วุฒิสภาไฟเขียว กู้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 69 ต่อ 48 เสียง

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

 

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

          หลังจากที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 มิถุนายน มีมติคว่ำร่าง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2552 ที่มีสาระสำคัญอยู่ที่การขยายเพดานอัตราภาษีน้ำมัน ด้วยคะแนนเสียงไม่เห็นชอบ 58 ต่อ 33 เสียง สมาชิกงดออกเสียง 10 ราย และไม่ลงคะแนน 1 ราย ปรากฏว่า เมื่อเวลา 22.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งกลับจากการไปราชการประเทศสิงคโปร์ ได้เดินทางไปยังรัฐสภาเพื่อมาชี้แจงและรับฟังการอภิปราย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 วงเงิน 4 แสนล้านบาท

          ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงความจำเป็นในการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลงกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ว่า ทราบข่าวว่าการอภิปรายได้สะท้อนถึงความห่วงใยหลายอย่าง จึงตัดสินใจกลับมาเมืองไทยเร็วขึ้น ทั้งที่ความจริงจะต้องร่วมรับประทานอาหารกับภาคธุรกิจของประเทศสิงคโปร์ และทราบดีถึงข้อห่วงใยของสมาชิกดี ที่เป็นห่วงปัญหาการทุจริต รัฐบาลก็กังวลเช่นกัน และเป็นทุกข์อย่างยิ่ง เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดการทุจริตแล้วตรวจสอบไม่ทั่วถึง รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ จึงไม่มีความเป็นไปได้เลยว่า รัฐบาลจะมีความเข้มแข็งหากเกิดการทุจริต

          "ยอมรับว่าเห็นด้วยกับข้อห่วงใยของสมาชิก แต่บางครั้งเราต้องตัดสินใจบางอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองและประชาชน สรุปปัญหาคือไทยอยู่ในภาวะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง โจทย์แรกคือเราต้องการให้มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ แต่ถ้ารัฐบาลอยู่เฉยไม่ส่งสัญญาณหรือเริ่มต้นกระตุ้นเศรษฐกิจ สุดท้ายก็จะนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหนาสาหัสมากขึ้น เงินที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ 1.5 ล้านล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี เหมือนดูมาก แต่ถ้าคิดเป็นสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมยังถือว่าน้อย และที่สำคัญการกระตุ้นเศรษฐกิจทีละนิดก็จะเสียเงินเปล่า ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้รู้สึกว่ากำลังมีการลงทุนครั้งใหญ่ หากไม่ใช้วิธีกู้ยืมก็ต้องเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ความจริงเรื่องนี้ยังไม่ควรถึงมือวุฒิสภา ถ้าฝ่ายค้านไม่ใช้วิธีปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการตั้งกรรมาธิการ" นายกรัฐมนตรี กล่าว

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า โครงการส่วนใหญ่ใน พ.ร.ก.กู้เงินล้วนเคยอยู่ใน พ.ร.บ.งบประมาณ และสามารถตั้งกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน และพร้อมให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นอีกหนึ่งชุดประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นคนไม่มีส่วนได้เสียกับรัฐบาลคอยทำหน้าที่ติดตามการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล ส่วนกรณีเรื่องรถเมล์ เราจะดูแลอย่างเต็มที่ จะพยายามกลั่นกรองอย่างดีที่สุด วันนี้จึงอยากขอโอกาสให้กับประชาชนและประเทศ ถ้าวันนี้ พ.ร.ก.ไม่ผ่าน ก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพราะแม้แต่ต่างประเทศยังยอมรับการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ หากสะดุดต่างประเทศก็ต้องถามอีกว่าต่อไปเมืองไทยจะเป็นอย่างไร และจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ จึงขอให้ร่วมกันทำงานขจัดข้อห่วงใยทั้งหมด

          อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีชี้แจงเสร็จสิ้นแล้ว ที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นชอบกับร่าง พ.ร.ก.กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ด้วยคะแนนเสียง 69 ต่อ 48 งดออกเสียง 11 เสียง จากนั้นนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาได้ขอให้เลขาธิการวุฒิสภาอ่านพระบรมราชโองการปิดประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ โดยไม่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟู เสถียรภาพทางเศรษฐกิจอีก 4 แสนล้านบาท จากนั้นประธานจึงสั่งปิดการประชุมเมื่อเวลา 23.35 น. ทั้งนี้ ในส่วน พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ค้างการพิจารณาอยู่นี้นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า จะนำไปพิจารณาในสมัยสามัญนิติบัญญัติในเดือนสิงหาคมนี้



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
  


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วุฒิสภาไฟเขียว กู้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 69 ต่อ 48 เสียง อัปเดตล่าสุด 23 มิถุนายน 2552 เวลา 11:51:29 7,209 อ่าน
TOP
x close