ทูตประจำยูเอ็น เตือนระวังกัมพูชาล้ำแดนไทย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นรชิต สิงหเสนี

เขาพระวิหาร


สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก มติชนออนไลน์

          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน โต้ข้อกล่าวหาของนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ระบุว่า รัฐบาลได้ยกธงขาวยอมแพ้เรื่องปราสาทพระวิหาร หลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า ไม่ใช่ คำพูดที่นายสุเทพพูดหลังจากไปพบกับสมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ยืนยันตรงกับตอนที่ตนไปคุยกับสมเด็จฯฮุน เซน ความหมายคือ ปัญหานี้ต้องไม่มาเป็นปัญหาที่กระทบต่อความร่วมมือในปัจจุบันและอนาคตในเรื่องอื่นๆ ซึ่งมีหลายเรื่องที่กำลังจะทำ

          ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดภาพที่ออกมาจึงเหมือนรัฐบาลยอมทางการกัมพูชา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ต้องระวัง เพราะมีคนเอาคำพูดไปอ้าง และพยายามไปพูดให้เกิดปัญหาระหว่าง 2 ประเทศอีก แต่ความเข้าใจคือเหมือนเดิมทุกอย่าง

          ขณะที่ นายนรชิต สิงหเสนี เอกอัครราชทูตไทยประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ณ นครนิวยอร์ก ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ มอบเงินและสิ่งของให้แก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณเขาพระวิหาร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ว่า ยูเอ็นมีความเป็นห่วงและกังวลต่อสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา หากทั้ง 2 ประเทศมีการตรึงกำลังกันและเผชิญหน้ากัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปัญหาระหว่างไทยกัมพูชาไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระของยูเอ็นหรือคณะมนตรีความมั่นคง  

          เมื่อถามว่า ในฐานะเป็นเอกอัครราชทูตจะทำความเข้าใจกับต่างประเทศอย่างไร นายนรชิต กล่าวว่า เอกอัครราชทูตไทยทุกคนมีหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับมิตรประเทศให้ถูกต้องว่า ไทยไม่มีความคิดจะรุกรานหรือร้องเอาปราสาทพระวิหารคืน แต่สิ่งที่ทำในหลักการ คือตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา และได้จดทะเบียนเป็นมกดกโลกแล้ว แต่การบริหารจัดการได้ดีที่สุดเห็นว่า ไทยก็มีสถานที่ในบริเวณใกล้เคียงกับปราสาทพระวิหารที่ควรจะเป็นมรดกโลก หากมีการจดทะเบียนร่วมกันน่าจะเป็นสิ่งที่ดี ทั้งนี้ 2 ประเทศจะต้องหารือร่วมกัน รวมถึงยูเนสโกที่จะเห็นดีด้วย

          "เมื่อกัมพูชาได้จดปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก สิ่งที่กัมพูชาต้องทำหลังการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก คือกำหนดเขตพื้นที่กันชนและเขตพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการมรดกโลก เราเป็นห่วงว่า หากทำตามแผนที่มีอยู่ แน่นอนพื้นที่ดังกล่าวจะรุกล้ำเข้ามายังแผ่นดินไทย ซึ่งตรงนั้นเรายอมไม่ได้ แต่ขณะนี้ทราบว่ายังไม่มีการดำเนินการ และกัมพูชาได้ขอเวลาคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อเลื่อนระยะเวลาออกไป" เอกอัครราชทูตไทยประจำสหประชาชาติ กล่าว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ทูตประจำยูเอ็น เตือนระวังกัมพูชาล้ำแดนไทย อัปเดตล่าสุด 30 มิถุนายน 2552 เวลา 18:37:52 7,088 อ่าน
TOP
x close