ครม. ตีกลับ โครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน

พ.ร.ก.กู้เงิน


สรุปประเด็นและเรียบเรียงโดย กระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก thannews.th.com

          วันนี้ (3 มิถุนายน) คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกแถลงการณ์ โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้การออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้พิจารณาถึงเหตุกรณีความฉุกเฉินที่จำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยง ประกอบกับสาระสำคัญและกรอบการดำเนินการตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจแล้ว ยังไม่มีมูลกรณีให้เห็นว่าคณะรัฐมนตรีตรา พ.ร.ก. ขึ้นมาโดยไม่สุจริต หรือใช้ดุลพินิจบิดเบือนหลักของรัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าการตรา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินในกรณีฉุกเฉินนั้น มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ตาม รธน.ม. 184 วรรค 2

          โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงฯ ตราขึ้นเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในเศรษฐกิจของประเทศ ตาม รธน.ม.184 วรรค 1 และเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นอันรีบด่วนที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ตาม รธน.ม. 184 วรรค 2


รถเมล์




 
          ส่วนความคืบหน้าจากกรณีการพิจารณาโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 4 พันคัน เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ ( 3 มิถุนายน) ซึ่งเป็นที่วิพากวิจารณ์ของสังคมมาตลอดทั้งวัน ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดว่า ที่ประชุม ครม. ได้มีมติตีกลับโครงการนี้อีกครั้ง โดยมอบให้สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเอาไปศึกษา โดยกำหนดกรอบระยะเวลา 1 เดือน ก่อนเสนอเข้า ครม. เพื่อพิจารณาอีกครั้ง

          ทั้งนี้ นายโสภณ ซารัมย์ รมต.กระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า  ตนยอมรับมติ ครม. ที่ให้คณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปศึกษาหาแนวทางในการจัดซื้อหรือเช่ารถเมล์ NGV 4000 คัน แต่ตนยังยืนยันว่าการเช่านั้นมีความเหมาะสมที่สุด และระหว่างที่มีการศึกษานี้ ขสมก. ก็จะขาดทุนต่อไปวันละถึง 16 ล้านบาท ทั้งนี้ ยืนยันว่า มติดังกล่าว ยังไม่มีปัญหาในทางการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล แต่จะมีปัญหาตรงที่ คน กทม. จะได้ใช้รถเมล์ที่มีคุณภาพน้อย และ ขสมก. ประสบกับการจะขาดทุนอยู่ต่อไป

         

โสภณ ซารัมย์




          อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กลุ่ม 40 ส.ว. นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. ร่วมกันแถลงข่าวคัดค้านโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันนี้ โดย น.ส.รสนา กล่าวว่า โครงการนี้มีความชัดเจนว่าส่อไปในทางทุจริต และเชื่อว่า ส.ว. ทั้ง 150 คน ก็ไม่มีใครเห็นด้วยกับโครงการนี้  ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าสิ่งที่นายโสภณกระทำนั้น เหมือนเป็นผู้รับสัมปทานเสียเอง เห็นได้จากมีการลดราคาโครงการลงรายวัน จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบโครงการนี้อย่างจริงจัง หากมีการอนุมัติให้ผ่านจริง เรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน จะมีคนออกมาคัดค้านแน่

          พร้อมกันนี้ กลุ่ม 40 ส.ว. ได้ตั้งข้อสังเกตถึงโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน โดยเปรียบเทียบตัวเลขค่าเช่ารถเมล์ระหว่าง ขสมก. กับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการประกอบรถยนต์ และบริษัทเดินรถ พบว่า ตัวเลขของผู้เชี่ยวชาญต่ำกว่าตัวเลขของ ขสมก. ถึง 40% ส่วนค่าใช้จ่ายนั้น ข้อมูลที่ ขสมก.คำนวณค่าซ่อมรถไว้ที่ 2,250 บาท/คัน/วัน เป็นการคิดจากค่าซ่อมกิโลเมตรละ 7.50 คูณ 300 กิโลเมตร/วัน ซึ่งเป็นข้อมูลจากอายุรถที่ใช้งาน 10 ปีขึ้นไป และระยะทางที่กำหนดไว้ตามทีโออาร์ไม่เกิน 300 กิโลเมตร เป็นการกำหนดระยะทางที่สูงสุดตามทีโออาร์ แต่ข้อเท็จจริงแล้ว รถเมล์จะวิ่งเฉลี่ยวันละ 200 กิโลเมตร ดังนั้นการนำค่าซ่อมรถอายุ 10 ปีคูณกับระยะทางที่วิ่งเกินจริง จึงเป็นที่มาของค่าซ่อมรถที่สูงเกินจริง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าค่าซ่อมในปีแรกไม่กี่ร้อยบาทต่อวัน เฉลี่ย 10 ปี ไม่เกิน 1,200 บาท/คัน/วัน รวมทั้งโครงการจะมีผลต่างกับ ขสมก. อยู่ 15,330 ล้านบาท คิดเป็น 47%

          ขณะที่ นายโสภณ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม. ว่า หาก ครม. คัดค้านเพราะกระแสสังคม ตนรับไม่ได้จริงๆ การบริหารบ้านเมืองจะเอากระแสสังคมมาตัดสินไม่ได้ ถ้าเอาความเห็นของกลุ่ม 40 ส.ว. มาตัดสิน มันก็ไปไม่ได้ แต่ถ้าเป็นการคัดค้านด้วยเหตุผล ก็พร้อมยอมแก้ไขให้ หรือถ้าคน กทม. บอกไม่เห็นด้วย ตนก็พร้อมถอย ยืนยันว่า โครงการดังกล่าวตนและพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ตั้งโครงการเพื่อหาทุนเลือกตั้ง หรือคอรัปชั่น ตนต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ไม่อย่างนั้นตนก็เสีย หาก ครม. ไม่ผ่านโครงการ ตนมีแต่เสียกับเสีย ถูกมองว่า คอรัปชั่น อภิมหาโกง แต่ถ้าผ่านก็ถูกมองว่าเป็นโครงการของภูมิใจไทย คนที่น่าเห็นใจก็คือพรรคภูมิใจไทย และหากโครงการไม่ดีก็จะกลายเป็นตราบาปติดตัวพรรคภูมิใจไทยตลอดไป

          ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก ครม. ขอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมา เพื่อพิจารณาโครงการเช่ารถเมล์  4,000 คันใหม่ จะรับได้หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ถ้าตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาในเรื่องเก่าก็รับไม่ได้ แต่ถ้าพิจารณาในประเด็นใหม่ก็รับได้ ต้องดูเหตุผลประกอบด้วย ว่าต้องการให้ศึกษาประเด็นอะไรบ้าง

          เมื่อถามว่า หาก ครม. ตีกลับโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน โดยขอให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินโครงการเองจะรับได้หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า วันนี้ศักยภาพของ ขสมก. ต้องให้เอกชนมาลงทุน คนก็ไม่ยอมเข้าใจ เมื่อถามย้ำว่า หาก ครม. ให้รัฐบาลดำเนินการโครงการจะรับได้หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า "แล้วจะให้ผมเป็น รมว.คมนาคม ทำไม ถ้ารัฐบาลดึงเรื่องไปทำเอง มันไม่เคยมีในประเทศที่บอกว่าเรื่องของกระทรวงคมนาคมแล้วให้รัฐบาลดึงไปทำ แต่สามารถให้ข้อสังเกตได้หมด"

          เมื่อถามว่า หากเหตุผลการขออนุมัติโครงการสู้ใน ครม. ไม่ได้จะทำอย่างไร นายโสภณ กล่าวว่า "ก็ต้องถอย ต้องยอม ไอ้เสือถอย" เมื่อถามว่า ที่บอกว่า ถอยคือการถอนเรื่องออกจาก ครม. หรือไม่ นายโสภณตอบว่า "ไม่ถอน เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว"

          เมื่อถามว่า หาก ครม. ไม่อนุมัติโครงการ พรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้ากดดันรัฐบาลหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ในภาวะบ้านเมืองเป็นเช่นนี้ จะใช้มาตรการกดดันไม่ได้ อยากขอร้องว่า ในภาวะบ้านเมืองเป็นเช่นนี้ อย่าใช้กระแสมากดดันการบริหารประเทศ ทั้งฝ่ายการเมือง ภาคประชาชนอื่นด้วย ก็อย่านำกระแส หรือความรู้สึกมากดดันการบริหารประเทศ อยากถามว่า คนที่ต้านโครงการนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร ต้านด้วยความสุจริตใจหรือไม่ ถ้าสุจริตใจก็ขอให้เสนอข้อมูลมาให้กระทรวงคมนาคม ทั้งนี้ยินดีถอยโครงการออกมา แต่ถ้าถอยเพราะกระแสการเมืองก็น่าเสียใจ แต่ถ้าถอยด้วยเหตุผลตนก็ยินดี ตนทำโครงการนี้ ถ้าล้มเหลวก็เป็นตราบาปในชีวิตตน






ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
     
 
 

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ครม. ตีกลับ โครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน อัปเดตล่าสุด 4 มิถุนายน 2552 เวลา 15:30:33 16,564 อ่าน
TOP
x close