
สาวออสซี่โวยตร.ภูเก็ตจับแค่ถูกแกล้งยัดผ้ารองแก้วใส่กระเป๋า ขัง 2 คืน ยึดพาสปอร์ต ร้องนายกฯ จิงโจ้ช่วย (มติชนออนไลน์)
สาวออสซี่ร้องนายกฯออสเตรเลียช่วย เพื่อนแกล้งยัดผ้ารองแก้วใส่กระเป๋า จนโดนตร.ภูเก็ต จับข้อหาขโมย ถูกขัง 2 คืน ยึดพาสปอร์ต กลับประเทศไม่ได้ เจ้าของบาร์เผย ตำรวจแค่อยากอบรม แต่วิ่งหนี ด่าทอรุนแรง
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ว่า นายเควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ได้รับคำร้องเรียนจาก นางแอนนีซ สโมล แม่ลูก 4 ชาวเมืองมอนโทรส ทางตะวันออกของนครเมลเบิร์น รัฐวิคตอเรีย ขอความช่วยเหลือ กรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต จับกุมและดำเนินคดีในข้อหาพยายามขโมยแผ่นผ้าขนหนูรองแก้ว ในบาร์ชื่อ "ออสซี่ บาร์" เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จนถูกยึดพาสปอร์ตและคุมขังอยู่ที่สถานีตำรวจ 4 คืน ไม่สามารถกลับประเทศได้ในเวลานี้ จึงสั่งการให้กงสุลออสเตรเลียประจำไทยให้ความช่วยเหลือทุกอย่างต่อครอบครัวและทุกคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้
นางสโมลวัย 36 ปี ให้สัมภาษณ์วิทยุ เรดิโอ 3 ของออสเตรเลียทางโทรศัพท์จากไทยว่า รู้สึกหวาดกลัว โดดเดี่ยว และไร้ที่พึ่งระหว่างถูกดำเนินคดีอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องขังขนาด 4 คูณ 4 เมตร พร้อมลูกกรงเหล็กและแผ่นคอนกรีตหนาอยู่ 2 คืน มีห้องน้ำที่แค่มองก็ชวนสยดสยอง ไม่มีกระดาษชำระให้ใช้ ได้รับประทานอาหาร 2 มื้อต่อวัน แต่เป็นอาหารจากข้างถนน
จากนั้น นางสโมลก็ร้องไห้คร่ำครวญว่า อยากกลับบ้านไปหาลูกสาววัย 6, 8, 11 และ 12 ขวบ หลังจากทราบว่าเด็กๆ ตกใจกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผู้ต้องหาชาวออสเตรเลียรายนี้อ้างว่า ไม่ได้กระทำผิดอย่างที่ถูกกล่าวหา โทรทัศน์วงจรปิดของบาร์สามารถยืนยันได้ว่าไม่ได้เข้าใกล้กระเป๋าถือเลยระหว่างอยู่ในบาร์ แต่เมื่อคว้ากระเป๋าจะกลับก็ถูกพนักงานขอตรวจค้น เมื่อพบแผ่นรองแก้วน้ำก็โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
นางสโมล อ้างด้วยว่า เพื่อนคนหนึ่งได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา และสารภาพว่าเป็นผู้นำแผ่นรองแก้วน้ำไปใส่ในกระเป๋า กล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่กลับไล่ออกมา ไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ จากนั้นยึดเอากระเป๋าไปทั้งใบ ระหว่างพูดคุยสื่อสารกันก็มีปัญหาอย่างมาก ในขณะที่เจ้าหน้าที่สถานกงสุลออสเตรเลียก็ช่วยอะไรได้น้อยมาก
ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ ดิเอจ ของออสเตรเลียระบุว่า เพื่อนๆ ของนางสโมลที่เดินทางกลับไปก่อนหน้านี้ได้เข้าให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐวิคตอเรีย ยอมรับว่าในคืนเกิดเหตุทั้งกลุ่มออกไปดื่มกันจนเมาขาดสติ และเล่นสนุกแกล้งเพื่อนด้วยการแอบม้วนเอาแผ่นรองแก้วใส่กระเป๋าจนกลายเป็นเรื่องขึ้นมา แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจจะขโมย เพราะคิดจะนำกลับไปวางคืนไว้ในเวลาต่อมาเท่านั้น
ทางด้าน นายดาร์เรน สโมล ซึ่งเดินทางมาพำนักอยู่ที่ภูเก็ตเป็นเพื่อนภรรยา กล่าวกับเอเอพี สำนักข่าวของออสเตรเลียว่า เรื่องทั้งหมดเป็นการเล่นตลกกันเท่านั้น แต่ตำรวจไทยไม่มีเมตตา ไม่นับถือผู้หญิงตะวันตก ไม่ใส่ใจว่ากล่าวหาคนผิด ทั้งๆ ที่ทั้งหมดเป็นแค่การเล่นสนุกกันเท่านั้น ในขณะที่การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่กงสุลก็ไม่ดีพอ นายสโมลยอมรับด้วยว่าทางครอบครัวได้พยายามเสนอเงินสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ไทย แต่ถูกปฏิเสธ
