
ครม.อนุมัติงบจัดซื้อ อุปกรณ์คุมม็อบ (คมชัดลึก)
วันนี้ (16 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติงบประมาณในการจัดหายุทโธปกรณ์ควบคุมฝูงชน ให้แก่กองร้อยรักษาความสงบของกองทัพไทยจำนวน 7 กองร้อย เป็นเงิน 66,236,800 บาท ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ เนื่องจากสถานการณ์การก่อความไม่สงบของกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2552 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศยกเลิกการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ทางกองทัพไทยจึงได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เฉพาะกรณีการใช้กำลังในการควบคุมฝูงชน โดยในขั้นต้นการจัดหายุทโธปกรณ์ให้แก ่กองร้อยรักษาความสงบในการรักษาความปลอดภัย การประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา และการประชุมที่เกี่ยวข้องตามความเร่งด่วนแรก และกำหนดความเร่งด่วนไว้เป็น 3 ระดับ คือ ความเร่งด่วนแรกจำนวน 7 กองร้อย ความเร่งด่วนที่สอง จำนวน 10 กองร้อย และความเร่งด่วนที่สาม จำนวน 43 กองร้อย รวมทั้งสิ้น 60 กองร้อย
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และวางแผนการรักษาความปลอดภัย การประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบการรักษาความปลอดภัย ในการประชุมความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 16 - 23 กรกฎาคม 2552 ที่โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า จ.ภูเก็ต ด้วย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติการจัดหารถยนต์ปฏิบัติการหุ้มเกราะ จำนวน 20 คัน วงเงินรวม 122,800,000 บาท และอนุมัติหลักการให้กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์รักษาความปลอดภัยดำเนินการจัดหาตามระเบียบของทางราชการ ด้วยวิธีพิเศษ ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบ การรักษาความปลอดภัยการประชุมสุดยอดอาเซียน กับประเทศคู่เจรจาและการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและวางแผนการรักษาความปลอดภัย การประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาและการประชุมที่เกี่ยวข้อง และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงได้มีบัญชาให้กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพไทยจัดเตรียมรถยนต์ปฏิบัติการหุ้มเกราะ เพื่อใช้ในภารกิจรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญของประเทศต่างๆ ที่จะเดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาและการประชุมที่เกี่ยวข้อง จำนวน 20 คัน ซึ่งจากการตรวจสอบในขั้นต้นผู้ผลิตในประเทศไทยอาจจะไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ทันตามช่วงเวลาที่กำหนด ดังนั้น อาจจะต้องพิจารณานำเข้าจากต่างประเทศโดยวิธีการจัดซื้อวิธีพิเศษ
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ทางกระทรวงกลาโหมยังได้รายงานด้วยว่า ขณะสถานภาพรถยนต์ปฏิบัติการหุ้มเกราะของกองทัพไทย ในปัจจุบันมีจำนวน 3 คันนั้น ได้ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทุบทำลายจนเกิดความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2552 จำนวน 1 คัน เครื่องยนต์ชำรุดอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง จำนวน 1 คัน คงเหลือรถยนต์ที่ปฏิบัติการ จำนวน 1 คันเท่านั้น และจากสถานการณ์การก่อความไม่สงบของกลุ่มผู้ชุมนุมในห้วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2552 จนทำให้รัฐบาลต้องประกาศยกเลิกการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่เมืองพัทยา รวมทั้งการคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้นำประเทศ ในระหว่างการเดินทางโดยรถยนต์ ซึ่งเป็นจุดล่อแหลม ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะที่มีคุณสมบัติพิเศษและเป็นยานพาหนะหุ้มเกราะกันกระสุน เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญมีความปลอดภัยสูงสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความต้องการยุทโธปกรณ์เพื่อเตรียมการใช้กำลังทหารในการควบคุมฝูงชน ซึ่งเป็นยุโธปกรณ์ปจำกายและประจำหน่วย เป็นการเร่งด่วน จำนวน 7 กองรอย กองร้อย 150 นาย โดย 1 กองร้อยประกอบด้วย โล่ใส 150 อัน ชุดเกราะ 150 ชุด หมวกป้องกัน 150 ใบ หน้ากากป้องกันแก๊ส 150 หน้า กระบอง 150 อัน ถุงมือปราบจลาจล 150 คู่ ลูกขว้างแก็สน้ำตา 80 ลูก เครื่องยิงแก๊สน้ำตา 4 เครื่อง ลูกยิงแก๊สน้ำตา 80 ลูก กระบองไฟฟ้า 16 ท่อน เสื้อสะท้อนแสง 20 ตัว กระบอกจราจร 20 ท่อน สายรัดข้อมือ 300 เส้น สเปรย์พริกไทย 80 กระป๋อง ลูกระสุนยาง 21,000 ลูก โดยมีการแบ่งการใช้กำลังทหารในการควบคุมฝูงชนตามลำดับความสัญเร่งด่วน แบ่งเป็น กองทัพบก 3 กองร้อย กองทัพเรือ 2 กองร้อย ทัพอากาศ 2 กองร้อย โดยกองทัพไทยได้จัดความจำเป็นเร่งด่วนไว้เป็น 3 ระดับ คือ ระดับเร่งด่วนแรก 7 กองร้อย ความเร่งด่วนระยะที่สอง 10 กองร้อย และความเร่งด่วนระยะที่ 3 จำนวน 43 กองร้อย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก![]()
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก mcot.net





