
เริ่มแล้วใช้บัตรใบเดียวรักษาตามสิทธิ 37 จังหวัด บัตรประชาชนแทนบัตรทอง (คมชัดลึก)
เริ่มแล้ว 37 จังหวัด ใช้บัตรประชาชนใบเดียว แทนบัตรทอง เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ตามสิทธิ อีก 8 จังหวัดนำร่อง ใช้บัตรประชาชน รักษาในโรงพยาบาลใดก็ได้ในจังหวัด
นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการให้ประชาชนใช้สิทธิรักษาพยาบาล ในสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง ที่มีประมาณ 47 ล้านคน ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว แทนบัตรทอง ในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ที่ระบุตามสิทธิแล้ว 37 จังหวัด และจะดำเนินการให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
37 จังหวัด ที่มีการใช้บัตรประชาชน แทนบัตรทองแล้ว ได้แก่
1.น่าน
2.แพร่
3.พิษณุโลก
4.นนทบุรี
5.นครนายก
6.อ่างทอง
7.สระบุรี
8.ร้อยเอ็ด
9.ขอนแก่น
10.บุรีรัมย์
11.ยโสธร
12.นครศรีธรรมราช
13.สงขลา
14.ศรีสะเกษ
15.อำนาจเจริญ
16.อุบลราชธานี
17.ชุมพร
18.ปัตตานี
19.นราธิวาส
20.แม่ฮ่องสอน
21.พะเยา
22.สุโขทัย
23.ตาก
24.อุตรดิตถ์
25.ชัยนาท
26.สมุทรสงคราม
27.ฉะเชิงเทรา
28.จันทบุรี
29.มหาสารคาม
30.หนองคาย
31.เลย
32.สกลนคร
33.หนองบัวลำภู
34.นครพนม
35.อุดรธานี
36.มุกดาหาร
37.สระแก้ว
รมว. สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ภายในเดือนตุลาคมนี้ จะดำเนินการให้ประชาชนตามสิทธิดังกล่าว สามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียว เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลใดก็ได้ ภายในจังหวัด โดยจะนำร่องใน 8 จังหวัด และเมื่อมีการปรับปรุงระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลจนมีประสิทธิภาพ แล้วจึงจะขยายผลไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ซึ่ง 8 จังหวัดนำร่องได้แก่
1.แพร่
2.พิษณุโลก
3.อุบลราชธานี
4.ยโสธร
5.ราชบุรี
6.นครนายก
7.ศรีสะเกษ
8.พังงา
ด้าน นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า มีผู้มีสิทธิบัตรทองสอบถามสายด่วน สปสช.1330 จำนวนมาก กรณีมีกลุ่มมิจฉาชีพ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สปสช. หลอกถามหมายเลขบัญชี เพื่อจะโอนเงินให้ ขอย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เพราะโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีจำนวนกว่า 47 ล้านคน ตามพ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ให้สิทธิแก่คนไทย ในการรักษาพยาบาลเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ย้ำคนไม่ป่วยช่วยคนป่วย หากสงสัยสอบถามสายด่วน สปสช.1330 ก่อน
ทั้งนี้ สปสช. ได้รับเงินงบประมาณจากรัฐบาล จึงได้จัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัว ในปี 2553 เป็นจำนวนเงิน 2,406.32 บาทต่อประชากร ซึ่งงบรายหัวที่ได้เพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้ประชาชนคนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างเป็นธรรมมากขึ้น ขณะเดียวกัน จะเน้นเรื่องการส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เข้าถึงบริการมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนแข็งแรง เพราะสังคมไทยกำลังจะเข้าสู่โครงสร้างสังคมที่มีประชากรสูงอายุในสัดส่วนที่มากขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก![]()