ด้าน นายเบอร์นาร์ด ฮัมฟรีย์ ทนายความของนางสโมล บอกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยรู้ดีว่านางสโมลไม่ได้ทำผิด เพราะมีคนทำถึง 2 คนมารับสารภาพอย่างเป็นงานเป็นการ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ ทางจำเลยพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ทั้งหมดแล้วเสร็จลงในระยะเวลาที่เหมาะสมแต่ไม่เป็นผล จนเวลาล่วงเลยมานานเกือบ 3 สัปดาห์ จึงต้องทำเรื่องร้องขอความช่วยเหลือไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และได้รับการตอบสนองเป็นที่น่าพอใจ
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอเอพีของออสเตรเลียรายงานว่า นายสตีฟ วู้ด เจ้าของบาร์ชาวออสเตรเลียอันเป็นสถานที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตอนแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบมาถึงนั้น เพียงแค่อยากจะอบรมผู้ต้องหารายนี้เท่านั้นเองแล้วก็ปล่อยตัวกลับไป แต่นางสโมลกลับด่าทอและใช้ถ้อยคำหยาบคาย พร้อมกับวิ่งหนีจนต้องตามไปจับกุมถึงชายหาด เมื่อนำกลับไปยังสถานีตำรวจก็ยังคงด่าทอทุกคนที่นั่นรวมทั้งผู้กำกับสถานี เชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาของการพยายามขโมยแผ่นรองแก้ว ราคา 1,500 บาท แต่เป็นปัญหาเรื่องทัศนคติของนางสโมลต่อเจ้าหน้าที่มากกว่า เพราะไม่ได้กดดันให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาขโมยด้วยซ้ำไป
เอเอพีระบุว่า ตำรวจภูเก็ตกำหนดให้นางสโมลต้องรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ทุกๆ 2 สัปดาห์ ตามเงื่อนไขให้ประกันตัว และคาดว่าคดีจะเริ่มการพิจารณาในชั้นศาลได้ในราว 14 สัปดาห์
ด้าน นายจอห์น บรัมบี รัฐมนตรีแห่งวิคตอเรีย กล่าวว่า "ผมคิดไว้แล้วสำหรับรัฐบาลไทย และเจ้าหน้าที่ไทย ในช่วงวิกฤตการเงินเช่นนี้ที่ทุกคนต้องการการท่องเที่ยว แต่นี่จะไม่ช่วยอะไรพวกเขาเลย เราจะไปไทยเพื่อพักผ่อนอีกเหรอ ถ้าอาจจะถูกจับเพียงเพราะเล่นสนุกในบาร์"
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค ผกก.สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า พนักงานในร้านเห็นผ้าปูโต๊ะผืนละประมาณ 4,000 บาท ที่กลุ่มผู้ต้องหานั่งอยู่หายไป ก็ถามว่าใครเอาไป แต่ไม่มีใครรับ จึงเชิญตำรวจตรวจค้นพบผ้าในกระเป๋าผู้ต้องหา ทางร้านยืนยันดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ ตำรวจต้องทำตามหน้าที่ เพราะเจ้าทรัพย์ยืนยันว่าไม่ได้มีไว้แจก เมื่อตำรวจจับกุมก็บอกว่าเล่นตลกหรือโจ๊กกัน แต่เจ้าของร้านไม่โจ๊กด้วย ช่วงที่ผู้ต้องขังถูกควบคุมตัวนั้นเป็นช่วงใกล้สว่าง สามีมาขอยื่นประกันตัว ต้องใช้หลักทรัพย์ประมาณ 100,000 บาท แต่มีเงินไม่พอจึงถูกควบคุมตัวไว้ 2 วันถึงได้รับการประกันตัว ทางสถานทูตออสเตรเลียประจำไทยทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ส่วนสามีจะไปให้ข้อมูลสื่ออย่างไรไม่ทราบ ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำตรงไปตรงมา
"ถ้าพวกเราสัมผัสกับนักท่องเที่ยวเหมือนที่ผมสัมผัสทุกคืน เราสนใจทั้งนักท่องเที่ยวแบบสุภาพ และนักท่องเที่ยวประเภทหลุดโลก โดยเฉพาะที่ป่าตอง หลุดโลกคือชาวออสเตรเลียและฝรั่งเศส ถามคนที่มีอาชีพอยู่ที่ป่าตองทุกอาชีพได้เลยว่า สองชาตินี้จริงหรือไม่" ผกก.สภ.กะทู้กล่าว
ด้านนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเพิ่งมารับตำแหน่ง กล่าวว่า ในสมัยที่ตนเป็นผู้ว่าฯ ปัญหาที่ว่ามาจะไม่เกิดขึ้น เรื่องนี้คงจะต้องสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่าย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ





