
ลดสมทบกองทุน สปส. สูญรายได้ 1.5 หมื่นล้าน (กรุงเทพธุรกิจ)
บอร์ดฝ่ายลูกจ้างชี้ มติครม.ลดเงินสมทบนายจ้าง-ลูกจ้างเหลือ 3% ส่งผลกองทุนประกันสังคมสูญรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท ขู่เตรียมหารือเคลื่อนไหวใหญ่
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นาย ชัยสิทธิ์ สุขสมบูรณ์ คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า มติครม.ที่ยอมลดเงินสมทบท่ามกลางเสียงท้วงติงจากองค์กรแรงงาน และบอร์ดฝ่ายลูกจ้างสะท้อนให้เห็นชัดว่า รัฐบาลเลือกเข้าข้างทุนใหญ่ และเลือกรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการอย่างชัดเจน เป็นการทำทุกวิถีทางเพื่อเอาใจกลุ่มทุน และประคับประคองให้พรรคการเมืองอยู่ได้จากเงินบริจาคเท่านั้น อีกทั้งไม่มีข้อรับประกันว่า การลดเงินสมทบในส่วนลูกจ้างแล้ว นายจ้างจะไม่เลิกจ้าง เป็นเรื่องที่สวนกระแสความจริงที่ ขณะนี้ในภาคธุรกิจเช่นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอกนิคส์ ก็ออกมายอมรับว่าเร่งปลดคนงานเร็วเกินไป ขณะนี้ขาดคนงาน เพราะเริ่มมีออร์เดอร์เข้ามาแล้ว
"การมีมติครม.ออกมาเช่นนี้ ผมไม่มั่นใจจะทำให้รัฐบาลอายุยาว หรือ อายุสั้นกันแน่ ต่อไปลูกจ้างและองค์กรภาคแรงงานจะต้องมีการหารือครั้งใหญ่ และหากจำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหวก็จะต้องทำ" นายชัยสิทธิ์ กล่าว
ด้าน น.ส. วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า เร็วๆ นี้กลุ่มแรงงานจะมีการหารือเรื่องการลดเงินสมทบ และพิจารณาแนวทางการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เป็นทางออกหนึ่ง เพื่อต่อรองและแก้ปัญหาจากรัฐบาลต่อมติครม.เรื่องนี้ เพราะไม่เข้าใจว่าเหตุใดครม.จึงมีการพิจารณาอันรีบร้อนไม่ฟังเสียงลูกจ้าง และภาคส่วนอื่นๆ ที่เห็นต่าง และต้องการให้ศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบก่อน
"สิ่งที่น่าห่วงก็คือ การที่รัฐบาลออกมารับปากว่าจะรับผิดชอบต่อเงินกองทุนที่หายไป เรื่องนี้พวกเราแรงงานไม่มั่นใจว่า รัฐบาลจะอายุยาวนานพอที่จะรับผิดชอบต่อคำพูดหรือไม่ เพราะอายุรัฐบาลก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่หลายฝ่ายยังมองว่าไม่แน่นอนอยู่ในขณะนี้" น.ส. วิไลวรรณ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลดเงินสมทบดังกล่าว ทางสำนักงานประกันสังคม (สปส.)ได้ปรับลดจากกองทุนประกันสังคมเฉลี่ยทั้ง 7 กรณี คือ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพและว่างงาน จากเดิมนายจ้างและลูกจ้างจ่าย 5 % ของเงินเดือน เหลือ 3 %
ทำให้กองทุนสปส.ต้องขาดรายได้ไป 15,000 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนที่จะรับเงินชราภาพ 2.6 แสนคน คิดเป็นเงิน 118 ล้านบาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม 52 เป็นเวลา 6 เดือน จากนั้นก็จะกลับไปเก็บเงินสมทบในอัตราเดิม 5 %
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ![]()





