้อนกว่ามากสูงถึง 40.1-40.2 องศาเซลเซียส แต่สิ่งที่ต้องกังวล คือ พายุฤดูร้อนในช่วงเปลี่ยนฤดู เนื่องจากจะเกิดลมกระโชกแรง และอาจส่งผลให้เกิดลูกเห็บในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ขณะที่พื้นที่กรุงเทพฯ ก็มีแนวโน้มเกิดลูกเห็บเช่นกัน แต่โอกาสน้อย ดังนั้นหลังคาบ้านใดที่ไม่แข็งแรงควรรีบปรับปรุงซ่อมแซม เพราะอาจประสบปัญหาจากลูกเห็บทำให้บ้านเรือน ข้าวของเสียหายได้
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (START) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า สถานการณ์อากาศร้อนของประเทศ วันที่ร้อนที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯ จะเป็นวันที่ 22 เมษายน อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส เนื่องจากเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์อยู่เหนือกรุงเทพฯ พอดี ส่วนจังหวัดอื่นๆ จะแตกต่างกันไป โดยภาคเหนือวันที่ร้อนที่สุดจะช้ากว่ากรุงเทพฯ ประมาณ 1 สัปดาห์ อาทิ เชียงใหม่ จะร้อนช้ากว่ากรุงเทพฯ ประมาณ 5-6 วัน
สำหรับปรากฏการณ์ดาวพฤหัสบดีเคลื่อนที่เข้าใกล้ดาวศุกร์ และทำมุมกับดวงจันทร์ ทำให้มีลักษณะคล้ายใบหน้าคนกำลังยิ้มหรือที่เรียกกันว่า "พระจันทร์ยิ้ม" เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 โดยนักดาราศาสตร์ระบุว่าปรากฏการณ์พระจันทร์ยิ้มจะเกิดขึ้นอีกครั้งเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน เวลา 05.10 น. โดยดวงตาจะเป็นดาวศุกร์และดาวอังคารโคจรใกล้กันและมีพระจันทร์เสี้ยวอยู่ด้านล่าง
น.อ.ฐากูร เกิดแก้ว ผอ.ศูนย์การเรียนรู้วิทยา ศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ทดลองผ่านซอฟต์แวร์สื่อการสอนดาราศาสตร์ "สตาร์รีไนท์" (Starry Night) พบว่า ปรากฏการณ์พระจันทร์ยิ้มที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ดาวศุกร์จะมีความสว่างมาก ขณะที่ดาวอังคารนั้นความสว่างมีน้อยมาก อาจทำให้มองไม่เห็นเป็นรูปดวงตา บวกกับองศาของพระจันทร์มีความเฉียงมาก ทำให้ไม่ค่อยเหมือนกับปาก ให้ความรู้สึกไม่เหมือนหน้าคนและไม่ค่อยสวย นอกจากนี้เป็นช่วงเวลารุ่งสางในฤดูร้อนที่ท้องฟ้าจะสว่างเร็ว ฟ้าไม่มืดเหมือนช่วงฤดูหนาว จึงไม่แน่ใจว่าจะเห็นชัดหรือไม่ แต่สำหรับคนที่อยากเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวสามารถชมได้ในช่วงฟ้าสาง เวลา 05.00-05.30 น. วันที่ 23 เมษายน นี้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต





