
คดี "สนธิ ลิ้ม" หมิ่นเบื้องสูง-อัยการเลื่อนชี้ (ข่าวสด)
อธิบดีอัยการแถลงเลื่อนนัดสั่งคดี "สนธิ ลิ้มทองกุล" แกนนำพันธมิตรฯ หมิ่นเบื้องสูง ออกไปเป็นวันที่ 30 มิ.ย. เผยทนายความขอเลื่อนนัด ระบุลูกความต้องรักษาตัวหลังถูกลอบยิง ส่วนคดี "จักรภพ เพ็ญแข" อ้างติดภารกิจต่างประเทศ ส่งทนายขอเลื่อนคดีหมิ่นเบื้องสูง อัยการนัดอีกครั้ง 15 มิถุนายน นี้ หากยังไม่โผล่โดนหมายจับแน่ เผยกระแสข่าวว่อนเน็ต รายการวิทยุดังแฉ "สนธิ ลิ้ม" วางแผนเตรียมเผ่นนอกระยะยาว
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 เมษายน ที่ห้องประชุม 100 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา พร้อมนายธำรงศักดิ์ หงษ์ขุนทด เลขานุการอัยการฝ่ายคดีอาญา แถลงความคืบหน้าคดี นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ตกเป็นผู้ต้องหา ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีนำคำปราศรัยจาบจ้วงสถาบันของ นางดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล หรือดา ตอร์ปิโด แนวร่วมนปช.มาเผยแพร่บนเวทีพันธมิตรฯ อัยการเลื่อนนัดสั่งคดีออกไปเป็นวันที่ 30 มิถุนายน นี้ เนื่องจากนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความขอเลื่อนนัด โดยให้เหตุผลว่านายสนธิ อยู่ระหว่างพักรักษาตัวหลังถูกลอบยิง
ส่วนคดี นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้นเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องหาในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีกล่าวบรรยายพิเศษเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีถ้อย คำเข้าข่ายดูหมิ่นสถาบัน ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550 นั้น นายกายสิทธิ์ กล่าวว่า ตามที่พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งคดีในวันนี้ ปรากฏว่าผู้ต้องหาส่งทนายความมาขอเลื่อนนัดโดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ซึ่งอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าคดียังอยู่ระหว่างขั้นตอนการสั่งคดี อีกทั้งผู้ต้องหาได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม และคณะทำงานอัยการเองก็สั่งให้พนักงานสอบสวนไปสอบประเด็นเพิ่มเติมอีกบางประเด็นซึ่งไม่แล้วเสร็จ จึงอนุญาตให้เลื่อนฟังคำสั่งคดีออกไปเป็นวันที่ 15 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในนัดสั่งคดีครั้งต่อไปหากนายจักรภพ ไม่เดินทางมารายงานอีกตัว อัยการจะดำเนินการอย่างไร นายกายสิทธิ์ กล่าวว่าตามกระบวนการหากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องแล้วผู้ต้องหาไม่มารายงานตัวอัยการก็จะเรียกนายประกันให้ส่งตัวตามนัด หากไม่นำตัวมาส่งก็จะต้องขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการติดตามตัวและขออนุมัติหมายจับจากศาลต่อไป
เมื่อถามว่า หากมีการออกหมายจับ นายจักรภพ จะมีความยากลำบากในการขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ นายกายสิทธิ์ตอบว่าการขอให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน จะทำได้ต่อเมื่ออัยการมีความเห็นสั่งฟ้องในคดีแล้ว แต่ตอนนี้อัยการยังไม่มีความเห็นใดๆ อีกทั้งยังไม่แน่ใจว่าตัวผู้ต้องหาอยู่ที่ไหน จึงยังตอบไม่ได้ว่าจะขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนได้หรือไม่
นายกายสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังมีคดีเกี่ยวกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาสั่งคดีของอัยการเพียงเรื่องเดียว คือ คดีปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่ง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาชี้ขาดของ นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด ส่วนคดีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องไปหมดแล้ว
ด้านนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความนายสนธิ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่ 9 แกนนำพันธมิตร ตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานสม คบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปปลุกระดมมวลชนฯ กรณีจัดชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นเวลา 193 วัน ว่า หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการในการรวบรวมเอกสารและขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 38 ปากนั้น ล่าสุดได้ส่งเอกสารบางส่วนให้อัยการแล้ว โดยในสัปดาห์หน้าเตรียมนำพยานทยอยเข้าให้การจนครบทุกปาก
วันเดียวกัน มติชนออนไลน์และเว็บไซต์ต่างๆ รายงานความเคลื่อนไหวนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยอ้างคำพูด นายไพศาล มังกรไชยา ผู้ดำเนินรายการวิทยุ "ข่าวเด่นประเด็นร้อน" ทางสถานีวิทยุคลื่นความคิดเอฟเอ็ม 96.5 เมกะ เฮิร์ตซ์ อสมท อดีตบรรณาธิการบริหารนิตย สารผู้จัดการรายเดือน และบรรณาธิการอาวุโสผู้จัดการรายวัน ที่กล่าวทางรายการ ถึงกรณีนายสนธิเตรียมจะเปิดแถลงข่าวเบื้องหลังการถูกลอบสังหาร ในเวลา 12.30 น. วันที่ 1 พฤษภาคม ที่บ้านพระอาทิตย์ ว่า ผู้ใกล้ชิดนายสนธิได้บอกเล่าให้ฟังว่าอาจเปิดใจได้ไม่มาก จะเปิดเผยว่า เป็นฝีมือใครก็ยังไม่ได้ เพียงแต่จะเล่าเหตุการณ์วันที่โดนลอบสังหารเท่านั้นว่าเป็นอย่างไร
"ส่วนจะพูดเบื้องหลังคนสั่งการให้ลอบสัง หารก็พูดไม่ได้ว่ามีสีหรือไม่มีสี แม้แต่เปิดเผยว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็พูดไม่ได้ หรือผู้หญิงร่วมกับชายร่วมมือกันก็พูดไม่ได้" นายไพศาลกล่าว
นายไพศาล ยังอ้างคำพูดผู้ใกล้ชิดนายสนธิต่อว่า การแถลงข่าวของนายสนธิอาจเป็นการพูดเปิดใจครั้งสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปถึงท่าทีความเคลื่อนไหวของพันธมิตรเสื้อเหลืองในระยะต่อไป และอาจมีความเป็นไปได้ว่า จะเป็น การเปิดใจครั้งสำคัญก่อนประเมินสถานการณ์ครั้งสุดท้าย ก่อนตัดสินใจปลีกวิเวก ซึ่งคราวนี้อาจไม่ใช่แค่ไปวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี เท่านั้น แต่คงเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนจะไปสั้นหรือยาวก็แล้วแต่นายสนธิตัดสินใจ แต่เท่าที่ทราบอาจเดินทางไปจาริกแสวงบุญตามรอยพระพุทธ เจ้าที่ประเทศเนปาลและอินเดีย แล้วก็อาจไปพำนักต่างประเทศในประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นระยะเวลาค่อนข้างยาวนาน
นายไพศาล กล่าวว่า การที่นายสนธิจะไปอยู่ต่างประเทศนานคงไม่มีผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพันธมิตรฯ เพราะแม้นายสนธิจะไปอยู่ต่างประเทศที่ไหนก็สามารถวิดิโอลิงก์เข้ามาได้แบบเดียวกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
"คนใกล้ชิดบอกว่านายสนธิอาจต้องตัดสินใจต่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าพอสมควร คงต้องคิดด้วยว่าคนที่เจอเหตุการณ์หนักๆ มาแบบนี้แม้จะมีความแข็งแกร่งปานใด ก็อาจทบทวนความเคลื่อนไหว แต่นี่ไม่ใช่การถอย แต่เป็นการพลิกแพลงการต่อสู้" นายไพศาลอ้างจากคำพูดของผู้ที่ใกล้ชิดนายสนธิ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ





